ชวนดูแลสุขภาพ และ เลือกประกันสุขภาพ แบบโดนใจ

เลือกประกันสุขภาพ

“การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” นั้นคือเรื่องจริง แต่ในชีวิตจริงที่ต้องทำงานหนักและใช้ชีวิตเร่งรีบ บางครั้งทำให้เกิดความเครียด และโรคต่าง ๆ ก็จะตามมา วันนี้ rabbit finance ได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ เพื่อดูแลสุขภาพให้เป๊ะเว่อร์ นอกจากนี้ ยังจะชวนเพื่อน ๆ เลือกประกันสุขภาพ แบบคุ้มค่าและโดนใจมาฝากอีกด้วย เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเว่อร์  1.การออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีประโยชน์มาก ๆ สามารถทำได้ในทุกเพศทุกวัย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ ครั้งละ 30-50 นาที แต่ถ้าออกทุกวันได้ก็จะยิ่งดี แต่ก็ไม่ควรหักโหมจนเกินไป ควรออกกำลังกายแต่พอดี เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้เต็มที่ แต่ถ้าหากเหนื่อยมากผิดปกติ จนรู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ให้รีบหยุด และค่อย ๆ หายใจเข้า-ออก ช้า ๆ จนรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าคุณยังเหนื่อยง่ายแม้ออกกำลังกายเบา ๆ ก็ควรไปเช็กร่างกายกับแพทย์ดูนะ 2.ต้องควบคุมน้ำหนักตัว การควบคุมน้ำหนักตัวเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญของการดูแลสุขภาพ เพื่อน ๆ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 3 […]

5 อาการป่วย ที่ทำให้คิดไปว่า ฉันเป็นโรคร้าย

ประกันโรคร้าย

เชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์เจ็บป่วยไม่สบาย แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร จึงพึ่งพาคุณหมอที่เก่งกาจที่สุด รอบรู้ที่สุด และพูดได้ทุกภาษาอย่างคุณหมอ ‘Google’ แต่กลับพบว่าตัวเองกังวลมากกว่าเดิม เพราะผลการวินิจฉัยของคุณหมอ Google กลายเป็นโรคร้ายทั้งสิ้น อย่าเพิ่งกังวลกันไป เพราะวันนี้ rabbit finance รวบรวมอาการป่วยยอดฮิต ที่เราน่าจะเป็นกัน ลองเช็คดู แล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลยจ้า [rabbitads slug=banner1] 5  อาการป่วย ที่ทำให้เราคิดไปว่า ฉันเป็นโรคร้าย เจ็บหน้าอก = โรคหัวใจ คนไทยเราเคยชินกับภาพนักแสดงในละครกุมหัวใจพร้อมทำหน้าตาเหยเกหลังทะเลาะกับใครสักคนอยู่เป็นประจำ จนเชื่อกันไปว่าอาการ ‘เจ็บหน้าอก’ มักหมายถึงโรคหัวใจ ไม่ใช่ทุกรายที่เจ็บหน้าอกแล้วจะเป็นโรคร้าย แต่กล้ามเนื้อของคุณอาจได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย และหากมีอาการปวดแสบปวดร้อนเพิ่มด้วย คุณอาจเป็นแค่โรคกรดไหลย้อนก็ได้ แต่ rabbit finance  ก็แนะนำให้พบแพทย์ค่ะ ท้องเสียเรื้อรัง = ติดเชื้อ HIV ยังไม่ทันกดปุ่ม Enter ใจของคุณก็คิดไปแล้วว่า ผลลัพธ์ต้องเป็นโรคมะเร็ง หรือติดเชื้อ HIV แน่ๆ หากมีอาการท้องเสีย 2-3 วันในปริมาณที่พอทนได้ อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป ลองพักผ่อนมากๆ และดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำและสารอาหารที่สูญเสียไป แต่ถ้ามากเกินกว่า 3 วัน ร่างกายของคุณอาจจะติดเชื้อจริงๆ […]

เทคนิคการเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะกับตัวเอง

ประกันสุขภาพ

ก่อนที่เราจะซื้อประกันสุขภาพแน่นอนว่าเราต้องรู้จักศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันที่เราสนใจให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขกรมธรรม์ต่างๆ ความคุ้มครองที่ประกันมีให้ ค่าชดเชยต่างๆ ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพใช่มั้ยล่ะคะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะกับตัวเอง เผื่อใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพอยู่จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นั่นเองค่ะ เลือกประกันสุขภาพอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง   1.เลือกรูปแบบประกันสุขภาพที่ต้องการ เพราะบริษัทประกันมีรูปแบบประกันสุขภาพที่หลากหลายให้บริการลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าแพคเกจที่หลากหลายย่อมทำให้เกิดความสับสนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้น เมื่อคุณต้องการที่จะซื้อประกันสุขภาพ คุณอาจจะต้องรู้ตัวเองก่อนว่าคุณต้องการประกันสุขภาพแบบใด ซึ่งคุณอาจจะต้องใช้เวลาเปรียบเทียบรูปแบบประกันสุขภาพที่คุณต้องการจากหลายบริษัทเสียหน่อยเพื่อที่จะให้ได้ประกันที่ตรงใจที่สุด   2.เลือกจากความคุ้มครองและประโยชน์ที่จะได้รับ เพราะเรื่องของความคุ้มครองที่เราจะได้รับเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้อย่างเด็ดขาด คุณควรศึกษารูปแบบความคุ้มครองอย่างถี่ถ้วนเพื่อที่จะได้เข้าใจขอบเขตความคุ้มครองที่ประกันสุขภาพมีให้ได้มากที่สุด และนอกจากความคุ้มครองที่คุณต้องให้ความสำคัญแล้ว ผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับก็ควรใส่ใจด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์แก่ตัวเอง นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว คุณควรศึกษาเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกอบกันไปด้วย เพื่อที่คุณจะได้ทราบว่า ประกันสุขภาพนั้นจะให้ความคุ้มครองทันทีที่คุณเกิดเหตุฉุกเฉินไม่ว่ากรณีเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ก่อน ประกันถึงจะคุ้มครอง   3.เลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้าน ควรเลือกสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน หรือคุณสะดวกในการเดินทางมากที่สุด เพื่อความสะดวกในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะหากคุณเลือกสถานพยาบาลที่ไกลบ้าน หากเกิดเหตุฉุกเฉินคุณอาจจะได้รับการรักษาไม่ทันเวลาก็ได้ค่ะ นอกจากนี้หากคุณเลือกทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันที่มีโรงพยาบาลในเครือมากกว่า คุณจะยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น และช่วยลดปัญหาจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำรองไปก่อน แล้วจึงค่อยมาเบิกกับบริษัทประกันทีหลังด้วยนั่นเองค่ะ 4.พิจารณาค่าเบี้ยประกันว่าจ่ายไหวแค่ไหน แน่นอนว่าเมื่อบริษัทประกันมีแพคเกจประกันสุขภาพให้เลือกมากมายนั้น ค่าเบี้ยประกันย่อมแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน และเมื่อคุณเลือกแพคเกจประกันสุขภาพได้แล้วก็ อย่าลืมคำนวณค่าเบี้ยประกันด้วยว่า คุณรับผิดชอบค่าเบี้ยประกันไหวหรือไม่ ค่าเบี้ยประกันสูงเกินไปหรือไม่ หรือหากบริษัทประกันให้คุณสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันรายเดือนได้ คุณก็ควรเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันทั้งรายเดือนและรายปี ว่าคุณสะดวกจ่ายค่าเบี้ยประกันในรูปแบบใดมากกว่า และจ่ายค่าเบี้ยประกันรูปแบบใดประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 5.ตรวจสอบค่าความคุ้มครองของประกัน เมื่อพิจารณาค่าเบี้ยประกันเรียบร้อยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบความคุ้มครองของประกันด้วยว่า […]