อันตรายแค่ไหนเมื่อหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

posted: 2 years ago
6,879 views
อันตรายแค่ไหนเมื่อหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

comments

เรื่องของอาการใจสั่น หรือ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะหากคุณเคยสังเกตตัวเองจะพบว่า เมื่อคุณอยู่ในสภาวะที่ตื่นเต้น เครียด หรือมีอาการโมโหหัวร้อนนั้น มักจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วเกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ และไม่ส่งผลอันตรายต่อร่างกาย แต่ความเป็นจริงนั้น ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกตินั้น ถือเป็นความผิดปกติทางร่างกายอย่างหนึ่ง และหากคุณไม่เคยคิดถึงว่าอาการเหล่านี้ส่งผลใดๆต่อร่างกายบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับ สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติมาฝากค่ะ

 


 

สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ คืออะไร?

 

สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เป็นโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ (ไม่ใช่โรคติดต่อ) สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เกิดจากการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปในจังหวะเดียวกัน (หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ) ไม่ว่าจะเป็นการที่หัวใจเต้นเร็วไป หรือ หัวใจเต้นช้าไป ก็ถือว่าอาการดังกล่าวคือสภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติทั้งสิ้น

สภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เกิดได้ทั้งหัวใจห้องบนและห้องล่างมีทั้งในแบบที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นอันตราย เช่น อาการหัวใจห้องล่างเต้นเร็วรัว (Ventricular Tachycardia) อาการหัวใจเต้นผิดปกติประเภทนี้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาทันที อาจจะเป็นส่งผลอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วยได้ และ สภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) นั้นเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด สภาวะนี้อาจจะไม่ส่งผลเสียถึงชีวิต แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากสภาวะนี้ส่งผลต่อ สภาวะหัวใจล้มเหลว และ หลอดเลือดสมองอุดตันนั่นเองค่ะ

 


 

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

หัวใจเต้นแบบใด จึงถือว่าอยู่ในสภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

 

โดยปกติแล้ว หัวใจของคนเรามีอัตราการเต้นประมาณ 60 – 100 ครั้ง/นาที สำหรับผู้ใหญ่ และ 70 – 100 ครั้ง/นาที สำหรับเด็กอายุ 6-15 ปี นั่นหมายความว่าหากหัวใจของคุณมีอัตราการเต้นมากกว่าค่ามาตรฐาน ก็ถือว่าเกิดสภาวะหัวใจเต้นเร็วขึ้นแล้วนั่นเอง

 


สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

 

ศ.นพ.เกียรติชัย ได้พูดถึงสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเราเกิดสภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติว่า สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. เกิดจากความผิดปกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ
  2. เกิดจากการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ
  3. เกิดจากความผิดปกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าและการนำไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ

สภาวะหัวใจเต้นผิดปกตินั้นวินิจฉัยค่อนข้างยาก เพราะผู้ป่วยมักไม่มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติในขณะที่กำลังตรวจร่างกายอยู่ และนอกจากนี้สภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ยังสามารถเกิดได้ในกรณีที่คุณมีสภาวะโรคอื่นๆด้วย เช่น ลิ้นหัวใจผิดปกติ, กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ, หลอดเลือดหัวใจตีบตัน, ความดันโลหิตสูง, หรือความผิดปกติอื่นๆ

นอกจากนี้ สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกตินั้นยังมีสาเหตุมาจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น การดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ช็อคโกแลตบางชนิด, การสูบบุหรี่ หรือยาสูบ รวมถึงการใช้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม เป็นต้น รวมถึงในกรณีที่เกิดความแปรปรวนในระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น สภาวะความเครียด วิตกกังวล สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดสภาวะหัวใจเต้นเร็วได้ทั้งสิ้น

 


 

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ รักษาได้ทางใดบ้าง

 

สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกตินั้นมีวิธีการรักษาหลายวิธี ซึ่งการรักษาในแต่ละครั้งนั้นแพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุ อาการ ตำแหน่งและความรุนแรงของโรค ซึ่งวิธีการรักษาสภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกตินั้น มีวิธีดังนี้

1.การใช้ยา

 

การใช้ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เนื่องจากสภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะนั้นมีการตอบสนองที่ดีต่อยาควบคุมจังวะของหัวใจ แม้ว่า ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจนั้น จะไม่ช่วยให้หายขาดจากสภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ แต่ก็ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการที่เกิดได้

 

2.การใช้ไฟฟ้ากระตุกเพื่อปรับการเต้นของหัวใจ (Cardioversion)

 

สภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติในบางประเภทแพทย์จะใช้ไฟฟ้ากระตุกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจใหม่ ซึ่งการรักษาประเภทนี้ คือการใช้กระแสไฟฟ้าจากเครื่องส่งภายนอกร่างกาย ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแปะบริเวณหน้าอกของผู้ป่วยและจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจนั่นเองค่ะ

 

3.การใช้สายสวนเพื่อจี้กล้ามเนื้อหัวใจที่นำไฟฟ้าผิดปกติ (Ablation Therapy)

 

การรักษารูปแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อแพทย์สามารถวินิจฉัยถึงสาเหตุและตำแหน่งที่ก่อให้เกิดความผิดปกติได้แล้ว ซึ่งการรักษารูปแบบนี้ จะเป็นการรักษาโดยการที่แพทย์จะปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงจุดเล็กๆเพื่อทำลายเนื้อเยื่อหัวใจที่เป็นสาเหตุของอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งการรักษาประเภทนี้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุและสามารถทำให้โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทหายขาดได้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระแสไฟฟ้าในหัวใจ (Electrophysiologist) เท่านั้น

 

4. การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)

 

การรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจนั้น คือ การที่แพทย์จะทำการฝังเครื่องมือเล็กๆไว้ใต้ผิวหนังบริเวณกระดูกไหปลาร้า และสอดสายนำไฟฟ้าไปยังหัวใจ เครื่องจะทำการตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจ สายนำไฟฟ้าจะเป็นตัวควบคุม และกระตุ้นให้หัวใจเต้นตามอัตราที่กำหนด

 

5. การฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (Implantable Cardioverter-Defibrillator)

 

วิธีการฝังจะคล้ายๆกับการรักษาด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เพียงแต่ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจนั้นจะเป็นวิธีการรักษากับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติ (Ventricular Fibrillation) ที่ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้

เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจนี้ จะสามารถทำงานได้ทั้งกรณีที่หัวใจเต้นช้าและเต้นเร็ว กล่าวคือ เมื่อหัวใจเต้นช้าผิดปกติ เครื่องมือจะทำการกระตุ้นหัวใจเช่นเดียวกับเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) และในกรณีที่หัวใจเต้นเร็วขนาดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เครื่องไฟฟ้าจะปล่อยพลังงานไฟฟ้าในระดับที่เหมาะสม เพื่อกระตุกหัวใจให้กลับมาเต้นในระดับปกติ

 


 

อย่างที่บอกไว้ว่า โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกตินั้นไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กหรืออยู่ในวัยทำงานก็สามารถเกิดสภาวะหัวใจเต้นเร็วได้ ดังนั้นการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

หรือหากคุณไม่มั่นใจในความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ลองมองหาประกันสุขภาพ ซักฉบับเพื่อเป็นการวางแผนสำหรับความเสี่ยงทางด้านสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตก็ถือว่าเป็นการวางแผนสำหรับอนาคตที่ดีอีกทางหนึ่งค่ะ

 

 


avatar
by HamsterB
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon