ขายของออนไลน์มีสะดุ้ง! รับเงินโอนเกิน 3 พันครั้งต่อปีเตรียมโดน ภาษี

posted: 2 weeks ago
ขายของออนไลน์มีสะดุ้ง! รับเงินโอนเกิน 3 พันครั้งต่อปีเตรียมโดน ภาษี

comments

ยังคงเป็นประเด็นร้อนๆ หนาวๆ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เพราะหลังจากช่วงปีที่ผ่านมากรมสรรพากรเตรียมรีดเก็บภาษีออนไลน์เพิ่ม ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกันพิจารณาแก้ไขกฎหมายกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ขายของออนไลน์มากที่สุด รายละเอียดต่างๆ จะมีอะไรบ้างน้้นเรามาดูกันเลยค่ะ

ภาษี

ทำไมต้องเก็บ ภาษี ออนไลน์

ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามเดินหน้าอย่างหนักกับนโยบาย National e-Payment เพื่อให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยการพยายามผลักดันให้ประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสดด้วยการเดินหน้าขยายเครื่อง EDC, หรือแม้กระทั่งการใช้ QR Code ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต่างออกแคมเปญฟรีค่าธรรมเนียม เพื่อเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันในอนาคต

ทั้งนี้สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society หรือ Cashless Economy คือแนวคิดสังคมเศรษฐกิจที่ปราศจากเงินสดเป็นตัวขับเคลื่อน โดยมองว่าความสำคัญของเงินสดที่จับต้องได้จะลดน้อยลง และถูกแทนที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีจากระบบคอมพิวเตอร์ในการทำธุรกรรมทางการเงินแทน

จีงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความเป็นไปได้ของสังคมไร้เงินสดกลายเป็นรูปแบบที่เป็นกระแส ก็เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งสมาร์ทโฟน แอปพลิเคชัน และนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาโดยเหล่าบริษัทฟินเทคได้สร้างรูปแบบการทำธุรกรรมชนิดใหม่ ซึ่งก็คือการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยรูปแบบการดำเนินการทางการเงินดังกล่าวก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

กรมสรรพากรเตรียมร่างกฎหมายโอนเงินออนไลน์ต้องจ่ายภาษี

เมื่อไตรมาส 1/61 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีข่าวว่า กรมสรรพากรเตรียมจะจัดเก็บภาษีออนไลน์นั้น ก็เกิดกระแสต่างๆ มากมาย จนกรมสรรพากรเองต้องออกหนังสือเพื่อความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อเป็นการแก้ไขร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

โดยเนื้อหาของร่างกฎหมาย ระบุว่า ธนาคารหรือสถาบันการเงินต้องส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรตรวจสอบ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) โดยสาระสำคัญการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรครั้งนี้ คือ

ภาษี

1.กำหนดให้ผู้มีหน้าที่ส่งภาษี อาจเลือกวิธีนำส่งเงินภาษีให้กรมสรรพากรด้วยวิธิการอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีสามารถใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการนำส่งภาษี และลดขั้นตอนการดำเนินการ อันจะส่งผลให้ลดต้นทุนการประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน

2.กำหนดเรื่องการยื่นรายการ หรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรและการจัดทำเอกสารตามประมวลรัษฎากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นวิธีการทั่วไปในประมวลรัษฎากร เพื่อให้อธิบดีสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากรได้โดยตรง

3.กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท นำส่งข้อมูลของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษที่อยู่ในครอบครองให้กรมสรรพากรภายในเดือน มี.ค. ของทุกปี โดยธุรกรรมที่มีลักษณะพิเศษครอบคลุมของธุรกรรมในปีที่ผ่านมา ที่มีลักษณะเป็นการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อกรมสรรพากรในการดำเนินการจัดเก็บภาษี

ทั้งนี้ ยังมีบทกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน ไม่นำส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กำหนดในร่างแก้ไขฯ กำหนดเป็นโทษทางปกครองและโทษปรับรายงานตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฎิบัติให้ถูกต้อง


ภาษี

สรรพากรสั่งธนาคารส่งข้อมูลเพื่อจัดเก็บ ภาษี ออนไลน์

การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. … เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ อีเพย์เมนต์ จะทำให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้องอยู่แล้วมากขึ้น

โดยกฎหมายยังกำหนดให้ สถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ รายงานการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้าให้กรมสรรพากรรับทราบ ประกอบด้วย

1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี และ

2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง และมียอดรวมของกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

โดยกรมสรรพากรจะเก็บข้อมูลเป็นเวลานาน 10 ปี ทั้งนี้หากสถาบันการดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามปรับ 1 แสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะรายงานข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่เปิดเผยข้อมูลผู้เสียภาษีก็มีการปรับโทษเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ปิดช่องหนี ภาษี กระทบร้านค้าออฟไลน์-ออนไลน์

จากมาตรการการจัดเก็บภาษีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบในหลายส่วน โดยนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส chief marketing officer ธนาคารไทยพาณิชย์ แสดงความเห็นว่า จากการที่สรรพากรให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ต้องรายงานข้อมูลบุคคลที่มีการทำธุรกรรมฝากหรือรับโอนเกิน 3,000 ครั้งต่อปี (เฉลี่ย 8 – 9 ครั้งต่อวัน) เท่ากับว่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายเล็กๆ ทั้งในส่วนของร้านค้าปกติและร้านค้าออนไลน์ก็โดนหมด

ภาษี
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส chief marketing officer ธนาคารไทยพาณิชย์ (ขอบคุณรูปจาก Brand Buffet)

รวมถึงธนาคารพาณิชย์เองก็อาจจะรับผลกระทบไปด้วยต่อแผนของธนาคารในการที่จะขยายร้านค้าเพื่อใช้ระบบคิวอาร์โค้ด เพื่อรับชำระเงิน ร้านค้าก็เกรงว่าจะทำให้ถูกสรรพากรตรวจสอบมากขึ้น เพราะร้านค้าในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในระบบ VAT แต่เนื่องจากระบบอีเพย์เมนต์ก็เข้ามาเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคให้ความนิยมมากขึ้น ในแง่ของร้านค้าก็อาจไม่มีทางเลือก

ขณะที่นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่กรุงศรีคอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า กรณีที่มีร่างกฎหมายออกมาให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษแก่กรมสรรพากร ยังต้องรอดูรายละเอียดและความชัดเจนเพิ่มเติมว่าจะเริ่มใช้ หรือมีข้อบังคับอย่างไร

ทั้งนี้ การที่จะให้รายงานธุรกรรมที่เกิดขึ้น 3,000 ครั้งต่อปีต้องดูว่าจะเป็นประเด็นที่มีผลต่อธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเพิ่มขึ้นจากการที่แบงก์ไม่คิดค่าธรรมเนียมโอนข้ามธนาคารหรือไม่

ต้องรอจับตาดูกันต่อไปว่า ร่างพ.ร.บ.แก้ไขฉบับนี้จะออกมาในทิศทางใด จะส่งผลกระทบไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหลายคนมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจจะเป็นจุดจบของพร้อมเพย์ก็เป็นได้ แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะถ้ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสรรพากรเองก็คงคิด และไตร่ตรองรอบด้านอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล กรมสรรพากร , ประชาชาติธุรกิจ


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon