เงินน้อยแต่อยาก ‘เล่นหุ้น’ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ ‘1,000 บาท’ ก็ลงทุนได้!

posted: 11 months ago
1,408 views
เงินน้อยแต่อยาก ‘เล่นหุ้น’ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ ‘1,000 บาท’ ก็ลงทุนได้!

comments

ถ้ามองย้อนกลับไปในอดีตคนที่จะเข้ามาลงทุนในตลาด หุ้น ได้ต้องเป็นคนมีสตางค์หรือเรียกว่า เป็นคนรวยเท่านั้น เพราะหุ้นมีความผันผวนสูง ดังนั้นคนที่จะเข้ามาต้องมีเงินสำรองไว้พอสมควร แต่ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็สามารถลงทุนได้ด้วยเงินไม่กี่พันบาท ซึ่งถือว่าเป็นการออมเงินในรูปแบบหนึ่งถ้าเทียบกับการฝากเงินในธนาคารนั้นก็สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

เงินเพียง 1,000 บาท ก็ลงทุนกับหุ้น ได้

หุ้น

การออมเงินในรูปแบบของหุ้นนี้ เรียกว่า การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Average หรือ DCA) สามารถออมด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยเราสามารถเลือกซื้อหุ้นได้จากที่นักวิเคราะห์คัดสรรหุ้นที่มีศักยภาพมาให้ลงทุน รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ทำให้ได้ต้นทุนที่ระดับค่าเฉลี่ย และช่วยสร้างวินัยในการลงทุนสำหรับคนที่ไม่มีเงินลงทุนเป็นก้อนใหญ่ได้ด้วย ที่สำคัญที่สุดคือตามสถิติผู้ลงทุนระยะยาวในแบบ DCA จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นสูงที่สุดกว่ารูปแบบอื่นๆ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหุ้นในกลุ่ม SET100 หรืออยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งผลประกอบการดีเวลาเจอมรสุมด้านเศรษฐกิจหรือการเมืองมากระทบก็จะไม่โดนเหวี่ยงมากเหมือนหุ้นขนาดเล็ก ทำให้สามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอเฉลี่ยแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 3.1%

หุ้นกลุ่ม SET100 ได้แก่

หุ้น

ตัวอย่างหุ้น SET100 บางส่วนที่ส่วนใหญ่แล้ว โบรกเกอร์คัดสรรมาให้นักลงุทน ได้แก่

AOT : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ,BBL : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) , BEM : บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , BTS : บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

CPN : บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) , CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) , INTUCH : บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) , KBANK : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) , KTB : ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) , MINT : บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน),PTT : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , PTTGC : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

DCA หรือ Dollar Cost Averaging คืออะไร

หุ้น

DCA เป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยกำหนดวงเงินลงทุนเป็นงวดๆ งวดละเท่า ๆกัน อาจจะลงทุนเป็นรายเดือน รายวัน หรือรายสัปดาห์ แบบสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน โดยที่ไม่สนใจว่าราคาหุ้นที่เราต้องการซื้อจะขึ้นหรือลง เป็นการลงทุนแบบอัตโนมัติไปเรื่อย ๆ โดยตั้งเป้าหมายที่จำนวนเงินที่ต้องการลงทุนเป็นหลัก

นั่นก็แปลว่าเมื่อหุ้นราคาตก เราก็มีโอกาสซื้อหุ้นได้ในจำนวนที่มากขึ้น เช่น สมมุติเปิดบัญชีออมหุ้นกับโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง โดยเราสามารถกำหนดจำนวนเงินออมในแต่ละเดือน รายชื่อหุ้นที่ต้องการจะซื้อ และวันที่ที่จะทำการซื้อหุ้นในแต่ละเดือน

เช่น ลงทุนจำนวนเงิน 1,000 บาททุกเดือน โดยลงทุนในหุ้น 2 ตัว ได้แก่ หุ้น ก. และหุ้น ข. ด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน โดยให้ทำการซื้อทุกวันที่ 5 หรือ 15 หรือ 25 ของเดือนนั้นๆ ที่เราได้ทำสัญญาไว้กับโบรกเกอร์ โดยโบรกเกอร์จะตัดเงินออกจากบัญชีของเราเป็นประจำทุกเดือน เพื่อซื้อหุ้นตามคำสั่ง

ข้อดีของการลงทุนหุ้น แบบ DCA

หุ้น

1.สร้างวินัยให้กับตนเองเพราะต้องลงทุนทุกเดือนเท่า ๆ กัน โดยหักบัญชีอัตโนมัติ
2.ไม่ต้องไปซื้อหุ้นแพง เพราะเป็นการทยอยการลงทุนที่สม่ำเสมอ จึงใช้เงินลงทุนน้อย
3.หุ้นตกหุ้นขึ้นก็ไม่ต้องไปกังวลให้เสียอารมณ์
4.เป็นเงินออมที่ไว้ใช้ในอนาคตหรือยามเกษียณได้อย่างสบาย ๆ
5.เลือกหุ้นดีอาจรับปันผลทุกๆไตรมาส
6.เงินน้อยก็ซื้อหุ้นใหญ่ได้
7.ช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนในระยะยาว
8.ไม่ต้องเสียเวลาติดตามหุ้นอย่างใกล้ชิด
9.ไม่ต้องมีประสบการณ์ในการลงทุนก็เล่นหุ้นได้
10.มนุษย์เงินเดือน หรือธุรกิจส่วนตัวลงทุนได้ เพราะไม่ต้องติดตามข่าวหรือตามราคาหุ้นในตลาดหุ้นมากนัก
11.ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมประมาณ 10-15% ต่อปี สูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร

ข้อเสียของการลงทุนในหุ้นแบบ DCA

หุ้น

1.ไม่สามารถเลือกหุ้นได้ทุกตัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
2.เลือกได้เฉพาะหุ้นที่ บล. หรือโบรกเกอร์คัดสรรมานำเสนอได้เท่านั้น
3.วันที่หักบัญชีอัตโนมัติที่กำหนดไว้ ถ้าหากไม่มีเงินในบัญชีให้โบรกเกอร์ตัดเข้าระบบจะต้องถูกเรียกเก็บดอกเบี้ย
4.ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินที่ลงทุน หรือเปลี่ยนแปลงหุ้นที่ลงทุน จะซื้อได้ที่ราคาเปิด หรือราคาปิดของวันที่บริษัทกำหนดไว้เท่านั้น เราเลือกราคาเองไม่ได้

เมื่อรู้แล้วว่า การออมใน หุ้น แบบ  DCA นั้นสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1,000 บาท แต่สิ่งสำคัญนั้นคือ มีวินัย ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน แถมต้องใจเย็นที่จะรับความผันผวนได้ เพราะการลงทุนในหุ้นต้องลงทุนระยะยาว 5 ปี 8 ปี หรือ 10 ปี ถึงจะได้รับตอบแทนที่ดี ลองสำรวจตัวเองกันดูว่า พร้อมจะลงทุนในรูปแบบนี้หรือไม่ ถ้าคิดว่าตัวเองพร้อมและอยากได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากก็ลุยกันเลยค่ะ


avatar
by ANCHALEE SABUYSUK
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon