ดื่มน้ำอัดลมเป็นอันตรายต่อปากจริงหรือไม่

posted: 1 year ago
ดื่มน้ำอัดลมเป็นอันตรายต่อปากจริงหรือไม่

comments

อุณหภูมิปัจจุบันที่สามสิบกว่าองศาของประเทศไทย เป็นอุณหภูมิที่ทุกคนในประเทศล้วนบ่นกันเป็นเสียงเดียวกันว่า จะร้อนไปถึงไหนร้อนจนจะละลายอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ นอกจากจะหนีไปเที่ยวต่างประเทศที่ยังมีอากาศหนาวเย็น หลายคนจึงต้องมองหาวิธีดับร้อนและหนึ่งวิธีที่หลายคนเลือกใช้ ก็คือ การดื่มน้ำอัดลมเย็นๆเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย แต่น้ำอัดลมนอกจากจะช่วยคลายร้อนแล้วกลับมีอันตรายแฝงมาด้วย นั่นก็คือ การดื่มน้ำอัดลมจะทำให้สุขภาพในช่องปากเสีย


น้ำอัดลมคืออะไร

 

เราเชื่อว่าหลายๆคนรู้จักว่าน้ำอัดลมคือเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง เช่น โค้ก เป๊ปซี่ สไปร์ท แฟนต้า แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้าน้ำอัดลมเนี่ยมีอะไรเป็นส่วนผสมแล้วเขาผลิตกันยังไง วันนี้เรามาลองทำความรู้จักกับน้ำอัดลมกันให้มากยิ่งขึ้นดีกว่า

 

น้ำอัดลม เป็น เครื่องดื่ม (beverage) ที่มีการอัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (carbonated beverage) มีส่วนประกอบหลักคือ น้ำโซดา (carbonated water) มีรสหวาน จากสารให้ความหวาน (sweetener) เติมสี (coloring agent) และวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรส (flavoring agent) ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำที่ใช้เป็นน้ำสะอาดตามคุณภาพหรือมาตรฐานน้ำดื่ม มีปริมาณร้อยละ 86-93 ผสมกับน้ำตาลร้อยละ 7-14 สารปรุงแต่งกลิ่น รส และสีที่ได้จากส่วนผสมของผลไม้ พืชผัก หรือสมุนไพร ที่ยอมให้ใช้ได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แล้วอัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้มีรสซ่า



น้ำอัดลมกับสุขภาพช่องปาก

ในตอนนี้ประเทศเราได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ปริมาณการดื่มน้ำอัดลมของเราก็จะเพิ่มขึ้นสูง เพราะทุกคนคงเลือกที่จะหันมาดื่มน้ำอัดลมเพื่อดับกระหาย ทั้งที่จริงๆแล้วการดื่มน้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ควรดื่มและดีกว่า จึงทำให้หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยว่า ทำไมการดื่มน้ำอัดลมถึงส่งผลต่อสุขภาพช่องปากของเรา แล้วเราจะมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนกัน

ทำไมการดื่มน้ำอัดลมถึงมีผลต่อสุขภาพช่องปาก

ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย บอกไว้ว่า “การที่เราดื่มน้ำอัดลมนั้นจะส่งผลเสียแก่ร่างกายในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุ โรคอ้วน โรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ”  เนื่องจากน้ำหวานชนิดอัดลมมีกรดคาร์บอนิกค่อนข้างมาก ซึ่งสารดังกล่าวจะกีดขวางการดูดซึมแคลเซียมของกระดูก การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ เพราะร่างกายจะหลั่งสารอินซูลินออกมามากเกินจำเป็น ซึ่งในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งน้ำอัดลม 1 กระป๋อง (ขนาด 325 ซีซี) มีปริมาณน้ำตาล 8-12 ช้อนชา จะเท่ากับน้ำตาลในลูกอม จำนวน 17 เม็ด ส่วนเยลลี่ 1 ถ้วยเล็กจะมีปริมาณน้ำตาล 26 กรัม 

หากกินรวมกันหลายอย่างอาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย และ เกินมาตรฐานที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดว่า ร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หรือปริมาณ 6 ช้อนชา

 

นอกจากนี้การดื่มน้ำอัดลมยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฟันกร่อนได้มากที่สุด เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบคือน้ำตาลกับน้ำ หากไม่มีการทำความสะอาดช่องปากและฟัน จะก่อให้เกิดฟันผุได้ ซึ่งจากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพประเทศไทยครั้งที่ 7 พ.ศ. 2555 พบว่าเด็กเล็กอายุ 3 ปี, 5 ปีมีฟันน้ำนมผุร้อยละ 52 และ 79 เด็กวัยเรียนอายุ 12 ปี, 15 ปี มีฟันแท้ผุร้อยละ 52 และ 62 กลุ่มวัยทำงานและสูงอายุมีฟันผุร้อยละ 87 และ 97 นั่นเอง



วิธีป้องกันโรคในช่องปากที่อาจจะเกิดหากดื่มน้ำอัดลม

สำหรับคนที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นปกติอยู่แล้ว ก็สามารถป้องกันโรคต่างๆในช่องปากได้ด้วยวิธีง่ายๆโดย ทันตแพทย์สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า

  • หากจะเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือน้ำอัดลม ควรจำกัดปริมาณการดื่มในแต่ละวัน โดยน้ำหวานเพียง 1 แก้ว (ปริมาตร 200 มิลลิลิตร) มีน้ำตาลมากกว่าปริมาณน้ำตาลที่ควรจะได้รับต่อวัน
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดอื่นๆ ที่มีการเติมน้ำตาลอีกด้วย เช่น ขนมหวาน ลูกกวาด ฯลฯ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในแต่ละวันเกินจำเป็นจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้
  • ควรแปรงฟันให้สะอาดทั่วถึงทั้งในตอนเช้า หลังอาหารกลางวัน และก่อนนอน ด้วยวิธีง่ายๆด้วยสูตร 2 2 2 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้ทั่วทุกซี่ทุกด้านนาน 2 นาที แปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) และไม่ควรกินอาหารหลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาปากสะอาดนานที่สุด และยังเป็นการป้องกันโรคฟันผุในระยะยาวอีกด้วย

น้ำอัดลมก็มีประโยชน์นะ

แม้ที่เราพูดถึงมาทั้งหมด จะเป็นผลเสียที่เกิดจากการดื่มน้ำอัดสม(ในปริมาณที่มากจนเกินไป) แต่ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้านเสมอค่ะ น้ำอัดลมก็เช่นกัน

สำหรับข้อดีของน้ำอัดลม คงหนีไม่พ้น เป็นเครื่องดื่มที่เป็นแหล่งของพลังงาน ซึ่งร่างกายสามารถได้รับได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบ และน้ำตาลที่ใช้อยู่ในรูปของเหลว ซึ่งสามารถจะผ่านช่องปากลงสู่กระเพาะอาหารได้อย่างรวดเร็ว

แพทย์จึงมักจะแนะนำให้เด็กและผู้ใหญ่ดื่มน้ำอัดลม หากไม่สามารถรับประทานอาหารอื่นได้ นอกจากจะเพิ่มปริมาณของเหลวที่ร่างกายได้รับแล้ว น้ำอัดลมยังมีผลช่วยบรรเทาอาการคลื่นเหียนจาก อาการแพ้ท้อง หรือหลังการผ่าตัด ช่วยในระบบย่อยอาหาร และดับความกระหาย

 

สุดท้ายไม่ว่ายังไงเราก็ต้องรักษาความสะอาดภายในช่องปากของเราอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดีกันด้วยนะคะ


avatar
by doubleP

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon