สิทธิลดหย่อนภาษี ที่มนุษย์เงินเดือนจำเป็นต้องรู้!

posted: 1 year ago
1,881 views
สิทธิลดหย่อนภาษี ที่มนุษย์เงินเดือนจำเป็นต้องรู้!

comments

มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็ล้วนอยากมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่คุณรู้ไหมว่าการเติบโตไปสู่หน้าที่การงานและรายได้ที่มากขึ้น ย่อมส่งผลให้ต้องเสียภาษีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน

แต่ในคำว่า “ภาษี” ย่อมมีสิทธิในการลดหย่อนแอบแฝงอยู่เสมอ ยิ่งปี พ.ศ. 2560 ที่มีการปรับโครงสร้างภาษีไปหมาดๆ ด้วยแล้ว ต้องขอบอกเลยว่า สิทธิการลดหย่อนภาษีของมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา มันช่างดีงามเสียเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการพลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับ เรามาเช็กลิสต์กันสักหน่อยว่า “สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” มีอะไรบ้าง?


สิทธิลดหย่อนภาษีของผู้มีเงินได้ (บุคคลธรรมดา)

1.  สิทธิลดหย่อนส่วนบุคคล

เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีทุกคนสามารถใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนส่วนบุคคลได้ถึง 60,000 บาทเลยทีเดียว

2.  คู่สมรสที่ไม่มีรายได้

กรณีนี้ใช้ได้กับ สามี-ภรรยา ที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่คู่สมรสของผู้ยื่นภาษีต้องไม่มีเงินได้ โดยสามารถทำการลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาท

3. คู่สมรสที่มีรายได้

กรณีที่คู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้เป็นของตัวเอง ให้นำมาหักลดหย่อนรวมกันได้ แต่ไม่เกิน 120,000 บาท

4. ค่าเลี้ยงดูบุตร

สามารถใช้สิทธิ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมก็ตาม โดยสามารถนำมาลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน แถมยังไม่มีการจำกัดจำนวนบุตรอีกต่างหาก

5. ค่าเลี้ยงดู บิดา-มารดา

สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ทั้ง บิดา-มารดา ของตนเองและคู่สมรส โดยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า บิดา-มารดา ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาทเท่านั้น

6. ค่าเลี้ยงดูคนพิการ

หากเป็นผู้ดูแลคนพิการหรือทุพพลภาพทางกฎหมาย เราสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมาย หรือเป็นบุคคลทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี


ลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต

7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต

สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตที่มีอายุกรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท ในส่วนค่าเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ด้วยเช่นกัน โดยคิดตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท

8. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของ บิดา-มารดา

เราสามารถใช้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของคู่สมรสหรือ บิดา-มารดา ในการหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงเท่าที่จ่าย แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขกำหนดว่าคู่สมรสหรือ บิดา-มารดา ต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท

9. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เงินจ่ายสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท และไม่เกิน 15% ของรายได้ จะได้รับการยกเว้น ไม่นับรวมในเงินได้ที่ต้องเสียภาษี

10. การซื้อกองทุนรวม(RMF)

เงินที่จ่ายเพื่อซื้อหน่วยลงในทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในปีนั้นๆ ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากเบี้ยประกันชีวิตและกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

11. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

สามารถนำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี โดยมีข้อกำหนดว่าต้องเป็นประกันชีวิต ที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ที่ให้ผลตอบแทน(บำนาญ) ตั้งแต่อายุ 55-85 ปีขึ้นไป ทั้งยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือ เมื่อนับรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

12. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ

เงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ สามารถนำมาหักลดได้ตามจริงไม่เกิน 500,000 บาท โดยคิดรวมกับสิทธิ์ในการหักลดจากกองทุนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน


ลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต

13. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)

ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน LTF สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริง 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีข้อกำหนดว่า ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนไม่ต่ำกว่า 7 ปี

14. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

เราสามารถนำดอกเบี้ยกู้ยืม ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีข้อกำหนดว่าต้องเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ รวมถึงนายจ้างที่ให้กู้ยืมเพื่อ แล้วมีดอกเบี้ยเช่า-ซื้อ ที่อยู่อาศัย 

15. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

เงินที่เราจ่ายเข้าสมทบกองทุนประกันสังคมในแต่ละเดือน สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง

16. เงินบริจาค

เงินบริจาคที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • เงินบริจาคทั่วไป

    สามารถทำมาลดหย่อนได้จริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

  • เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนกีฬาและการศึกษา

    เงินบริจาคการศึกษา สามารถนำมาหักลดได้ถึง 2 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ


ลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต

ได้รู้สิทธิดีๆ ที่ช่วยในการลดหย่อนภาษีกันไปแล้ว แต่การคำนวณภาษีและค่าลดหย่อนต่างๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ซะเมื่อไหร่ เพราะมันเป็นเรื่องที่ชวนสับสนสุดๆ ต้องมีขั้นตอนการคิดคำนวณภาษีที่ยุ่งยาก เริ่มจากการคิดคำนวณเงินได้ แล้วหักโน่นเพิ่มนี่จนปวดหัวแบบสุดๆ

เราลองหันมาใช้บริการช่วยคำนวณภาษีกันดีกว่าไหม? เพราะเดี๋ยวนี้สถาบันการเงินต่างๆ เขามีบริการคำนวณภาษีฟรีๆ ที่ช่วยให้เรื่องภาษีของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นแล้วนะ

โดยเฉพาะการคำนวณภาษีกับ rabbit finance ที่ออกมาแบบให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก แม่นยำ รู้ผลได้ภายในเวลาไม่ถึง 3 นาทีเลยละ เอ๊ะ! นึกๆ ไปก็ใกล้สิ้นปีแล้วนี่นา งั้นเรามาคำนวณภาษีกันเลยดีกว่า!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสรรพากร


avatar
by Satorn
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon