เจาะลึก! เกณฑ์การลดหย่อนภาษี 2017

posted: 1 year ago
เจาะลึก! เกณฑ์การลดหย่อนภาษี 2017

comments

เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยของเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษีมากมาย บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ดี ส่งผลไปในทางบวกกับประชาชนคนไทยที่ต้องเสียภาษีกัน ส่วนบางเรื่องก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ส่งผลทางลบด้วยเช่นกัน วันนี้ rabbit finance จึงไม่รอช้า ขอรวบรวม เกณฑ์การลดหย่อนภาษี 2017 ให้คุณผู้อ่านได้อัพเดทกันค่ะ


เกณฑ์การลดหย่อนภาษี 2017

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว

จากเดิมที่สามารถลดหย่อนได้เพียง 30,000 บาท ตอนนี้สามารถลดหย่อนได้มากขึ้นเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท โดยค่าลดหย่อนประเภทนี้มีไว้สำหรับคนมีเงินได้ทุกคนที่ยื่นแบบแสดงรายการ แค่เพียงคุณยื่นแบบแสดงรายการก็สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนนี้ได้เลยค่ะ

2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส

จากเดิมที่สามารถลดหย่อนได้ 30,000 บาท ตอนนี้สามารถลดหย่อนได้มากขึ้นเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท โดยเป็นค่าลดหย่อนของคู่สมรสตามกฎหมายเท่านั้น กรณีที่คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้และเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกันในการคำนวณภาษี คุณจะได้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนเพิ่มเติมจากส่วนนี้ทันทีค่ะ

ลดหย่อนภาษี

3. ค่าลดหย่อนบุตร

จากเดิมที่สามารถลดหย่อนได้ 15,000 บาท และ 17,000 บาท ตอนนี้สามารถลดหย่อนได้มากขึ้นเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

โดยคำว่า “บุตร” หมายถึง บุตรโดยกฎหมาย หรือ บุตรบุญธรรม สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ คนละ  30,000 บาท ซึ่งในกรณีที่เป็นบุตรโดยกฎหมายสามารถหักได้ไม่จำกัดจำนวนคน

ในกรณีที่เป็นบุตรบุญธรรม หรือ มีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรชอบด้วยกฎหมายจะหักได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน โดยมีเงื่อนไขดังนี้ค่ะ

  • บุตรต้องมีชีวิตอยู่ และมีอายุไม่เกิน 20 ปี
  • ถ้าอายุอยู่ในระหว่าง 21-25 ปี ต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ขึ้นไป
  • บุตรต้องไม่มีเงินได้ในปีภาษีตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป ยกเว้นว่านั่น คือ เงินปันผล

4. เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่

คุณสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี หากคุณมีการซื้อประกันสุขภาพให้ท่าน สามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนได้สูงสุดถึง 15,000 บาท และค่าเบี้ยประกันสุขภาพนี้สามารถหารแบ่งกันสำหรับลูกหลายๆ คนได้ด้วยค่ะ

5. ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่เราและพ่อแม่คู่สมรส

ถ้าหากคุณหรือคู่สมรสมีพ่อ-แม่ที่อายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท คุณจะมีสิทธิหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูได้คนละ 30,000 บาท นั่นหมายความว่าถ้าคุณเลี้ยงดูถึง 4 คนก็จะได้รับสิทธิสูงสุดถึง 120,000 บาทนั่นเอง

แต่มีเงื่อนไขอยู่สักนิดในกรณีของพ่อแม่ของคู่สมรสที่จะนำมาลดหย่อนนั้น คุณจะสามารถนำมาลดหย่อนได้ใน กรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้เท่านั้น

ส่วนเรื่องเอกสารหลักฐานนั้น พ่อ-แม่จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองแบบ ลย.03 ว่าลูกคนไหนเป็นคนเลี้ยงดู ซึ่งสิทธิในการเลี้ยงดูนั้นสามารถใช้สิทธิได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

6. ค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ

ถ้าหากคุณเป็นผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือคนทุพพลภาพที่มีใบรับรองแพทย์ คุณสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท

โดยมีเงื่อนไขว่าคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่นำมาลดหย่อนนั้นต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

ในกรณีที่คนพิการหรือคนทุพพลภาพเป็น พ่อแม่ – บุตร – คู่สมรส คุณสามารถใช้สิทธิได้ทั้งสองส่วน เช่น คู่สมรสไม่มีรายได้และพิการ เมื่อนำการลดหย่อนคู่สมรสและการลดหย่อนคนทุพพลภาพมารวมกันก็จะสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 120,000 บาท

ลดหย่อนภาษี

7. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย

เงินที่จ่ายไปเพื่อ ซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่ออยู่อาศัย สามารถหักได้ตามที่จ่ายไปจริง และในกรณีที่เป็นการกู้ร่วมกันหลายคน ให้แบ่งดอกเบี้ยคนละเท่าๆ กัน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

อย่าลืมว่า การใช้สิทธิสำหรับกรณีนี้จะใช้กับบ้านกี่หลังก็ได้ แต่สูงสุดรวมกันแล้วจำนวนเงินต้องไม่เกิน 100,000 บาท พูดง่ายๆ ก็คือ มองภาพรวมต่อบ้าน แล้วค่อยหารต่อคน นั่นคือ

บ้าน 1 หลัง สามารถใช้สิทธิ์ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตัวนี้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท และคน 1 คนก็ใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 100,000 บาท นั่นเองค่ะ

8. ค่าลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

ค่าลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เป็นสิทธิต่อเนื่องจากการซื้อบ้านหลังแรกภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ค่ะ

โดยค่าลดหย่อนนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท ให้สิทธิพิเศษสามารถนำเงินค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวไปลดภาษีได้โดยมีเงื่อนไขดังนี้ค่ะ

  • ต้องเป็นบ้านหลังแรกที่ มูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท และต้องซื้อภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559
  • ใช้สิทธิตั้งแต่ปีภาษี 2559 เป็นต้นไป ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี
  • ห้ามโอนหรือขายต่อภายในเวลา 5 ปี และต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในบ้านหลังนั้นด้วย

9. ค่าลดหย่อนกรณีซ่อมแซมบ้านและรถที่เสียหายจากน้ำท่วม

โดยค่าลดหย่อนกรณีซ่อมแซมบ้าน และ รถที่เสียหายจากน้ำท่วม นี้ เป็นค่าลดหย่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น

โดยหลักการลดหย่อนแบ่งออกเป็น 2 กรณี 

  • กรณีน้ำท่วมภาคใต้ตอนต้นปี 2560

กรณีซ่อมบ้าน : ต้องเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึง 31พฤษภาคม 2560 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท และต้องจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560

กรณีซ่อมรถ : ต้องเป็นรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึง 31 พฤษภาคม 2560 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงสุด 30,000 บาท และต้องจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 เช่นกัน และต้องเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกครับ



  • กรณีน้ำท่วมภาคอีสานตอนกลางปี 2560

กรณีซ่อมบ้าน : ต้องเป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท

กรณีซ่อมรถ : ต้องเป็นรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริงสูงสุด 30,000 บาท และต้องเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกครับ

10. ประกันสังคม

เงินสมทบกองทุนประกันสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่บุคคลที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 9,000 บาท อันมาจากการคำนวณรายได้สูงสุดที่เดือนละ 15,000 บาท

ลดหย่อนภาษี

11. เบี้ยประกันชีวิต

คุณสามารถลดหย่อนภาษีได้จากเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ

หากประกันชีวิตที่คุณทำไว้ เป็นประกันชีวิตแบบทั่วไป และในกรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้ การหักค่าเบี้ยประกันจะหักได้สูงสุด 10,000 บาท แต่ถ้าหากคู่สมรสมีรายได้จะหักสูงสุดได้ถึง 100,000 บาท

สำหรับใครที่สงสัยว่าประกันชีวิตของตัวเองเป็นแบบไหนกันแน่ แนะนำให้ลองสอบถามจากตัวแทนประกันได้เลย หรือจะดูจากใบเสร็จรับเงินค่าประกันที่จ่ายไปก็ได้ค่ะ

12. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

กองทุน RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ สามารถนำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี จำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

โดยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF มีเงื่อนไขเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

  • ต้องซื้อติดต่อกันทุกปี (แต่ถ้าผิดเงื่อนไขสามารถผิดได้ 1 ปี)
  • ต้องซื้อเป็นจำนวนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี หรือ 5,000 บาท
  • ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี และอายุครบ 55 ปี จึงจะสามารถขายได้

13. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

กองทุน LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี จำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยกองทุนรวม LTF นั้นมีเงื่อนไขเพิ่มเติม คือ ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 7 ปีปฎิทิน หรือ สำหรับการซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 – 31 ธันวาคม 2562 นั่นเองค่ะ

14. กองทุนการออมแห่งชาติ

กำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนเงินสะสมเข้า กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในการคำนวณภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท ค่ะ

ลดหย่อนภาษี

15. เงินสะสมกองทุน กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

สำหรับกลุ่มนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับค่าลดหย่อนภาษีที่เป็นการวางแผนเกษียณค่ะ

นั่นก็คือ ยอดรวมของ RMF + กบข./กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน + กองทุนการออมแห่งชาติ + ประกันชีวิตแบบบำนาญ เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

16. เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและช่วยเหลือสังคม

หากในช่วงปีที่ผ่านมา คุณได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา หรือ ช่วยเหลือสังคม คุณสามารถนำเงินในส่วนนี้ไปหักลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของเงินที่จ่ายไป แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมิน หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว

โดยการบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคมนอกจากการศึกษาแล้ว ยังมีการบริจาคอีกหลายทางค่ะที่สามารถนำไปลดหย่อนได้ เช่น เรื่องกีฬา คนพิการ และอื่นๆ

17. เงินบริจาคทั่วไป

สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนและเงินบริจาคที่เป็นสองเท่า

ลดหย่อนภาษี

18. เงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้และภาคอีสาน

สำหรับการบริจาค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 และ บริจาคระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 สามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ใครที่มีการบริจาคในระหว่างนี้อย่าลืมเก็บหลักฐานเอกสารต่างๆไว้ด้วยนะคะ

19. ช็อปช่วยชาติ

เป็นมาตรการลดหย่อนภาษีที่ออกมาเพื่อผู้ที่มีรายได้ และ เป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น โดยมาตรการนี้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติเห็นชอบให้มีมาตรการช็อปช่วยชาติ ระหว่างวันที่ 11 พ.ย.- 3 ธ.ค. 2560 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าปีนี้รัฐบาลใจดี เปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลาช็อปจัดเต็มยาวนานกว่าทุกปีถึง 23 วัน


และทั้งหมดนี้ คือ Checklist ที่ rabbit finance นำมาฝากเพื่อผู้อ่านทุกท่าน หากว่ามีรายการค่าลดหย่อนภาษีตัวใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อจะได้ช่วยแนะนำให้คนตรวจสอบก่อนที่จะคำนวณภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี และช่วยในการ วางแผนภาษี ได้อย่างถูกต้องค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

TAXBugnoms

Line – https://line.me/ti/p/@taxbugnoms

Facebook – http://bit.ly/TAXBugnomsGroup

Youtube – http://bit.ly/TBNChannel


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon