เรียนต่อต่างประเทศ ควรพกเงินแบบไหนดี?

posted: 1 year ago
เรียนต่อต่างประเทศ ควรพกเงินแบบไหนดี?

comments

เมื่อพูดถึง การเรียนต่อต่างประเทศ ลิสต์อันดับต้นๆ ที่เพื่อนๆ ให้ความสนใจมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเตรียมกระเป๋าเดินทาง เตรียมเอกสาร หาที่เรียน และหาที่พัก แต่นอกจากลิสต์พวกนี้แล้ว เรียนต่อต่างประเทศ ยังมีเรื่องของ “เงินทอง” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งนักเรียนนอกต้องคุ้นเคยกันดีแน่กับ การแลกเปลี่ยนเงินตรา

การแลกเงินเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ เป็นเรื่องสำคัญที่นักเรียนนอกทุกคนต้องสร้างความคุ้นเคยเอาไว้ เพราะนอกจากจะต้องคอยติดตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงแล้ว ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต การโอนเงินผ่านธนาคาร ก็เป็นเรื่องที่คุณต้องรู้ด้วย

ว่าแต่จะไป เรียนต่อต่างประเทศ ทั้งทีควรพกเงินแบบไหนไปถึงจะดีที่สุดนะ วันนี้มีคำตอบมาฝากกันค่ะ!


วิธีการพกเงินเพื่อไป เรียนต่อต่างประเทศ

 

เรียนต่อต่างประเทศ

1. ดร๊าฟท์ธนาคาร (Bank Draft)

เป็นตราสารการเงินประเภทหนึ่งที่ออกโดยธนาคารในประเทศไทย เพื่อสั่งให้ธนาคารในต่างประเทศจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุหน้าดร๊าฟท์ให้แก่ผู้รับเงิน

คนที่ เรียนต่อต่างประเทศ สามารถซื้อดร๊าฟท์สั่งจ่ายชื่อตนเอง แล้วนำไปเปิดบัญชีกับธนาคารในต่างประเทศ หรือซื้อดร๊าฟท์สั่งจ่ายชื่อมหาวิทยาลัยเพื่อจ่ายค่าเทอมได้ โดยค่าใช้จ่ายในการซื้อดร๊าฟท์อยู่ที่ประมาณ 200 บาท

หากเกิดกรณีทำดร๊าฟท์ธนาคารหาย คุณสามารถขอให้ทางธนาคารในประเทศออกดร๊าฟท์ให้ใหม่ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ขอแนะนำว่าผู้ปกครองควรเป็นผู้ซื้อดร๊าฟท์ให้แก่นักศึกษา เพราะถ้าเกิดกรณีสูญหายแล้วต้องติดต่อกับธนาคารที่เมืองไทย ผู้ปกครองจะสามารถจัดการได้สะดวกกว่า

ข้อควรรู้ : ผู้ที่จะนำดร๊าฟท์ไปขึ้นเงินได้ ต้องเป็นคนที่มีชื่อระบุอยู่บนดร๊าฟท์เท่านั้น ดังนั้น ดร๊าฟท์จึงถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ปลอดภัย เพราะถึงแม้เราทำสูญหายคนอื่นก็ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้


เรียนต่อต่างประเทศ

2. เช็คเดินทางต่างประเทศ (Traveler’s Cheque)

เป็นตราสารการเงินสำหรับใช้จ่ายค่าสินค้าต่างๆ และแลกเป็นเงินสดได้ ในกรณีสูญหายหรือถูกขโมยเจ้าของเช็คสามารถติดต่อตัวแทนสถาบันการเงินในต่างประเทศให้ออกเช็คใหม่ทดแทนได้ หากต้องการซื้อเช็คควรติดต่อไปยังธนาคาร เพื่อขอคำแนะนำว่าถ้าต้องการเดินทางไปยังประเทศนี้ควรซื้อเช็คของบริษัทอะไร เพราะบางสกุลเงินก็ไม่สามารถใช้เช็คได้

ข้อควรรู้ : ค่าธรรมเนียมในการออกเช็คอยู่ที่  1% ของจำนวนเงินตามมูลค่าที่ซื้อ การนำเช็คไปใช้ที่ต่างประเทศนั้น นักศึกษาจะต้องเซ็นชื่อให้เหมือนกับลายเซ็นที่เซ็นไว้บนหน้าเช็คและลายเซ็นในพาสปอร์ต



เรียนต่อต่างประเทศ

3. บัตรเครดิต (Credit Card)

ก่อนใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ อย่าลืมตรวจสอบกับทางบริษัทให้แน่ใจว่าบัตรนั้นสามารถนำไปใช้ที่ประเทศนั้นๆ ได้ ส่วนใหญ่บัตรเครดิตจะกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า บัตรหลักผู้สมัครต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนบัตรเสริมที่พ่วงกับบัตรเครดิตของผู้ปกครองผู้ใช้ต้องอายุ 15 ปีขึ้นไป

ข้อควรรู้ : บัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร จะมีอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน อาจมีบางบริษัทที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม คุณควรสอบถามจากหลายๆ บริษัทแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันประกอบการตัดสินใจ เพื่อความประหยัดในระยะยาว


 

เรียนต่อต่างประเทศ

4. บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากประเทศไทย (ATM & Debit Cards)

บัตรที่สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ จะต้องมีสัญลักษณ์ PLUS และ VISA อยู่บนบัตร เมื่อมีการถอนเกิดขึ้นเงินจะถูกหักจากบัญชีในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ

ข้อควรรู้ : ค่าธรรมเนียมในการกดเงินจากต่างประเทศแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 100 บาท บางประเทศอาจมีการเก็บค่า Withdrawal fees เพิ่มนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่ธนาคารในประเทศไทยเรียกเก็บ


เรียนต่อต่างประเทศ

5. เงินสด (Cash)

การแลกเงินเป็นเงินสดส่วนใหญ่จะได้เรทเงินสูงกว่าวิธีการอื่น พูดง่ายๆ ก็คือคุ้มกว่านั่นเอง แต่การถือเงินสดก็มีข้อเสียคือเสี่ยงต่อการสูญหายและถูกขโมย การแลกเงินนั้นหากแลกตามแหล่งท่องเที่ยว สนามบิน สถานีรถไฟ มักจะได้เรทที่ต่ำกว่าที่อื่นเล็กน้อย ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรจะแลกไว้ก่อนล่วงหน้าจะดีกว่า

ข้อควรรู้ : แหล่งแลกเงินที่ได้รับความนิยมเพราะให้เรทสูงกว่าที่อื่น เช่น ร้านรับแลกเงินย่านประตูน้ำ บริเวณตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ถ้าแลกเป็นจำนวนไม่เยอะมาก คำนวณค่าเดินทางแล้วอาจจะไม่คุ้ม แลกตามธนาคารทั่วไปก็ได้เรตที่ไม่ต่างกันมากนัก

เมื่ออ่านข้อมูลเหล่านี้ที่ rabbit finance เอามาฝากจบ เราเชื่อมั่นเหลือเกินค่ะว่ามันคงจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ที่คิดจะ เรียนต่อที่ต่างประเทศ อยู่ไม่น้อย ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมติดตามอัตราการแลกเปลี่ยนเช็คค่าเงินอยู่เสมอ

เพราะ อัตราการแลกเปลี่ยนเงิน  มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรจะรอโอกาสและหาเวลาที่คุณสามารถแลกค่าเงินได้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเวลาที่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่หากเลือกช่วงเวลาที่ ค่าเงินบาทแข็งค่า ก็จะได้กำไรมากกว่านั่นเอง

 


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon