แท็กซี่ขู่! เลิกกดมิเตอร์-เปิดเหมาจ่ายรายเดือน หลังขนส่งฯ ขึ้นค่าโดยสารเฉพาะกลุ่ม

posted: 2 weeks ago
แท็กซี่ขู่! เลิกกดมิเตอร์-เปิดเหมาจ่ายรายเดือน หลังขนส่งฯ ขึ้นค่าโดยสารเฉพาะกลุ่ม

comments
  • กรมขนส่งฯ เตรียมยื่นข้อเสนอให้กรมคมนาคม เพิ่มค่าโดยสาร ให้ แท็กซี่ ในโครงการ TAXI OK 8% ก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ขับขี่
  • ‘ปฎิเสธไม่รับผู้โดยสาร’ ขึ้นแท่น ปัญหาอันดับ 1 ที่มีผู้ร้องเรียกการให้บริการ รถแท็กซี่ ผ่านสายด่วน 1584 มากที่สุด
  • สมาคมแท็กซี่ฯ ค้านควรขึ้นราคาให้ทุกคัน พร้อมประกาศ เตรียมร่วมมือกับนักลงทุนเอกชน เปิดบริการแท็กซี่แบบเหมาจ่ายรายเดือน 12,000 บาท นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยว โดยไม่อาศัยการกดมิเตอร์

แท็กซี่ 1
(cr.) www.thairath.co.th

กรมขนส่งฯ จ่อปรับขึ้นค่าแท็กซี่ 8% ชดเชยเวลารถติด

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2561 นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้า การพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ หลังจากที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ส่งผลการศึกษาปัญหาความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการแท็กซี่มาให้แล้ว

โดยผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอ ได้ระบุทางแก้ปัญหามา 3 ทาง โดยแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น แต่ควรต้องมีการชดเชยเวลาการเดินทาง ในช่วงที่เข้าไปในพื้นที่ที่มีรถติด โดยเฉลี่ย ให้ ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รถแท็กซี่สามารถอยู่ได้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของรถแท็กซี่ ควรจะอยู่ที่ 1.5 เท่าของรายได้ขั้นต่ำ

ในปัจจุบัน รถแท็กซี่ไทย มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,564 บาท/วัน และมีรายจ่ายประมาณ 1,156 บาท/วัน ทำให้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมีรายได้อยู่ที่วันละ 400 บาท ซึ่งน้อยกว่า รายได้ขั้นต่ำ ในกรุงเทพฯ 325 บาท เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งหากจะให้รถแท็กซี่สามารถอยู่ได้จริง ควรจะต้องมีรายได้อยู่ที่ 1,643 บาท/วัน จึงควรที่จะต้องพิจารณาการปรับค่าโดยสารขึ้นนั่นเอง

โดยรถแท็กซี่ ที่จะสามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้ คือ รถแท็กซี่ ที่อยู่ภายในโครงการ TAXI OK ของกรมขนส่งฯ ที่มีอยู่ 12,986 คัน จากรถแท็กซี่ทั้งหมด  80,647 คันทั่วประเทศ และหากรถคันอื่นต้องการปรับขึ้นค่าโดยสารตามเกณฑ์นี้ จะต้องเข้าโครงการ TAXI OK ก่อนเท่านั้น

ซึ่งเมื่อกรมขนส่งฯ ยื่นเรื่องแล้ว หากมีการอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร จะใช้เวลาอีกประมาณ 30 วัน ในการยกร่างเพื่อออกเป็นประกาศกระทรวงคมนาคม และจะต้องลงในราชกิจจานุเบกษาก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2561 นี้


แท็กซี่ 2
(cr.) pmdu.soc.go.th

‘ปฏิเสธผู้โดยสาร’ ปัญหาโลกแตกอันดับ 1 ของแท็กซี่ไทย

นอกจากการเปิดเผยการศึกษาของทีดีอาร์ไอแล้ว นายกลม ยังเปิดเผยข้อมูล สถิติการร้องเรียนรถแท็กซี่ผ่านทางสายด่วน 1584 ในช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2560 – 30 ก.ย. 2561 โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีการร้องเรียนปัญหารถแท็กซี่ถึง 48,223 เรื่อง ซึ่งสูงกว่าเมื่อปีก่อน

เรื่องร้องเรียน 5 อันดับแรก คือ
1.การปฎิเสธไม่รับผู้โดยสาร
2.แสดงกิริยาไม่สุภาพ
3.ขับรถประมาท/หวาดเสียว
4.ไม่กดมิเตอร์
5.ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลง

ข้อร้องเรียนดังกล่าว อาจเป็นสาเหตุที่กรมขนส่งฯไม่อนุมัติการขึ้นค่าโดยสารทั้งระบบได้ เนื่องจากแท็กซี่ทั่วไปยังไม่ได้มีการปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับได้ ต่างจาก TAXI OK ที่มีการควบคุมดูแลคุณภาพของคนขับ จึงมีมาตรฐานการให้บริการที่ดีกว่า

นอกจากนั้น มันอาจจะเป็นนโยบายหนึ่ง ที่จะเชิญชวนให้ คนขับแท็กซี่ ทั่วไปหันมาเข้าร่วมโครงการ TAXI OK กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้ผลประโยชน์ที่มากกว่าและเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการโดยรวมได้นั่นเอง

แท็กซี่ 3

ส.แท็กซี่ จ่อออกรถใหม่ ไม่กดมิเตอร์-เหมาจ่ายเดือนละหมื่นกว่า นั่งได้ไม่จำกัด

นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ได้ให้สัมภาษณ์ หลังจากที่กรมขมส่งฯประกาศเตรียมยื่นเรื่อง การปรับค่าโดยสาร ในโครงการ TAXI OK ว่า

ได้มีการวางแผนกันไว้ แล้วในกรณีที่เรื่องออกมาเป็นแบบนี้ โดยแท็กซี่ของสมาคมที่อยู่ในโครงการ TAXI OK มีเพียงไม่กี่คัน จากสมาชิกทั้งหมด 2,000 คัน มันจึงเป็นเรื่องของผลต่างตอบแทน โดย นายวรพล กล่าวว่า บริษัท มาย แท็กซี่ (My Taxi) ของตน จะร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่ในประเทศ เปิดให้บริการรถแท็กซี่รูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องเพิ่งพาการปรับค่าโดยสารจากกรมการขนส่งทางบก คือ จะไม่กดมิเตอร์ นั่นเอง

โดยแท็กซี่รูปแบบใหม่นี้ จะเป็นการคิดค่าโดยสารแบบ ‘เหมาจ่ายรายเดือน’ โดยผู้โดยสารที่อยากใช้บริการ สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ เพียง 12,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดเที่ยววิ่ง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แถมมีบริการเครื่องดื่มและอาหารเสริมที่บริษัทจำหน่าย ให้กับคนขับและผู้โดยสารด้วย

นายวรพล ยังบอกอีกว่า ที่สามารถดำเนินการในรูปแบบนี้ได้ เนื่องจากจะมีการจ่ายเงินให้กับแท็กซี่ที่สมัครเข้ามาร่วมให้บริการจำนวน 2,000 บาทต่อวัน รถแท็กซี่จึงไม่จำเป็นต้องวิ่งหาผู้โดยสาร และจะไม่มีปัญหาปฏิเสธผู้โดยสารเกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆไว้แล้ว รวมถึงมีการฝึกอบรมแท็กซี่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่รูปแบบจะแตกต่างจาก All Thai Taxi ของนครชัยแอร์แน่นอน และคาดว่าจะเปิดให้บริการผ่านทาง แอปพลิเคชั่น ได้ภายในต้นปี 62 ด้วย


แท็กซี่ 4
(cr.) board.postjung.com

อนาคตของวงการแท็กซี่ไทย หรือแค่เรื่องฝันกลางวัน?

สำหรับตัวผู้เขียนเองมองว่า ถึงแม้การออกบริการเหมาจ่ายแท็กซี่รายเดือน จะดูมีความน่าสนใจสำหรับคนที่ใช้แท็กซี่เป็นประจำใน การเดินทางไกลๆ แต่มันไม่ได้เหมาะกับ ผู้โดยสารทุกคนแน่นอน เพราะถ้าคิดเล่นๆ การจ่ายเดือน 12,000 บาท แปลว่า เราจะต้องใช้บริการแท็กซี่ 400 บาทต่อวัน ถึงจะถือว่าคุ้มเงินที่เสียไป ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

นอกจากนั้น กรมขนส่งฯ ยังออกมาบอกอีกว่า การที่แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ และใช้รูปแบบการเหมาจ่ายค่าบริการ ถือว่าเป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย เนื่องจากแท็กซี่มีการจดทะเบียนและถูกกำหนดให้คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ จึงไม่สามารถเรียกในลักษณะเหมาจ่ายได้

นอกจากนั้น เรื่องของการให้บริการที่ดีขึ้น ก็ยังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แถมยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์แฝงในเรื่องที่มีการแถมน้ำผลไม้และอาหารเสริมของบริษัทให้คนขับแท็กซี่และผู้โดยสารด้วย ทำให้บริการนี้ ดูจะคุ้มค่ากับฝั่งคนขับและเจ้าของบริการ มากกว่าผู้โดยสารทั่วไป ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า จะมียอดคนใช้งานเยอะตามที่นายวรพลคาดการณ์ไว้หรือเปล่า

ส่วนเรื่องค่าโดยสารขึ้น 8% ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่คิดว่าไม่นานเกินรอมันต้องมาแน่ ซึ่งมาเมื่อไหร่ rabbit finance จะไม่พลาดมาอัพเดตให้ทราบแน่นอน

 

ข้อมูลจาก ch3Thailand และ ประชาชาติธุรกิจ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon