ร้านค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีด้วยเหรอ?

posted: 2 years ago
3,541 views
ร้านค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีด้วยเหรอ?

comments

ถ้าพูดถึงแม่ค้าหลายคนก็คิดกันไปว่าต้องไปซื้อของตามสถานที่ตั้งต่างๆ ที่เป็นแหล่งสินค้านั้น อย่างตลาดนัดจตุจักร เจเจกรีน โบ๊เบ๊ หรือสัมเพ็ง ซึ่งเลือกของถึงที่ ซ้ำยังต้องแบกกลับเองด้วยความทุลักทุเลหากช็อปอย่างบ้าคลั่ง ด้วยวิวัฒนาการของโลกมนุษย์ก้าวไปไว โลกอินเทอร์เน็ตกำเนิดขึ้นมา แม่ค้าออนไลน์ก็ติดสอยห้อยตามมาด้วย ทำให้การซื้อขายทุกอย่างใน พ.ศ. 2560 ทำได้เพียงแค่ปลายนิ้ว

เมื่อการซื้อขายเกิดขึ้นแค่ปลายนิ้ว

เมื่อโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม เป็นศูนย์กลางของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ความสะดวกสบายจึงเกิดขึ้นกับนักช็อปทุกคน แค่อยู่ไถหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่กี่นาที และอีกไม่กี่วันของที่ต้องการจะส่งตรงถึงที่บ้านอย่างง่ายดาย

แม่ค้าออนไลน์จึงเป็นอาชีพที่สามารถสร้างทำเงินได้หลายหมื่นหรือแสนบาทให้เลยทีเดียว แถมยังไม่ต้องลาออกจากงานประจำมาทำก็ยังได้ เพียงแค่เสนอสินค้าผ่านโซเชียลของตัวเอง ตั้งราคา ถามไถ่ และลงท้ายก็คือส่งของให้ลูกค้าเป็นอันเสร็จสิ้น



เป็นแม่ค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออนไลน์บางทีก็ต้องการโฆษณาให้ใครที่เล่นโซเชียลรับรู้ว่ามีของแบบนี้ ชิ้นนี้ หรือเกาะกระแสแฟชั่นนั้นๆ ไม่ให้หลุด วิธีขายของสินค้าออนไลน์ก็ง่ายดาย คือการฝากร้าน หรือโฆษณาแบบฟรีๆ ในอินสตาแกรมของดาราดังบ้านเรา จนบางครั้งดาราทั้งหลายต้องใส่แฮชแท็กว่า #งดฝากร้านนะคะ เพราะเป็นการโฆษณาแบบฟรีๆ และคนทั่วไปเห็นโดยทั่วกัน

แต่เมื่อมีรายได้เป็นของตัวเอง การขายสินค้าออนไลน์ หรือเปิดขายร้านค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะขายกระเป๋า กางเกง หรือเครื่องสำอาง หน้าที่ของแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่ควรละเลยคือการเสียภาษีให้กับรัฐบาล ถึงจะเป็นร้านค้าออนไลน์ก็เถอะ!!!

แม่ค้าออนไลน์มีเงินได้ประเภทไหน?

ทำความเข้าใจก่อนว่าแม้ค้าออนไลน์มีเงินได้อยู่ในหมวดหมู่ใด ซึ่งเงินได้ทางภาษีตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 ระบุไว้ 8 ประเภท ดังนี้

  • เงินได้ประเภทที่ 1 คือเงินที่ได้จากการจ้างแรงงาน
  • เงินได้ประเภทที่ 2 เงินที่ได้มาจากการหน้าที่หรือตำแหน่ง
  • เงินได้ประเภทที่ 3 เงินได้จากค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
  • เงินได้ประเภทที่ 4 เงินได้จากดอกเบี้ยปันผล หรือดอกเบี้ยของธนาคาร
  • เงินได้ประเภทที่ 5 เงินได้จากค่าเช่าต่างๆ
  • เงินได้ประเภทที่ 6 เงินได้จากวิชาชีพอิสระที่มีใบอนุญาต
  • เงินได้ประเภทที่ 7 เงินได้จากการรับเหมา
  • เงินได้ประเภทที่ 8 เงินได้จากการค้าขาย หรือเงินอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น

สำหรับคนขายสินค้าออนไลน์จะเข้าข่ายในเงินได้ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการค้าขาย เพราะเงินได้ประเภทอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องเลย อย่างเงินได้ประเภท 7 คือเงินได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งไม่ได้เข้าข่าย



แล้วร้านค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีแบบไหน?

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 กำหนดให้ผู้ประกอบการทำการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สคบ. ถ้าเกิดผู้บริโภคร้องเรียนขึ้นมาจะได้ติดตามถามไถ่ข้อเท็จจริงได้ โดยวิธีขายของออนไลน์แบบนี้ต้องจดทะเบียนเพื่อเป็นนิติบุคคล ไม่อย่างนั้นจะระวางโทษไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และในการค้าขายออนไลน์จะมีความเกี่ยวข้องกับการเสียภาษีอยู่ 2 ประเภท คือ

  • ภาษีเงินได้
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

โดยภาษี VAT แม่ค้าออนไลน์จะต้องจ่ายก็ต่อเมื่อร้านค้ามีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งร้านค้าออนไลน์ทั่วไปน้อยนักที่จะมีเงินเข้ามาถึงขนาด การเสียภาษีของแม่ค้าจึงถูกจัดอยู่ในหมวดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แค่อย่างเดียวจ้า

หักค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณภาษี

ก่อนที่จะคำนวณภาษี แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายควรหักค่าใช้จ่ายออกจากเงินได้ทั้งหมดเสียก่อน แล้วค่อยนำรายได้สุทธิไปคำนวณภาษีอีกหนึ่งครั้ง พิมพ์ให้อ่านอีกทีแบบเข้าใจง่ายๆ คือ หักเงินที่จ่ายไปหรือต้นทุนของสินค้าออก แล้วนำเงินส่วนกำไรมาคำนวณภาษี ซึ่งวิธีขายของสินค้าออนไลน์แบบนี้ถูกจัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 และมีการหักค่าใช้จ่ายด้วยกัน 2 แบบ คือ

  • แบบเหมา

เป็นวิธีที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายร้านนิยมใช้กัน เพราะง่ายและคุ้มค่า เหมือนกับกินบุฟเฟ่ต์แล้วคิดเหมาเป็นรายหัวไปเลย ไม่คิดตามเมนูอาหารแบบยิบย่อย โดยวิธิการคำนวณแบบเหมาต้นทุนในอัตรา 80 : 20 หมายถึงเก็บเงิน 80% ไว้ อีก 20% ของรายได้ทั้งหมดไปคำนวณภาษี  พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายสามารถเช็กอัตราค่าใช้จ่ายได้ที่ ตารางอัตราหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา

  • แบบตามความจำเป็น

วิธีนี้คือนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาหักเป็นต้นทุน ร้านค้าออนไลน์ใช้วิธีนี้ก็ย่อมได้ แต่ถ้าเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้องจะต้องเสียภาษีมากกว่าเดิม ซึ่งจะยุ่งยาก ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่เลยหันเหไปใช้วิธีแรกกันมากโข



แล้วพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ลดหย่อนภาษีได้หรือเปล่า?

การลดหย่อนภาษีเป็นการเซฟค่าใช้จ่าย โดยการหักออกจากรายได้หลักจากที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยการลดหย่อนภาษีจะเป็นการแบ่งเบาภาษีที่ต้องจ่ายจำนวนเต็มได้เยอะทีเดียว โดยร้านสินค้าออนไลน์ สามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีผ่านประกันชีวิต กองทุนต่างๆ อย่าง LTF และ RMF ค่าลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลทุกคนสามารถใช้ได้โดยไม่ติดขัดเรื่องอะไร ส่วนอื่นๆ สามารถเช็กได้ที่ตารางสรุปการหักลดหย่อนและยกเว้นภาษีเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้

จะเห็นได้ว่า ร้านสินค้าออนไลน์สามารถยื่นภาษีได้ และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเหมือนอาชีพอื่นๆ การเสียภาษีจะถือว่าเป็นการทำตามหน้าที่ของบุคคลที่มีรายได้ ถ้าเรามีเงินได้ก็ควรจะเสียภาษี หากไม่เสียภาษี อาจทำให้โดนทวงภาษีย้อนหลัง ค่าจ่ายก็จะเพิ่มเป็นเท่าตัวจนจ่ายแทบไม่ไหว เป็นเหตุให้ต้องกู้เงินนอกระบบมาหมุนเงินให้ทันก็เป็นได้นะจ๊ะ


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon