ส่อง หุ้น ไทยครึ่งปีหลัง นักลงทุนหน้าใหม่ ต้องเสี่ยงกับอะไร?

posted: 3 weeks ago
ส่อง หุ้น ไทยครึ่งปีหลัง นักลงทุนหน้าใหม่ ต้องเสี่ยงกับอะไร?

comments

“คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น”

คำเปรียบเปรยที่เราคุ้นหูกันมาเนิ่นนาน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกแห่งโซเชียลได้คืบคลานเข้ามา การลงทุนก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพะการลงทุนใน หุ้น ไม่ได้เข้าถึงเฉพาะคนรวยเท่านั้น มนุษย์เงินเดือนอย่างเราที่มีเงินเดือนอันน้อยนิดก็สามารถกระโดดเข้ามาลงทุนได้เช่นกัน

แต่ช้าก่อน! ถ้าใครคิดจะเข้ามาเล่นหุ้นในช่วงนี้ ต้องศึกษาให้ดีอย่างถี่ถ้วน เพราะการเล่นหุ้นอย่างที่รู้ๆ กันอยู่มีความเสี่ยงสูงมาก ถึงมากที่สุด ถ้าไม่มีความรู้เลย แล้วมาลงสนามหุ้นอาจเจ็งไม่เป็นท่าได้ เนื่องจากปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีความผันผวนจากหลายปัจจัย แล้วในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือจะเป็นอย่างไร วันนี้ rabbit finance ได้นำข้อมูลมาฝากก่อนตัดสินใจกันค่ะ

หุ้น

ส่องตลาด หุ้นไทย ครึ่งปีแรกเจอวิกฤติอะไรบ้าง

ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยต้องประสบกับวิกฤตการเมือง และเศรษฐกิจ ที่กระทบไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ออกมาตรการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจีน จนทำให้เกิดความกังวลในเรื่องสงครามการค้า

เท่านั้นยังไม่พอสัปดาห์ที่ผ่านมา (12 – 13 มิ.ย.61) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 1.75 – 2% ส่งผลให้หุ้นไทยร่วงหลุดฐาน 1,700 จุด เนื่องจากต่างชาติขายทิ้งกว่าแสนล้านบาท และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่า จะปรับขึ้นในเดือนกันยายน และธันวาคมในปีนี้อีก นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยเอง ยังต้องเจอแรงกดดันจากผลประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศแผนยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในสิ้นปีนี้

หุ้น

ครึ่งปีหลัง หุ้นไทย ‘รุ่ง’ หรือ ‘ร่วง’

แม้ตลาดหุ้นไทยจะเจอกับอุปสรรคนานับประการ แต่นักวิเคราะห์หลายรายต่างให้มุมมองช่วงครึ่งปีหลังนี้ว่า ตลาดหุ้นไทยจะสดใส หากโรดแมปการเลือกตั้งมีความชัดเจนเป็นไปตามที่วางไว้ ไม่มีการเลื่อนวันออกไปอีก ก็จะทำให้มีโอกาสที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับอานิสงส์จากการผลักดันนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มีผลบังคับใช้แล้ว น่าจะกระตุ้นให้บรรยากาศการลงทุนพลิกกลับมาคึกคักมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นไปตามคาดดัชนี้หุ้นไทยในครึ่งปีนี้น่าจะทะยานพุ่งไปได้ถึง 1,750 – 1,950 จุด ได้

หุ้น

ก่อนตัดสินใจเล่น หุ้น ต้องรู้อะไรบ้าง

แม้ในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวน แต่การลงทุนในหุ้นเป็นการลงทุนระยะยาวนาน ที่เพียงพอจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกและชนะอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งมือใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง

  • อ่านหนังสือ เข้าฟังอบรมสัมมนา พร้อมทั้งติดตามข่าวเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ
  • ทดลองเล่น Click 2 win ก่อนลงสนามจริง เพราะการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูง
  • เช็กค่าคอมมิชชั่น เพราะแต่ละโบรกเกอร์คิดค่าไม่เหมือนกัน บางที่ถูกบางที่แพง
  • เลือกเปิดพอร์ตกับบริษัทโบรกเกอร์ที่พ่วงกับธนาคารเพื่อสะดวกในการโอนเงิน
  • บัญชีหุ้นมี 2 ประเภท คือ Cash balance ต้องโอนเงินเข้าพอร์ตหุ้นก่อน และซื้อหุ้นได้ในวงเงินที่มีในพอร์ตเท่านั้น ซึ่งเหมาะกับมือใหม่ และ ATS คือการซื้อหุ้นก่อนแล้วโอนเงินเข้าพอร์ตทีหลังตามเวลาที่กำหนด
  • เลือกหุ้น จาก SET 50 ดูรายชื่อหุ้นจาก www.settrade.com , www.set.or.th เพื่อให้ไปศึกษากิจการให้รู้จักหรืออาจจะดูจากหมวดอุตสาหกรรมเพื่อให้เข้าใจว่าหุ้นอะไรอยู่หมวดไหน (ตัวอย่างหุ้น SET 50 ที่เป็นที่รู้จักดีก่อน BTS , BEM , AOT , ADVANC , CPALL , PTT , PTTEP , KBANK เป็นต้น)
  • หลังมีพอร์ตหุ้นเป็นของตัวเองแล้ว โหลดโปรแกรม Streaming มีทั้งใน Ios และ android เรียนรู้วิธีการคีย์คำสั่งซื้อขายด้วยตนเอง
  • ศึกษาดัชนี SET ปรับฐานก่อน เพราะส่วนใหญ่หุ้นที่มี Market cap สูงๆ จะอ้างอิงดัชนี SET เป็นหลัก ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้
  • ศึกษาหุ้นเป็นรายตัว มีการจ่ายปันผลอย่างไร หรือหุ้นนี้ P/E เท่าไหร่ เพื่อดูว่าหุ้นถูกหรือแพง
  • จัดพอร์ต ลงทุนหุ้น 3 – 5 ตัว ที่อยู่คนละหมวดอุตสาหกรรม เพื่อกระจายความเสี่ยง

หุ้น

สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากไว้สำหรับผู้ที่คิดจะลงทุนในหุ้นก็คือ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ ผลตอบแทนที่สูงก็ย่อมมีความเสี่ยงสูง เพียงแค่เราจะมองสั้นๆ หรือมองยาวๆ กับการลงทุนของเราก็เท่านั้นเอง


avatar
by ANCHALEE SABUYSUK
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon