ไทยเอาแน่! เร่งหามาตรการจัดเก็บ ภาษี โซเซียล

posted: 2 months ago
ไทยเอาแน่! เร่งหามาตรการจัดเก็บ ภาษี โซเซียล

comments

ต้องยอมรับว่า สังคมโลกออนไลน์มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นขายของออนไลน์ที่ฮิตติดลมบน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปนั้นเอง จนทำช่วงปีที่ผ่านมา สรรพากรต้องออกมาตรการจัดเก็บ ภาษี เป็นการเร่งด่วน ล่าสุดเตรียมหารือหน่วยงานรัฐเพื่อเก็บภาษีโซเชียลแล้ว เนื่องจากเงินไหลออกนอกประเทศมหาศาล

ทำไม? ไทยเตรียมจัดเก็บภาษีโซเชียล (Facebook -Google)

ภาษี

สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยเร่งหารือกับหน่วยงานรัฐอย่างจริงจังหลังจากที่คนไทยใช้จ่ายผ่านโลกออนไลน์สูงถึง 1.41 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะ Facebook และ Google ที่มีเม็ดเงินจากไทยไหลออกเป็นมหาศาล เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาพฤิตกรรมการบริโภคของคนเริ่มเปลี่ยนไป หันมาใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร หรือจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ จึงทำให้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าหรือแบรนด์ของตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น จึงควรให้มีมาตรการการจัดเก็บภาษีขึ้น

โฆษณาผ่านออนไลน์ทะลุหมื่นห้าพันล้าน

ภาษี

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ระบุว่า ช่วงครึ่งปีหลังการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะมีเม็ดเงินทั้งปีหมุนเวียนกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งโตเพิ่ม 21% จากปีก่อน เนื่องจากสินค้ารุกอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์มต่างๆ มีการแข่งขันกันดุเดือด เช่น Facebook มีส่วนแบ่งตลาด 30%และ Youtube 18% เพราะมีฐานผู้ใช้เป็นจำนวนมากบวกกับทั้งสองแพลตฟอร์มได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทในไทยด้วย

ขณะที่ twitter และ Line เริ่มได้รับความนิยมจากกลุ่มสินค้าเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน รวมถึงแบรนด์สินค้า เริ่มหันมาใช้ twitter ส่วน Line ที่มีการพัฒนาฟังก์ชั่น บริการ และวิดิโอคอล ทำให้มีฐานผู้ใช้ครอบคลุมเด็กถึงผู้สูงอายุ และInstagram ที่เป็นที่นิยมของสินค้ากลุ่มแฟชั่น และความงาม


ไทยเตรียมลอกต้นแบบจัดเก็บภาษีแบบอินโดนีเซีย

ภาษี

ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่เริ่มต้นจัดเก็บภาษีจากบริษัทที่ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Yahoo , twitter , Facebook ก็ตาม ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา กรมสรรพากร อินโดนีเซียระบุว่า เมื่อปี 2557 Google เสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.1% เท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจาการ์ตามองว่าไม่เป็นธรรมตามกฎหมายนิติบุคคล หลังจากที่สร้างรายได้จากค่าโฆษณาราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28,000 ล้านบาท จึงให้เก็บภาษีเงินได้เพิ่มเป็นที่ 10% ต่อปี โดยเป็นการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งรวมมูลค่าแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,000 ล้านบาท

ยุโรปไล่เก็บภาษีดิจิทัล 3%

รายงานจากไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ EC กำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีดิจิทัลในอัตรา 3% จากบริษัทเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้งานเกินกว่า 100,000 คน ในภูมิภาคยุโรป โดยประเมินจากรายได้ของบริษัทแทนการประเมินจากผลกำไร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รายได้จากการขายโฆษณาของ Google และ Facebook ไปจนถึงรายได้จากค่าสมาชิกของบริษัท Apple และ Spotify AB ซึ่งคาดว่าถ้าทำการจัดเก็บภาษีได้จะทำให้สหภาพยุโรป หรือ EU มีรายได้เพิ่มขึ้นราว 5 พันล้านยูโรต่อปี

ขณะที่ประเทศในยุโรปอย่างอังกฤษ ก็เริ่มดำเนินการไล่เก็บภาษีจากบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่แล้วเช่นกัน เช่น ในอังกฤษมีข้อมูลระบุว่า Google ได้จ่ายภาษีย้อนหลังให้อังกฤษราว 185 ล้านดอลลาร์

E-Commerce โดนเก็บภาษีด้วย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ระบุวา รัฐบาลกำลังเร่งเตรียมจัดเก็บภาษีการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ (E-Commerce) หลังจากที่มีการแพร่หลายไปในวงกว้าง โดยเฉพาะ Lazada, Alibaba, 11street และJD.com ฯลฯ ที่เข้ามาลงทุนในไทย ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อร้านค้าที่เป็น Offline และยังเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคทางหนึ่ง จึงจำเป็นต้องจัดระบบภาษีที่ถูกต้อง ให้รู้ที่มาที่ไป ทำให้เกิดมูลค่าสูงสุดในอาเซียนของการซื้อขายสินค้าออนไลน์

และปัญหาของการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) ทั้ง AliPay และ WeChat Pay บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ จดทะเบียนบริษัทในไทย ทำให้รัฐสูญเสียโอกาสจากการจัดเก็บภาษีเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข

e-Businessต่างประเทศรายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องภาษี

ภาษี

กระทรวงการคลังเผยถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Business ในต่างประเทศ ที่ให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษี และนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากรผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างการเก็บภาษีจากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศเช่น การโฆษณา ดาวน์โหลดเกมส์ ดาวน์โหลดสติกเกอร์ สมัครสมาชิกทีวีออนไลน์ เป็นการเก็บภาษีจากดิจิทัลคอนเทนส์ หรือดิจิทัลเซอร์วิส รวมถึงการให้บริการต่าง ๆ ที่มีการซื้อขายกันและมีการเก็บค่าบริการซื้อขายจากการซื้อสินค้านั้น ก็จะมีการเก็บภาษี Vat ในส่วนของค่าบริการเท่านั้นไม่รวมถึงค่าสินค้า

ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นการเก็บภาษีจากผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก ไม่ได้เก็บภาษีจากผู้ซื้อ เช่น หากจองที่พักในเมืองไทยผ่านผู้ให้บริการออนไลน์ต่างประเทศ ผู้ให้บริการออนไลน์จะเสียภาษี Vat ในส่วนของค่าบริการเท่านั้น ไม่ได้เก็บจากค่าห้องพักด้วย เพราะค่าห้องพักมีการเสียภาษีในส่วนนี้อยู่แล้ว ส่วนจะมีการผลักภาระให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเพิ่มทางอ้อมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ให้บริการ

ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดช่องโหว่มากมาย จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเข้ามาควบคุมให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคไทยมากยิ่ง ไม่ให้ต่างชาติมาชุบมือเปิบหรือจับเสือมือเปล่าได้

ข้อมูลจาก กระทรวงการคลัง , กรมสรรพากร , สพธอ. , DAAT , ไทยโพสท์


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon