เดินตามรอยเท้าพ่อกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

posted: 2 years ago
27,234 views
เดินตามรอยเท้าพ่อกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

comments

ใครจะไปเชื่อว่า “ความพอเพียง”  จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขได้ การใช้ชีวิตได้ด้วยการพึ่งพาตัวเอง ไม่เบียดเบียนใครรู้จักใช้เท่าที่มี ไม่ใช้จ่ายเกินกำลัง หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไม่มีใครสามารถทำได้หรอกนะ แต่เราประชาชนชาวไทยคุ้นชินกับการได้เห็นและมีบุคคลตัวอย่างในเรื่องของความพอเพียงนั่นก็คือ

“ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ( รัชกาลที่ ๙ ) ” 


“เศรษฐกิจพอเพียง”

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี

ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ  จนกลายมาเป็น “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จนถึงทุกวันนี้

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์


เศรษฐกิจพอเพียง


ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก

ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน

และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม

ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี


ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้

๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต


โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ  ดังนี้

๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ

๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

ซึ่งคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้เราจะเรียกกันสั้นๆว่า “ หลัก ๓ ห่วง ๒ เ งื่อนไข” นั่นเอง  และจากหลัก ๓ ห่วง ๒ เ งื่อนไข นั้นถ้าเราทำได้ก็จะนำไปสู่ การมีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่สมดุล, มั่นคงและยั่งยืนอย่างแน่นอน


3ห่วง2เงื่อนไข credit : tamroipor

“…พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย

ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก

คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมี มีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น…”

พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑


จากพระราชดำรัสของพระองค์นั้นทำให้เราคิดได้ว่า ความพอเพียง นั้นจริงๆแล้วขึ้นอยู่กับตัวเรา ถ้าเรามีมากก็ต้องรู้จักใช้เราอาจจะให้เยอะแต่ก็ต้องอย่าลืมที่จะต้องคิดถึงว่าเราจะมีเพียงพอสำหรับอนาคตหรือไม่ ถ้าเรามีน้อยเราก็ต้องใช้เท่าที่เรามีอย่าใช้อะไรที่มันเกินตัว และถ้าหากว่าเราสามารถกำจัดความอยากได้ อยากมีไปได้ ชีวิตเราก็จะมีความสุข

เพราะเราจะไม่อยากได้ในสิ่งที่คนอื่นเขามีแต่เราไม่มี ถ้าเกิดเรามีความรู้สึกว่าเราต้องมีแบบที่เขามีนะ เราก็จะเป็นทุกข์ที่จะต้องมาคอยนั่งคิดว่า ทำยังไงเราถึงจะมีแบบเขา จนต้องไปหามาให้ได้ อาจจะไปยืมคนอื่นหรือขอพ่อแม่นั้นเอง

ดังนั้น ถ้าเรารู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง รู้จักกับคำว่า “พอ” พอใจในสิ่งที่เรามี พอใจในสิ่งที่เราเป็น และใช้เท่าที่เรามี ใช้เท่าที่เราหามาได้ ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น เราก็จะสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon