ขาเที่ยวมีเฮ! ครม.สัญจร อนุมัติลดหย่อนภาษีเมืองรอง เริ่ม ม.ค. 2561 นี้

posted: 3 months ago
ขาเที่ยวมีเฮ! ครม.สัญจร อนุมัติลดหย่อนภาษีเมืองรอง เริ่ม ม.ค. 2561 นี้

comments

เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนธันวาคมเดือนสุดท้ายของปี ก็เป็นสัญญาณให้ใครหลายคนต้องเริ่มวางแผนหาที่ เที่ยวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หรือหาที่เที่ยวเพื่อพักผ่อนร่างกายและจิตใจที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่การงานมาตลอดทั้งปี บางคนอาจจะเลือกกลับบ้านที่ต่างจังหวัด บางคนอาจจะไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือเดินทางไปเคาท์ดาวน์พร้อมกับหิมะที่ ต่างประเทศ

การท่องเที่ยงไม่เพียงแต่จะเป็นของขวัญสำหรับร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนของขวัญสำหรับเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราอีกด้วย เพราะยิ่งเราเที่ยวมากก็ยิ่งได้รับ ส่วนลดการลดหย่อนภาษีมาก

ซึ่งในปีนี้เมืองท่องเที่ยวหลักที่เราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีทั้งหมด 14 จังหวัดด้วยกัน และว่าแต่ปีต่อๆ ไปจะมีมาตราการลดหย่อนภาษีดีๆ อย่างรูปแบบนี้อีกหรือไม่ ?


ครม.สัญจร
ขอขอบคุณภาพจาก www.matichon.co.th

ครม.สัญจร ให้ไฟเขียวลดหย่อนภาษี “เมืองรอง” เริ่มปี 2561

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยว “เมืองรอง” 55 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้

1. กำหนดเงินได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม

กำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบ ธุรกิจท่องเที่ยว และค่าที่พักโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ตามจำนวนที่จ่ายจริง

แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน  15,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2. ยกเว้นภาษีเงินได้แก่บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนาในพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัด หรือเขตพื้นที่อื่นใดที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำหนด


“เมืองหลัก” และ “เมืองรอง” คืออะไร มีที่ไหนบ้าง ?

หลายคนที่พึ่งผันตัวเป็นขาเที่ยวได้ไม่นาน อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า “เมืองหลัก” และ “เมืองรอง” มากนัก แต่เมื่อการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองเป็น ตัวช่วยหนึ่งในการลดหย่อนภาษี แล้ว เราก็คงไม่สามารถเมินเฉยผลประโยชน์ดีๆ ได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วเรามาทำความรู้จักกับทั้ง 2 เมืองที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูกันว่าคืออะไร และอยู่ที่ไหนกันบ้าง ?

“เมืองหลัก” ตัวช่วยหักลดหย่อนภาษีที่ใครๆ ก็ไปกัน

“เมืองหลัก” คือ จังหวัดยอดนิยมที่ผู้คนนิยมไปท่องเที่ยว ที่เมื่อเอ่ยชื่อจังหวัดออกไปแล้ว หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เผลอๆ ขาเที่ยวอย่างเราอาจจะรู้จักของดีของเด็ด หรือสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ของเมืองหลักนั้นด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองหลักนี้สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้

สำหรับมาตราการทางภาษี “เมืองหลัก” ปี 2560 ที่เราสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวไปหักลดหย่อนภาษีได้มีทั้งหมด 14 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา กาญจนบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ ระยอง เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ สระบุรี ภูเก็ต และ นครปฐม

โดยค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวใน “เมืองหลัก” มีวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 15,000 บาท

เคาท์ดาวน์
ขอขอบคุณภาพจาก www.matichon.co.th

“เมืองรอง” ตัวช่วยหักลดหย่อนน้องใหม่ที่กำลังฮอตฮิต

“เมืองรอง” หรือจังหวัดรอง คือ จังหวัดน้องใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวในขณะนี้ ที่ ครม.สัญจร ได้ทำการอนุมัติให้เป็นจังหวัดที่สามารถนำมาใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับ “เมืองรอง” มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 55 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม

และยังรวมถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน ชัยนาท อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี

โดยค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวใน “เมืองรอง” มี วงเงินลดหย่อนภาษี สูงสุดถึง 15,000 บาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังประเมินว่า มาตราการทางภาษีดังกล่าว แม้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 200 ล้านบาท คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล 50 ล้านบาท และ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 150 ล้านบาท

แต่จะส่งผลดี คือ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังช่วยกระตุ้นความต้องการท่องเที่ยวใน “เมืองรอง” เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่อีกด้วย


avatar
by wacheese

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon
;