วิธียื่นภาษี ฉบับมนุษย์ฟรีแลนซ์

posted: 1 year ago
วิธียื่นภาษี ฉบับมนุษย์ฟรีแลนซ์

comments

ช่วงเวลาการยื่นภาษีแบบนี้ หลายคนคงกำลังหัวปั่นกับ การคำนวณภาษี กันอยู่แน่ๆเลย โดยเฉพาะ เหล่าหนุ่มสาวฟรีแลนซ์ทั้งหลาย ที่อาจจะไม่ได้มีรายได้ประจำเหมือนคนอื่นเขา

ทำให้พอยื่นภาษีครั้งแรก ก็คงมีความสับสนและสงสัยว่า การยื่นภาษีแบบฟรีแลนซ์มันต่างจากการยื่นภาษีแบบอื่นยังไง แล้วรายได้ของเรามันถือเป็นรายได้ประเภทไหนกันแน่ วันนี้ rabbit finance จะมาแถลงไขให้ฟังกันค่ะ


ยื่นภาษีฟรีแลนซ์1

3 เรื่องน่ารู้คู่ “ภาษีฟรีแลนซ์”

1.ประเภทของเงินได้

สิ่งแรกที่ประชาชนคนเสียภาษีจะต้องรู้เลย นั่นก็คือ เรามีเงินได้เท่าไหร่ในแต่ละปี นอกจากนั้นเรายังต้องรู้ด้วยว่า เงินได้ของเรานั้นจัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมินข้อไหนกันแน่

เงินได้พึงประเมิน คือ เงินได้อันเข้าลักษณะการพึงเสียภาษีเงินได้ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรโดยเกิดจากงานที่ทำ หรือเนื่องจากทรัพย์สิน หรือเนื่องจากกิจการที่ทำ ที่ได้รับในระหว่างปีภาษี ไม่ว่าจะเงินได้ในไทยหรือต่างประเทศ

ซึ่งเงินได้พึงประเมินจริงๆแล้ว มีทั้งหมด 8 ประเภท แต่สำหรับชาวฟรีแลนซ์นั้น จะมีประเภทเงินได้ที่ต้องรู้จักหลักๆ 3 ประเภท คือ

  • เงินได้ประเภทที่ 1 ม.40 (1)

เงินจากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส และอื่นๆที่เกี่ยวกับการจ้างงาน สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท

  • เงินได้ประเภทที่ 2 ม.40(2)

เงินได้ค่าจ้างทั่วไป เป็นเงินที่ได้จากการจ้างเป็นครั้งๆไป เช่น Freelance และพวกนายหน้า สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท

ซึ่งถ้าใครรับทั้งงานในงานนอก มีรายได้ทั้ง  2 ประเภท ให้นำเงินได้ทั้ง 2 ประเภทรวมกัน แต่จะสามารถหักได้ไม่เกิน  100,000 บาทค่ะ

  • เงินได้ประเภทที่ 7 ม.40(7)

เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ เช่น รับเหมาก่อสร้าง สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริงหรืออัตราเหมาได้ 60%

ในความเป็นจริงรายได้ของคุณอาจจะไม่ได้มีแค่ทางเดียว หรือมีมากกว่าประเภทที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็ขอให้คุณตรวจสอบข้อมูลรายได้ของตัวเองให้ดี แล้วกรอกข้อมูลตามความจริงให้ครบด้วยนะคะ ไม่อย่างงัน โดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ไม่รู้น้า

จะรู้ได้อย่างไรว่ารายได้ของเราเป็นประเภทไหน?

ง่ายๆเลย คือ ดูที่หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ผู้ว่าจ้างออกให้คุณค่ะ ว่าเขาระบุรายได้ว่าเป็นประเภทไหน หรือถ้าใครไม่แน่ใจจริงๆ กลัวยื่นผิดยื่นเกิน เราแนะนำให้เข้าไปสอบถามที่ กรมสรรพากร เลยค่ะ คุณจะได้คำตอบที่แน่นอนที่สุดค่ะ


ยื่นภาษีฟรีแลนซ์2

2.วิธีการคำนวณภาษี

วิธีคำนวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายไทย จะมี 2 วิธีคำนวณ ซึ่งต้องคำนวณคู่กัน แล้วจึงเลือกใช้วิธีที่เสียภาษีสูงกว่าในการยื่นแบบฟอร์มเสียภาษีค่ะ

  • วิธีคำนวณแบบขั้นบันได

    วิธีนี้ เราต้องคำนวณรายได้สุทธิของเราก่อน แล้วจึงนำมาเปรียบเทียบกับขั้นบันไดของการเสียภาษี ว่าเราจะต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่

เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินภาษีที่ต้องจ่าย

ยื่นภาษีฟรีแลนซ์3
(cc) www.rd.go.th
  • วิธีคำนวณแบบเหมา 0.5%

วิธีคำนวณแบบเหมา 0.5% นี้จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อคุณ มีรายได้ทางอื่นนอกเหนือจากเงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทเท่านั้น โดยการนำรายได้ทางอื่นทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือนไปคูณ 0.5% ก็จะได้เป็นค่าภาษีนั่นเอง

เงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน x 0.005 = ค่าภาษี

 จะรู้ได้อย่างไรว่า ต้องใช้วิธีไหนคำนวณภาษี?

ก่อนคำนวณให้เราตรวจสอบ 3 ข้อง่ายๆ คือ

1. รายได้

เรามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทหรือไม่

2. ถ้าใช่

ให้คุณคำนวณทั้ง 2 วิธีเลย และดูว่าแบบไหนที่เสียภาษีมากกว่ากัน แล้วนำจำนวนนั้นแหละไปเสียภาษี

3. ถ้าไม่ 

ก็ให้ใช้วิธี คำนวณแบบขั้นบันได วิธีเดียวพอค่ะ


ยื่นภาษีฟรีแลนซ์4

3. อย่าลืม!! รายได้ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ก็ต้องนำมาคำนวณด้วย

หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ไปแล้ว ยังไม่เรียกว่าจ่ายภาษีอีกหรอ? จริงๆ การหักภาษี ณ ที่จ่าย มีจุดประสงค์ก็เพื่อให้เหล่านายจ้างส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรว่า เรามีรายได้เกิดขึ้นนะ ซึ่งถ้าเขาไม่ส่งก็อาจจะมีความผิดได้ค่ะ

การหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงยังไม่ถือเป็นการเสียภาษีขั้นสุดท้าย ทำให้เรายังจำเป็นที่จะต้องรวมมันเข้าไปในการคำนวณรายได้เพื่อเสียภาษีอยู่ดี

การหักภาษี ณ ที่จ่ายจริงๆมันก็มีข้อดีนะคะเพราะ เมื่อถึงเวลายื่นภาษี เราสามารถนำ 3% ตรงนี้ ไป ยื่นขอภาษีคืนได้ (ในกรณีที่เงินได้สุทธิไม่เกิน  150,000 บาท)

หรือถ้าคุณต้องเสียภาษีเพิ่มเติม ก็สามารถนำไปหักกับภาษีที่ต้องจ่ายได้ในภายหลังได้ด้วยเมื่อรู้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเสียภาษีแล้ว เราก็ไปเรียนรู้วิธียื่นภาษีกันเลยดีกว่าค่ะ


HOW TO : ยื่นภาษีสำหรับฟรีแลนซ์

ขั้นที่ 1 : แบ่งเอกสารออกเป็น 2 กอง คือ รายรับและรายจ่าย

สำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่มักจะมีรายได้เป็นก้อนเล็กก้อนน้อย คงจะมีใบเสร็จรับเงินและเอกสารทางการเงินกองโตมหาศาลแน่ๆ ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ แฟ้ม ในการเก็บใบเสร็จทั้งปีไว้รวมกันค่ะ โดยแบ่งเป็น แฟ้มรายรับ และ แฟ้มรายจ่าย เพื่อเวลาคำนวณภาษีจะได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

รายรับ หมายถึง หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ “ใบหัก ณ ที่จ่าย”
ส่วนรายจ่าย ก็จะมี ใบเสร็จประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิต อนุโมทนาบัตร เป็นต้น

ขั้นที่ 2 : เข้าเว็บออนไลน์ แล้วยื่นภาษีกันเลย

สมัยนี้สะดวกมากๆเลยนะคะ เพราะ เราสามารถยื่นภาษีได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นมือถือก็ได้ตามสะดวก

ส่วนวิธียื่นก็ง่ายแสนง่าย เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ ยื่นแบบ- ชำระภาษีออนไลน์ และ >>เข้าสู่ระบบ<<  แล้วเลือก  >>ยื่นแบบฯ ออนไลน์ ภ.ง.ด.90 / 91<<

จากนั้นก็กรอกข้อมูล รายรับ รายจ่าย ใครลดหย่อนภาษีอะไรได้ก็กรอกไป เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วอย่าลืมพิมพ์ PDF หน้าสุดท้ายเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ (ดูวิธีการยื่นภาษีแบบออนไลน์เพิ่มเติมได้ที่บทความ : ยื่นภาษีออนไลน์ ครั้งแรก เริ่มต้นยังไงดี? )

เห็นมั้ยคะ ว่าจริงๆแล้วการยื่นภาษีของอาชีพฟรีแลนซ์ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย เพียงแค่คุณต้องแยกให้ได้ว่ารายได้ของคุณเป็นประเภทไหน และ สามารถหักค่าใช้จ่าย ได้เท่าไหร่บ้าง เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว และอย่าลืมยื่นภาษีปี พ.ศ. 2560 ให้ทันวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 กันด้วยนะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon