เทคนิคการเลือกประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

posted: 1 year ago
เทคนิคการเลือกประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

comments

เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มตั้งต้นกับชีวิตได้แล้ว เริ่มมีเงินเก็บในบัญชี มีการลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง ค่าใช้จ่ายเริ่มเข้าที่เข้าทาง หลายคนก็เริ่มมองหา ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองชีวิตของตัวเอง แต่แท้จริงแล้วเราสามารถนำประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย เพราะงั้นเรามาทราบถึง เทคนิคการเลือกประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี กันดีกว่า


ประกันชีวิตแบบไหนถึงจะลดหย่อนภาษีได้

อย่างแรกเราต้องทราบก่อนว่า ประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้มี 2 ประเภท คือ

1.ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ (ประกันออมทรัพย์)

2.ประกันชีวิตบำนาญ

ประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ จำเป็นที่จะต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป และต้องเป็นประกันที่ทำกับบริษัทประกันภัยในเมืองไทยเท่านั้น

ความแตกต่างของประกันชีวิตทั้ง 2 แบบ

 

  • ประกันชีวิตและแบบออมทรัพย์

ประกันสะสมทรัพย์ หรือ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ จะเน้นคุ้มครองชีพควบคู่ไปกับการสะสมออมทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่า ให้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล อีกทั้งสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี มาลดหย่อนได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท

ประกันประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 30 – 40 ปี หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว เพื่อใช้ในอนาคตของลูกหลาน

ข้อแนะนำเพิ่มเติม 

ควรเลือกประะกันชีวิตที่ให้เบี้ยประมาณ 10 – 15 % ของรายได้ตนเอง หรือถ้าเป็นประกันแบบออมทรัพย์ก็อยู่ที่ประมาณ 20 % จากรายได้ของตนเอง

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

 

  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินใช้หลังเกษียณอายุราว 55 – 60 ปี ขึ้นไป เป็นการทำประกันที่บริษัทจะจ่ายเงินเป็นรายเดือน หรือรายปี แล้วแต่เงื่อนไขของประกันนั้นๆ ข้อดีของประกันนี้คือ สร้างความมั่นคงให้แก่ตัวเองเมื่อยามที่ตนเกษียณ 

สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี มา ลดหย่อนภาษี ได้ 15% ของเงินที่พึงได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

ข้อแนะนำเพิ่มเติม 

ผู้ทำประกันจะได้ผลประโยชน์สูงสุดจากการทำประกันแบบบำนาญ ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา หากผู้ทำประกันท่านใดมีชีวิตยืนยาว คุณจะได้รับเงินบำนาญมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปนั่นเอง

 


 

ประกันบำนาญลดหย่อนภาษี

เทคนิคในการเลือกประกันเพื่อลดหย่อนภาษี

ถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิตของคุณ หรือเพื่อลดหย่อนภาษี การจ่ายเงินให้ประกันเป็นประจำทุกเดือนในปัจจุบันคุณอาจไม่ประสบปัญหา แต่ถ้าหากในอนาคตเกิดความผิดพลาด เช่น ถูกไล่ออก การเสียค่าประกันชีวิตที่ใช้เวลานาน อาจไม่จำเป็นสำหรับตัวคุณ ดังนั้น rabbit finance มีเทคนิคอยู่ 3 อย่าง ให้คุณได้ศึกษาเป็นตัวเลือกในการเลือกซื้อประกันค่ะ

  • เทคนิคเเรก หาประกันที่จ่ายเบี้ยระยะสั้น

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ หรือ ประกันออมทรัพย์ บางหน่วยงานสามารถให้เราเลือกได้ว่า อยากจ่ายระยะยาวหรือระยะสั้น ถ้าระยะยาวจะอยู่ที่ประมาณ 10 ปี 15 ปี ซึ่งเหมาะกับการนำไปลดหย่อนภาษี

แต่ถ้าเป็นประกันที่จ่ายเบี้ยระยะสั้น เช่น เบี้ยประกันรายเดือน 1 เดือน 3 เดือน เป็นระยะเวลาที่ผู้ทำประกันจะสามารถหาเงินมาจ่ายได้ โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันก้อนโต

  • เทคนิคที่สอง ศึกษามูลค่าเวนคืน

ผู้ซื้อประกันจะต้องศึกษามูลค่าการเวนคืน ต้องเป็นในลักษณะที่รวดเร็วและไม่กินเงินที่เสียไป หรือไม่ขาดทุนนั้นเอง โดยการเปรียบเทียบประกัน 2 แบบ ยกตัวอย่างเช่น

ประกันลดหย่อนภาษี

จะเห็นได้ว่าประกันแบบที่ 2 เหมาะสำหรับการลดหย่อนภาษีมากกว่า เนื่องจากปีที่ 3 ก็สามารถเวนคืนได้โดยไม่ขาดทุน แต่ข้อมูลการเวนคืนในใบขายประกันมักจะไม่ค่อยแสดงข้อมูล ดังนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะซื้อประกัน

  • เทคนิคที่สาม เวลาในการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี

ควรจะซื้อประกันชีวิตในช่วงรอยต่อของปี เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เนื่องจากประกันชีวิตของคุณสามารถจ่ายหลังจากวันครบรอบกำหนดได้ไม่เกิน 30 วัน หรือ 60 วัน ขึ้นอยู่กับบริษัทขายประกัน

ตัวอย่างเช่น

ถ้าคุณซื้อประกันชีวิตในช่วงเดือนมกราคม จ่ายเบี้ย 70,000 บาท เดือนธันวาคม คุณจะได้ใบเรียกเก็บเบี้ยประกัน 30,000 บาท ในเดือนธันวาคม และจ่ายเบี้ยที่เหลืออีก 40,000 บาท ในเดือนมกราคม

แม้กรมธรรม์คุณจ่ายเบี้ยปีละ 70,000 บาท แต่คุณก็สามารถลดหย่อนภาษีถึง 100,000 บาท เพราะคุณไปเอาสิทธิของปีหน้ามาใช้

แท้จริงแล้วการเลือกประกันชีวิตไม่ควรโฟกัสเรื่องการลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว เพราะประกันชีวิตไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสิทธิการลดหย่อนภาษี แล้วอะไรบ้างหละที่เราควรพิจารณาก่อนที่จะทำประกันและยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีด้วย


สิ่งที่ต้องพิจารณานอกเหนือจากการลดหย่อนภาษี

 

การลดหย่อนภาษีถือเป็นผลพลอยได้จากการทำประกันชีวิต แต่ก็มีเงื่อนไขอื่นๆที่จำเป็นต่อผู้ซื้อประกันที่ต้องพิจารณา

1.ภาษีที่ผู้ทำประกันต้องจ่าย

ถ้าหากผู้ทำประกันมีรายได้ไม่เกิน 150,000  บาทต่อปี ก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ว่า ผู้ใดที่มีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี แต่ถ้าเกินก็จำเป็นที่ต้องเสียภาษี และควรทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษีไว้ด้วยก็เป็นทางเลือกที่ดี

ลดหย่อนภาษี
ที่มา : www.thai-aec.com

 

2.รายรับรายจ่าย

เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อประกันจะต้องคำนวณระบบการเงินของตัวเอง ว่าสามารถจ่ายค่าประกันตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ได้หรือไม่ ถ้าหากเราวางแผนผิดระบบการหมุนเงินของเราอาจมีปัญหาได้ กลายเป็นการทำประกันแทนที่จะส่งผลดีให้กับเราแต่กลับสร้างปัญหาทางการเงินกับเราแทน ก็คงจะไม่ดีแน่นอน

3.ศึกษาความคุ้มครองของประกันชีวิตแต่ละประเภท

หากเราต้องการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี เราจำเป็นที่จะต้องดู ต้องศึกษาให้รอบด้านเสียก่อน ไม่ใช่เพียงประกันอันนั้นได้ค่าลดหย่อนภาษีมาก ก็ตัดสินใจเลย เราจำเป็นต้องมองเงื่อนไขของประกัน เช่น เดือนนึงเราต้องจ่ายให้ประกันเท่าไหร่ จะได้อะไรบ้างนอกจากการลดหย่อนภาษี แล้วประกันชนิดนี้เหมาะสมกับตัวเราหรือไม่ การเลือกซื้อประกันจึงจำเป็นที่ต้องศึกษาให้รอบด้าน และเหมาะสมกับผู้ทำประกันนั้นเอง

ถ้าคุณสนใจทำประกันยังมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ทาง rabbit finance เรายินดีตอบคำถามของคุณ

 


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon