ประกันสังคม กับ สิทธิประโยชน์ของชาวฟรีแลนซ์

posted: 1 year ago
1,392 views
ประกันสังคม กับ สิทธิประโยชน์ของชาวฟรีแลนซ์

comments

ฟรีแลนซ์ คือการทำอาชีพอิสระ ไม่ต้องมีพันธะกับองค์กรในระยะยาว ไม่ต้องพบหัวหน้าแทบทุกวัน อยากทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ ด้วยข้อดีเหล่านี้จึงทำให้หนุ่มสาวออฟฟิศต่างพากันอิจฉา อยากผันตัวเป็นฟรีแลนซ์ไปตามๆ กัน

แต่คุณรู้ไหมว่า คนที่ทำงานฟรีแลนซ์ก็มีความน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องของค;ามมั่นคงในชีวิต รายได้ที่ไม่แน่นอน ไม่มีโบนัส สิทธิประโยชน์หรือ ประกันภัยต่างๆ แบบที่พนักงานออฟฟิศได้รับจากบริษัท เราจึงเห็นเหล่าฟรีแลนซ์มักทำงานหามรุ่งหามค่ำ ยอมอดหลับอดนอน เพื่อหวังสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง

การใช้ชีวิตของทุกคน ล้วนต้องเจอความเสี่ยงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายยามแก่ชรา รวมถึงค่ารักษาพยาบาลในกรณีต่างๆ

สำหรับพนักงานออฟฟิศปัญหาเหล่านี้ อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะถึงอย่างไร ก็ยังมีประกันสังคมที่ให้ความคุ้มครองได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับชาวฟรีแลนซ์ละ จะมีโอกาสได้ใช้สิทธิดีๆ แบบนี้ กับเขาบ้างหรือเปล่า?


มอบสิทธิประโยชน์ให้ชาวฟรีแลนซ์ ด้วยประกันสังคมมาตรา 40

 

จากผลสำรวจแรงงานทั่วประเทศปี  2559 พบว่าแรงงานในประเทศไทยมีทั้งหมด 38.3 ล้านคน ซึ่งเป็นแรงงานในระบบ 17 ล้านคน และเป็นแรงงานนอกระบบ 21.3 ล้านคน ถือเป็นการยืนยันได้ว่าผู้ทำอาชีพอิสระในประเทศของเรามีจำนวนมากมายมหาศาล เรื่องสิทธิประโยชน์พื้นฐานของผู้คนราวยี่สิบล้านคนนี้ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ

ปัญหาความมั่นคงของผู้ที่ทำอาชีพอิสระไม่ใช่เรื่องที่ถูกละเลยอีกต่อไป เมื่อรัฐบาลให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง หวังสร้างหลักประกันความเสี่ยงให้กับผู้ทำอาชีพอิสระทั้งหลาย ด้วยประกันสังคมมาตรา 40

ที่จะช่วยเหลือบรรดาพ่อค้าแม่ค้า หนุ่มสาวฟรีแลนซ์ รวมถึงแรงงานนอกระบบรูปแบบอื่นๆ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่มีหลายรูปแบบ ให้แต่ละคนได้เลือกทำตามความเหมาะสมด้วยเช่นกัน


ทางเลือกและสิทธิประโยชน์ จากประกันสังคมมาตรา 40

สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมมาตรา 40 มีให้เลือกตัดสินใจมากถึง 3 ทางเลือก เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีอยู่มากมาย โดยแต่ละทางเลือกมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ ดังต่อไปนี้

ประกันสังคม

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1

การเลือกจ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน นับเป็นเงินของผู้ประกันตน 70 บาท และเป็นเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 30 บาท ซึ่งทางเลือกนี้ถือว่าเป็นการจ่ายเงินสมทบต่ำที่สุด โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย

  • ได้รับเงินชดเชยรายได้เมื่อเจ็บป่วยและเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล 300 บาทต่อวัน โดยสูงสุดไม่เกิน 30 วัน
  • เมื่อแพทย์สั่งหยุดงานให้พักฟื้นที่บ้านเป็นเวลา 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชย 200 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน
  • ถ้าหากแพทย์สั่งหยุดงานเพียง 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชย 200 ต่อวัน แต่สามารถใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี

    กรณีทุพพลภาพ

    ได้รับเงินชดเชยรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี โดยจำนวนเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบที่ผ่านมา

    กรณีเสียชีวิต

  • จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท
  • หากจ่ายเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 60 เดือนก่อนเสียชีวิต จะได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2

 

เลือกจ่ายเงินสมทบ 150 บาทต่อเดือน คิดเป็นเงินของผู้ประกันตน 100 บาท และเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 50 บาท โดยให้สิทธิประโยชน์ความคุ้มครองในกรณีหลัก ดังนี้

กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

จะได้รับความคุ้มครอง เหมือนกับการทำประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 ทุกประการ

กรณีชราภาพ

  • ได้รับเงินบำเหน็จเป็นก้อนพร้อมผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินสมทบที่จ่ายไป
  • หากต้องการรับเงินก้อนตอนเกษียณที่มากขึ้น สามารถทำได้โดยการจ่ายเงินสมทบให้มากขึ้น แต่ต้องไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท


 

ประกันสังคมมาตรา 40

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3

เป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ คือการจ่ายเงินสมทบ 450 บาทต่อเดือน คิดเป็นเงินของผู้ประกันตน 300 บาท และเงินสนุบสนุนจากรัฐบาล 150 บาท ซึ่งถือเป็นทางเลือกจ่ายเงินสมทบสูงที่สุด เพื่อได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 5 กรณี ดังนี้

กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย

  • เมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะได้รับเงินชดเชย 300 บาทต่อวัน โดยสูงสุดไม่เกิน 90 วัน
  • หากแพทย์สั่งหยุดงาน พักรักษาตัวที่บ้านเป็นเวลา 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชย 200 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 90 วันต่อปี
  • หากเป็นการสั่งพักรักษาตัวเพียง 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี

    กรณีทุพพลภาพ

    จะให้สิทธิประโยชน์เหมือนกับทางเลือกที่ 1 และ 2 ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

    กรณีชราภาพ

    ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ย แต่ถ้าหากมีการจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มทันทีอีก 10,000 บาท

    กรณีเสียชีวิต

    จะได้รับเงินค่าทำศพถึง 40,000 บาท

เราจะเห็นว่า ประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งการจะสมัครเป็นผู้ประกันตนและใช้สิทธิจากประกันสังคม ก็อาจมีรายละเอียดและขั้นตอนดำเนินการที่เราควรรู้อีกพอสมควร โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่เว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม 

แต่ถึงอย่างไร ก็ใช่ว่าสิทธิจากประกันสังคมจะครอบคลุมทุกความเสี่ยงในชีวิตไปเสียหมด หากเราสังเกตเงื่อนไขต่างๆ จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นเพียงการคุ้มครองขั้นพื้นฐานเท่านั้น จะให้เทียบกับการ ทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะทางอื่นๆ ก็คงเทียบกันไม่ได้อย่างแน่นอน

 


avatar
by Satorn
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon