4 สาเหตุ อาการหลับใน ปล่อยทิ้งไว้เสี่ยงถึงชีวิตได้

posted: 3 months ago
4 สาเหตุ อาการหลับใน ปล่อยทิ้งไว้เสี่ยงถึงชีวิตได้

comments

ถ้ารู้ตัวว่าจะต้องขับรถทางไกล หรือใช้เวลาบนรถนาน ๆ หากผู้ขับขี่พักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจทำให้อ่อนเพลีย และเกิดอาการหลับในได้ง่าย ๆ  ซึ่งอันตรายมาก ๆ เลยนะคะ วันนี้ rabbit finance จึงหาสาเหตุและการป้องกันมาฝากกัน เพื่อการขับขี่ในครั้งหน้าจะได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อาการหลับใน

อาการหลับใน ที่ไม่ควรมองข้าม

จากผลสำรวจของกระทรวงคมนาคมที่รวบรวมสถิติในแต่ละปี พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในสูงถึงปีละ 4.6% ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เสียโอกาส เสียเวลา และถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี ถือว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและไม่ควรมองข้าม

สาเหตุของการหลับใน

1.อดนอน นอนไม่พอ ถ้านอนหลับต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการขับรถ อาจทำให้เกิดการหลับในหรือง่วงนอนกะทันหันได้ ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนแบบไม่คาดคิด

2.นอนไม่เป็นเวลา การนอนที่ดีต่อสุขภาพต้องเข้านอนก่อน 22.00 น. และตื่นนอนตอน 6.00 น. จะทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่ถ้าคนไหนเกิดนอนดึกนอนไม่เป็นเวลา เช่น นอนดึกตื่นสาย ก็จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียทำให้รู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม อาจจะรู้สึกง่วงในตอนกลางวัน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

3.เปลี่ยนเวลาเข้านอนบ่อย ๆ เช่น คนทำงานที่ต้องเข้ากะ สัปดาห์นี้อาจจะทำงานช่วงเช้าเลิกเย็น ไปนอนเอาตอนค่ำ ๆ หรืออีกสัปดาห์ทำงานกลางคืนเลิกเช้า และต้องมานอนช่วงสาย ๆ ของวัน อาจทำให้สมองมึนงง ร่างกายปรับตามไม่ทัน ทำให้น็อกหลับกลางอากาศได้เช่นกัน

4.อาการหลับในเกิดจากกรรมพันธุ์ จากผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า บางครอบครัวอาจจะต้องนอนนานเกิน 10 ชั่วโมงจึงจะสดชื่น หรือนอนเต็มอิ่ม แต่บางครอบครัวอาจนอนแค่ 5 ชั่วโมงก็สดชื่นแล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ให้รีบปรีกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อจะได้ทำการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป

อาการก่อนหลับใน

  • ขับรถออกนอกเส้นทางส่ายไปส่ายมา เริ่มควบคุมพวงมาลัยไม่อยู่
  • ภาพที่เห็นเริ่มเบลอ ๆ
  • หาวบ่อยและรู้สึกไม่สดชื่น
  • รู้สึกง่วงนอนมาก หรือบางครั้งอาจจะหลับไปแบบไม่รู้ตัว
  • ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้ลืมตาต่อไปได้

อาการหลับใน

ไม่อยากมีอาการหลับใน ป้องกันอย่างไร

1.พักผ่อนให้เพียงพอ หรือนอนให้พอ ถ้ารู้ตัวว่าจะต้องขับรถออกเดินทางไกลติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ ควรนอนให้ได้ 7 – 8 ชั่วโมง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากอาการหลับในได้

2.ไม่นอนดึก นอนให้เป็นเวลา การเข้านอนที่ดีต่อสุขภาพนั้นคือ ควรนอนก่อน 22.00 น. เพื่อให้ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วจะได้สดชื่น สดใส การขับรถยนต์ก็จะมีสติมากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุได้

3.งดดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมคาเฟอีน เพราะจะทำให้นอนหลับยาก นอนไม่หลับ หรือหลับไม่ลึก ส่งผลต่อการตื่นนอนตอนเช้าจะทำให้ไม่สดชื่น แต่ถ้าอยากดื่มจริง ๆ ก็ให้ดื่มก่อน 16.00 น. สมองจะได้พัก และร่างกายจะได้ปรับกลไกการนอนให้สม่ำเสมอ

4.หากต้องเดินทางไกล ให้แวะพัก ไม่ว่าจะเป็นการแวะล้างหน้าล้างตา จิบน้ำหวาน หรืองีบสัก 10-15 นาทีก่อนเดินทางต่อ ก็ช่วยลดความอ่อนเพลีย และหลีกเลี่ยงอาการหลับในได้เช่นกัน

5.ทำประกันสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกันไว้ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะอาการหลับในอาจจะเกิดจากพันธุกรรมที่อาจจะต้องได้รับการเยียวยารักษา เพื่อเป็นการไม่ประมาทและเป็นการป้องกันจากสิ่งที่ไม่คาดฝันได้ ยิ่งรักษาได้ไวขึ้นก็จะยิ่งรักษาง่าย

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพที่ทุกคนต้องมี!

อย่างที่รู้กันดีว่า โรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่อาการหลับในที่ส่งผลให้โรคต่าง ๆ ตามมา รวมถึงการเจ็บไข้ได้ป่วยอื่น ๆ แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่ปัจจุบันค่อนข้างสูง

การรักษาบางโรคอาจจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นแล้วการทำประกันสุขภาพจะช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลแทนเรา จึงทำให้หมดกังวลหายห่วงกับค่ารักษาพยาบาล เพื่อเข้ารับรักษาตัวอย่างเต็มที่

นอกจากนี้แล้ว การมีประกันสุขภาพจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจกับเราได้ในเหตุการณ์ที่เกิดเจ็บป่วยแบบกระทันหัน ซึ่งเราก็คงไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมีประกันสุขภาพบริษัทประกันจะเข้ามาดูแลค่ารักษาพยาบาล พร้อมกับได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นอย่างดี

ถ้าไม่อยากให้การเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยต้องบานปลายนำไปสู่โรคร้ายแรงในอนาคต การทำประกันสุขภาพจะเป็นตัวช่วยสกัดกั้นก่อนโรคร้ายจะมาเยือน และไม่ต้องคอยกังวลกับเรื่องค่าใช้จ่ายให้ยุ่งยาก สนใจสามารถกดคลิกเข้ามาที่ rabbit finance ช่องทางออนไลน์ที่คุณสามารถเปรียบเทียบประกันสุขภาพได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง


avatar
by Unchalee Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon