รู้จัก Spotify สตรีมมิ่งเพลงออนไลน์รายใหญ่ของโลก เปิดให้บริการในไทยแล้ว

posted: 1 year ago
รู้จัก Spotify สตรีมมิ่งเพลงออนไลน์รายใหญ่ของโลก เปิดให้บริการในไทยแล้ว

comments

สิ้นสุดการรอคอยสักทีสำหรับคอเพลงชาวไทย เพราะต่อไปนี้เราจะได้ฟังเพลงจำนวนมหาศาลจากทุกอัลบั้มที่คุณจินตนาการถึงของศิลปินชื่อดังทุกคนบนโลกใบนี้โดยไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป หลังจาก Spotify ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์รายใหญ่ของโลก ได้เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2017 เป็นต้นไป หลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อของ Spotify มาบ้าง เอาเป็นว่า rabbit daily จะพาคุณไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเนอะ



Spotify เก๋ามาตั้งแต่ปี 2008

spotify


กระแสโลกยุคดิจิทัลค่อยๆ ผลักให้การฟังเพลงผ่านแผ่นเสียง เทป และซีดี ค่อยๆ หายไปจากวงการเพลง (แม้จะมีผู้ที่ชื่นชอบความวินเทจเหล่านี้อยู่ก็ตาม) ทำให้ทั้งตัวค่ายเพลง ศิลปิน และผู้ให้บริการเองต้องเริ่มปรับตัว หันมาพึ่งพาระบบออนไลน์กันมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในบริการสุดฮิตที่คอเพลงทั่วโลกนิยมกันก็คือ ‘การสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์’ นั่นเอง เพราะเพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ตก็สามารถฟังเพลงได้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก

ชาวไทยส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับบริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์อย่าง Apple Music, Joox หรือแม้แต่ Fungjai สตรีมมิ่งเพลงอินดี้น้องใหม่มาแรง แต่ในฝั่งยุโรปนั้นใครๆ ก็ต้องรู้จัก Spotify ผู้ให้บริการฟังเพลง พอดคาสต์ และวิดิโอรายใหญ่ของโลก ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2008 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน จนขยับขยายเป็นธุรกิจในวงการเพลงรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ หรืออาจจะเรียกได้ว่า Spotify คือผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์รายแรกของโลก แม้ว่าจะไม่ได้เปิดให้บริการในทุกประเทศทั่วโลกก็ตาม แต่ปัจจุบันมีเพลงในระบบมากกว่า 30 ล้านเพลง มีสมาชิกที่รับบริการผ่าน Spotify มากกว่า 140 ล้านบัญชี


เรื่องน่ารู้ : ศิลปินดัง VS Spotify

Taylor Swift


แม้ว่า Spotify จะดูทรงอิทธิพลในวงการเพลงออนไลน์ แต่ในปี 2015 ก็มีคู่แข่งน้องใหม่อย่าง Apple Music มาเขย่าบัลลังก์เช่นกัน ทำให้ Spotify ต้องปรับกลยุทธ์หลายๆ อย่างในการรักษาตลาดสตรีมมิ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่าในเมื่อคนรุ่นใหม่หันมาฟังเพลงผ่านออนไลน์มากขึ้น ค่ายเพลงและศิลปินก็จะโปรโมตซิงเกิ้ลใหม่ๆ ผ่าน Spotify แต่ศิลปินชื่อดังอย่าง Taylor Swift เคยประกาศว่าเพลงในอัลบั้มชุด 1989 ที่วางจำหน่ายในปี 2014 นั้นจะไม่มีการปล่อยให้ฟังผ่าน Spotify หรือ Apple Music โดยเฉพาะการถอนเพลงออกจากบริการสตรีมมิ่ง เนื่องจาก Spotify มีตัวเลือกให้ผู้ใช้บริการสามารถ ‘ฟังเพลงฟรีแลกกับโฆษณา’ เพราะเธอเองเชื่อว่าศิลปินควรขายเพลงได้ทั้งอัลบั้ม และการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้ทำให้อัลบั้ม 1989 ของเทเลอร์ขายได้มากกว่า 5 ล้านก็อปปี้ (ใครอยากฟังจริงๆ ก็ซื้อฟังซะ พอไม่มีการปล่อยให้ฟังฟรี แฟนเพลงก็หันไปซื้ออัลบั้มจริงๆ) ซึ่งเธอเพิ่งมาปล่อยเพลงทั้งอัลบั้มให้ฟังผ่านสตรีมมิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง

นอกจากนี้ศิลปินอย่าง Thom Yorke แห่งวง Radiohead ก็เคยไม่ปล่อยเพลงผ่านสตรีมมิ่งเช่นกัน เพราะเขาคิดว่ามันจะทำให้ยอดจำหน่ายของศิลปินลดลง ซึ่งไม่เป็นธรรมสำหรับผู้สร้างสรรค์บทเพลง รวมทั้ง Beyoncé ที่จะปล่อยให้ฟังเพลงของเธอผ่านสตรีมมิ่งได้ก็ต่อเมื่ออัลบั้มวางจำหน่ายไปแล้วเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี


วันนี้ที่รอคอย…มาลองใช้ Spotify กันดีกว่า

Spotify-Thailand


แม้ว่าในแง่ของโปรดิวเซอร์และศิลปินอาจมีดราม่ากันบ้าง แต่สำหรับผู้บริโภคแล้วต้องยอมรับว่า Spotify คือตัวเลือกดีๆ ที่จะช่วยให้คุณได้ฟังเพลงที่ถูกใจของศิลปินที่ชื่นชอบได้แบบจุใจ ทุกที่ทุกเวลาผ่านการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ หากใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือแล็ปท็อปก็สามารถฟังผ่านเว็บไซต์ www.spotify.com/th หรือหากใช้สมาร์ทโฟนก็สามารถโหลดแอปพลิเคชั่น Spotify ได้ทั้งระบบ Android และ iOS เพียงแค่สมัครสมาชิกก็สามารถฟังเพลงได้แล้ว rabbit daily เลยถือโอกาสนี้ลองทดสอบใช้เจ้า Spotify ที่ว่ากันว่าเป็นคลังเพลงออนไลน์รายใหญ่ของโลกกันสักหน่อย

วิธีสมัครสมาชิกและใช้บริการฟังเพลง

1. เข้าเว็บไซต์ https://www.spotify.com/th/home จะเจอหน้าโล่งๆ สบายตาของ Spotify เพิ่มเติมคือมีอักษรภาษาไทยโผล่มาทักทายแล้วค่ะ ขั้นตอนแรกคือเลือกสมัครสมาชิกเลย ซึ่งจะมี 2 แบบ คือ Spotify แบบฟรี และ Spotify แบบ Premium (เดี๋ยวจะอธิบายความแตกต่างในลำดับต่อไป)

1


2. เราจะลองเลือกสมัครสมาชิกแบบ Spotify ฟรี กันก่อนเนอะ น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้ก่อน (แต่หากสมัคร Spotify แบบ Premium ตอนนี้เปิดให้ชาวไทยได้ทดลองใช้ฟรีเป็นเวลา 1 เดือน) เมื่อคลิกเข้ามาก็จะเจอหน้าสำหรับกรอกข้อมูลแบบง่ายๆ เพื่อสมัครสมาชิก และคุณสามารถเลือกวิธีสมัครด้วยการเชื่อมต่อกับบัญชี Facebook ได้อีกด้วย

2


3. เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว คอมพิวเตอร์จะขึ้นโปรแกรม Spotify ให้ติดตั้งเพื่อใช้สำหรับฟังเพลง หากคุณใช้สมาร์ทโฟนก็โหลดแอปพลิเคชั้น Spotify ทำได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน หลังจากสมัครแล้ว เราก็ลองเข้าสู่ระบบกันสักหน่อย โดยคุณจะเจอหน้าลักษณะแบบนี้

3


4. ภายในหน้า Profile จะระบุข้อมูลส่วนตัวของเรา และแสดงแถบเครื่องมือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขโปรไฟล์ เปลี่ยนรหัสผ่าน กู้คืนเพลย์ลิสต์ รายละเอียดวันที่และการสมัครสมาชิกเพื่อชำระเงินหลังจากการทดลองใช้ฟรีสิ้นสุดลง (สำหรับผู้ที่ทดลองใช้ฟรีแบบ Premium)

4


5. หากจะไปหน้าสำหรับฟังเพลงก็คลิกที่สัญลักษณ์โลโก้ Spotify ที่อยู่มุมซ้ายด้านบน และเว็บไซต์จะลิ้งค์ไปยังหน้าต่างแรกของการฟังเพลง และหากอยากเห็นคลังเพลงจำนวนมหาศาลหรือต้องการสืบค้นหาเพลงก็คลิกที่ปุ่มเขียว ‘เปิด WEB PLAYER’

5


6


7. หน้าตาของคลังเพลง Spotify จะมีการแบ่งเป็นเพลงที่เพิ่งออกใหม่ เพลย์ลิสต์เพลงประเภทต่างๆ ชาร์ตเพลงทั่วโลก ชาร์ตเพลงฝั่งสหรัฐฯ รวมไปถึงพอดคาสต์ต่างๆ ให้ฟังกันแบบจุใจ หากต้องการค้นหาเพลงก็ไปที่ แถบ Search กันเลย

7


8. สามารถค้นหาด้วยชื่อเพลง ชื่อศิลปิน และชื่ออัลบั้ม เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกการค้นหา ตอบโจทย์คอเพลงได้อย่างดีเลย สะดวกสุดๆ ด้วยแถบเล่นเพลงด้านล่างของเว็บไซต์ที่ให้คุณจัดเพลย์ลิสต์เพลงโปรด เลือกลำดับการเล่น เพิ่ม-ลดเสียงได้เพียงปลายนิ้วคลิก

8


9



จุดเด่นของ Spotify และค่าบริการสำหรับสมาชิก

spotify-overview


จุดเด่นของ Spotify ที่ครองใจสาวกสตรีมมิ่งก็คือ มีคลังเพลงจำนวนมหาศาล โดดเด่นด้วยการจัดเพลย์ลิสต์มากมายหลายประเภท ครอบคลุมทุกรสนิยม ทั้งแต่เพลงคลาสสิก บลูส์ แจ๊ส ร็อก จนมาถึงป็อบ และแน่นอนว่าสำหรับคลังเพลงในประเทศไทยนั้นก็ครอบคลุมตั้งแต่ Room 39 จนถึง ลำไย ไหทองคำ เลยทีเดียว รวมไปถึงระบบการใช้งานที่สะดวกและง่ายต่อผู้ฟังทุกเพศทุกวัย แถมคุณภาพเสียงก็ใสแจ๋วมาก

  • สำหรับค่าบริการสมาชิก Spoify Thailand ในขณะนี้นั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
    – แบบฟรี
    – แบบ Premium รายบุคคล ราคา 129 บาท/เดือน
    – แบบ Premium แพ็กเกจครอบครัว (ฟังได้สูงสุด 6 คน) ราคา 199 บาท/เดือน

ความแตกต่างของการสมัครสมาชิกแบบฟรีและแบบ Premium

Spotify-Free-Premium


Spotify แบบฟรี
– สามารถฟังเพลงในคลังเพลงทั้งหมดของ Spotify ได้แบบฟรีๆ เหมือนสมาชิกแบบ Premium ทุกประการ แต่ ! ระหว่างการฟังเพลงจะมีโฆษณาคั่นแทรกขึ้นมาบ้าง
– อาจไม่สามารถเลือกเล่นเพลงได้บนอุปกรณ์ทุกชนิด เพราะสมาชิกแบบฟรีนี้จะมีการจำกัดการเชื่อมต่อบ้างเล็กๆ น้อยๆ
– หากฟังผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน จะฟังเพลงได้เฉพาะแบบสุ่ม (Shuffle) เท่านั้น

Spotify แบบ Premium
– สามารถเลือกฟังเพลงในคลังเพลงทั้งหมดได้โดยไร้โฆษณาคั่นให้เสียอารมณ์ ด้วยเสียงเพลงความละเอียด 320 KBps
– ฟังเพลงและเชื่อมต่อได้บนอุปกรณ์ทุกประเภท ทั้งสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป ฯลฯ และยังสามารถต่ออุปกรณ์ใช้งานไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้ เช่น ลำโพงรถยนต์ หรือสมาร์ททีวี
– สามารถดาวน์โหลดเพลงเพื่อเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้


สตรีมมิ่งเพลงรายใหญ่ของโลกเปิดให้บริการในประเทศไทยทั้งที เรียกได้ว่า Spotify น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดีๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการฟังเพลง เพราะนอกจากจะสะดวกแล้ว ยังสามารถอัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของผลงานศิลปินได้แบบรวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าตลาดสตรีมมิ่งของไทยเริ่มขยับขยาย เพราะคนไทยเองก็หันมาฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์มากขึ้นนั่นเอง


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon