ชวนขบคิดเรื่องการเงินการงาน ไปกับ 5 TED Talks ดีๆ ที่เหมาะกับทุกคน

posted: 8 months ago
ชวนขบคิดเรื่องการเงินการงาน ไปกับ 5 TED Talks ดีๆ ที่เหมาะกับทุกคน

comments

ทุกวันนี้ คนรุ่นใหม่มุ่งหาความสำเร็จด้วยความกระตือรือล้น ขวนขวายอยากรู้ข้อมูลใหม่ๆ ทั้งจากหนังสือและโลกอินเทอร์เน็ตอันไร้พรมแดน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนจะขาดไปก็คือ องค์ความรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน และนั่นทำให้ TED Talks เกิดขึ้น

TED ถูกก่อตั้งด้วยเจตนารมณ์ที่ว่า ‘Ideas Worth Speading’ โดยมีแนวคิดหลัก คือ การสร้างพื้นที่สำหรับเผยแพร่ไอเดียดีๆ สำหรับบุคคลทั่วไปผ่าน Powerful Talk สั้นๆ จากผู้บรรยายที่มีประสบการณ์จากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น ด้านธุรกิจ สิทธิมนุษยชน ศิลปะ หรือแม้กระทั่งไดโนเสาร์ สำหรับวันนี้ rabbit daily ขอเสนอ 6 TED Talks ดีๆ ชวนขบคิดเรื่องการเงิน ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ

 


ทำไมคุณควรรู้ว่าเพื่อนร่วมงานได้เงินเดือนเท่าไร

โดย David  Burkus / TEDxUniversityofNevada

fe54c4f80e7fea1a63149c1fe7fb216d44c726ff_2880x1620

ไม่เพียงแต่สังคมการทำงานของคนไทย แต่วัฒนธรรมเรื่องการปิดบังเงินเดือนเป็นความลับนั้นมีอยู่ทุกมุมโลก ถึงขนาดที่บริษัทใหญ่ๆ มากมายออกกฏให้พนักงานปิดปากเงียบในเรื่องนี้ แต่ David Burkus กลับเห็นต่าง เขามองว่าการเปิดเผยเรื่องเงินเดือนนั้น จะเป็นประโยชน์กับทั้งตัวพนักงาน องค์กร และสังคม

เพราะอะไรเขาถึงคิดแบบนั้น คำตอบก็คือ การไม่เปิดเผยเงินเดือนมีผลทำให้พนักงานคิดว่าตัวเองได้เงินเดือนต่ำกว่าคนอื่นๆ ในบริษัท ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เป็นเหตุให้ความเจริญก้าวหน้าของบริษัทชะงัก ในทางกลับกัน หากพนักงานรู้เงินเดือนของเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าในกรณีที่ตัวเองเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าก็ตาม พนักงานกลับตั้งใจทำงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทอย่างแน่นอน

รู้แบบนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเขินอายเวลาเพื่อนร่วมงานถามเรื่องเงินเดือนแล้วล่ะ ดีไม่ดีการได้ถกกันเรื่องนี้ อาจช่วยให้ทุกคนช่วยกันพัฒนางานของตัวเอง จนบริษัทได้กำไรมากขึ้น สุดท้ายคุณอาจได้โบนัสหรือเงินเดือนเป็นของแถมก็ได้

 


 

เป็นไปได้ไหมที่ภาษาที่พูดจะส่งผลต่อการออมเงิน

โดย Keith Chen / TEDGlobal 2012

7462754478_f6673f4433_z

Keith Chen ตั้งคำถามได้อย่างน่าสนใจว่า ทำไมประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจและสถาบันต่างๆ คล้ายคลึงกัน พฤติกรรมการออมเงินของคนในแต่ละประเทศถึงได้ต่างกันมากมายเหลือเกิน…คุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องของการปลูกฝังนิสัยมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งก็อาจจะใช่ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ ‘ภาษา’

Keith Chen ทำการทดลองโดยหาครอบครัวฝาแฝดที่อยู่อาศัยคนละมุมโลก โดยครอบครัวแรกใช้ภาษา ‘ไร้กาล’ คือภาษาที่ไม่มีการเจาะจงเวลา เช่น ภาษาจีน และภาษาไทย เป็นต้น ส่วนครอบครัวที่สอง ใช้ภาษา ‘มีกาล’ คือภาษาที่มีการเปลี่ยนรูปคำกริยาไปตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างภาษาอังกฤษ ผลปรากฏว่า ครอบครัวที่พูดภาษาไร้กาล มีแนวโน้มเก็บออมเงินมากกว่าอีกกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจาก พวกเขารู้สึกว่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องและไม่ได้แยกออกจากกัน ดังนั้น พวกเขาจึงเก็บออมเงินไว้เพื่อวันข้างหน้า ในขณะที่กลุ่มที่ใช้ภาษามีกาล กลับคิดว่าการออมเงินเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งแยกออกจากเรื่องปัจจุบันอย่างชัดเจน

ถือว่าคนไทยเราโชคดีนะคะ ที่ใช้ภาษาไร้กาล ดังนั้น อย่ามองว่าอนาคตเป็นเรื่องไกลตัว เก็บออมตั้งแต่วันนี้ดีกว่าค่ะ

 


วิธีที่จะกลับเข้าสู่การทำงานหลังจากการหยุดพักงาน

โดย Carol Fishman Cohen / TEDxBeaconStreet

DRP_TxBS_2015-0293-M

หนุ่มๆ สาวๆ วัยทำงานจำนวนไม่น้อย จำต้องหยุดพักจากการทำงานในช่วงที่อาชีพของพวกเขากำลังรุ่งเรืองสุดขีด บ้างก็ต้องออกไปดูแลพ่อแม่หรือญาติที่ป่วยหนัก ในขณะที่บางส่วนจำเป็นต้องย้ายตามคู่สมรสไปต่างประเทศ แต่เมื่อทุกอย่างอยู่ตัวดีแล้ว และเกิดความต้องการกลับเข้าสู่การทำงานอีกครั้ง ปัญหาดันเกิดขึ้นแบบที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน

แม้ว่าคุณจะถือปริญญาอยู่ในมือหลายใบ หรือจบการศึกษาระดับสูงสุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ช่วยการันตรีได้ว่าคุณจะหางานทำได้หลังจากหยุดพักงานมาเป็นเวลานาน Carol Fishman Cohen ค้นพบว่า ทุกบริษัทต่างก็ไม่อยากรับ Relauncher หรือผู้ที่กลับเข้าสู่การทำงานใหม่หลังจากการหยุดพักงานนานๆ เพราะกลัวว่าจะเป็นพวกล้าหลังเรื่องเทคโนโลยี หรือไม่ก็ทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรในที่ทำงาน แต่  Carol กลับมองว่า Relauncer เป็นทรัพยากรที่มีค่า เพราะเป็นกลุ่มคนที่รู้ความสามารถของตัวเอง ไม่มีความผันผวน และอัตราการลาออกต่ำ แต่การจะทำให้บริษัทเห็นถึงความสามารถของคนกลุ่มนี้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ดังนั้น Carol จึงเสนอวิธีการอันแสนชาญฉลาด นั่นคือ ‘การฝึกงานสำหรับผู้กลับมาใหม่’ เพื่อให้โอกาส Relauncher ได้พิสูจน์ความสามารถ และยังไม่เป็นการกดดันบริษัท เนื่องจากบริษัทยังมีทางเลือกว่าจะจ้าง หรือไม่จ้างก็ได้ สำหรับประเทศไทยของเราอาจยังไม่มีโครงการนี้ แนะนำว่า ให้เลือกทำงานชั่วคราว หรือเข้าฝึกงานในบริษัทร่วมกับรุ่นน้องนักศึกษาก็ได้เช่นกัน รับรองว่าประสบการณ์ที่เคยผ่านมา ต้องเข้าตาบริษัทบ้างไม่มากก็น้อย ขอเพียงแค่คุณติดตามข่าวสารของวงการทำงานอยู่ตลอดเวลา และทุ่มเทเวลาในการเรียนรู้เทคโนโลยีเท่านั้นเอง

 


ทำไมลูกจ้างที่ดีที่สุด ไม่มีจดหมายสมัครงานที่สมบูรณ์แบบ

โดย Regina Hartley / TED@UPS

5578aba019b2e4ca5ce1b8bc45a9d180d2b06fc1_2880x1620

Regina Hartley ตั้งคำถามได้อย่างน่าสนใจว่า หากมีผู้สมัคร 2 คนยื่นใบสมัครในตำแหน่งเดียวกัน ทั้งสองต่างมีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่คนแรกจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผลการเรียนดีเลิศ และมีใบรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในขณะที่คนที่ 2 จบจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลบ้านๆ และทำงานมาหลายอย่างไม่เว้นแม้แต่การเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือพนักงานร้านถ่ายเอกสาร…ถ้าเป็นคุณ จะเลือกใคร

ก่อนตอบคำถาม Regina ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มนักสู้ (Scrapper) ว่ามีความอดทนอดกลั้น และสามารถใช้ความยากลำบากที่เคยเจอะเจอมาในอดีตเป็นเชื้อไฟสร้างแรงบันดาลใจ และเป้าหมายของชีวิต และด้วยความที่เคยลำบากมาก่อน ทำให้ปัญหาทางธุรกิจเป็นเรื่องง่ายของพวกเขา อีกทั้งยังยกตัวอย่างสถิติของผู้ประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขาโดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่ง 35% จากทั้งหมดมีปัญหาบกพร่องในการอ่าน!

หากคุณกลุ่มนักสู้ ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งท้อแท้ ใม่นานศักยภาพที่คุณสะสมมาตลอดชีวิตจะช่วยให้นายจ้างมองเห็นและเลือกคุณเข้าทำงาน แต่ถ้าคุณเป็นคนอีกกลุ่ม (ในคลิปเรียกพวกคุณว่ากลุ่มช้อนเงิน หรือ Silverspoon) แต่ยังหางานไม่ได้สักที ลองเริ่มจากงานเล็กๆ งานพาร์ทไทม์ หรืองานขายของตามร้านก่อนก็ได้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความเป็น ‘นักสู้’ ให้กับตัวคุณเอง

 


ออมเงินสำหรับวันพรุ่ง

โดย ShlomoBenartzi / TEDSalon NY2012

da4cf2be5d40c0b74bdfd51882d6ba3c52571e22_800x600

ใครบ้างที่ใช้เงินซื้อล็อตเตอรีเดือนละหลายพัน ใครบ้างที่ซื้อบ้านหรือรถราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น หาคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ยกมือเมื่อเราจบคำถาม ลองฟัง TED Talks นี้ดูนะคะ

ShlomoBenartzi ชี้ให้เห็นว่าคนเราเลือกใช้เงินในวันนี้มากกว่าการออมเงินเพื่ออนาคต เพราะรู้สึกว่า การเก็บออมเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเก็บออมในบัญชี หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ ‘การสูญเสีย’ อำนาจการใช้จ่ายในปัจจุบัน ด้วยการเปรียบเทียบเรื่องลิงกับแอปเปิล หากลิงได้รับแจกแอปเปิล 1 ลูกทุกตัว พวกมันต่างก็กินกันอย่างมีความสุข แต่ถ้าเกิดต่อมาพวกมันได้รับแจกคนละ 2 ลูก แต่ถูกยึดไว้ 1 ลูกเพื่อกินในมื้อถัดไป พวกมันต่างโกรธและไม่พอใจ ทั้งๆ ที่เป็นการเก็บออมไว้ ‘เพื่ออนาคต’

ด้วยพฤติกรรมนี้ ShlomoBenartzi และเพื่อนจึงได้สร้างโปรแกรมที่มีชื่อว่า ‘ออมเงินสำหรับวันพรุ่ง’ โดยการกำหนดให้ทุกคนออมเงินเมื่อได้รับรายได้หรือเงินเดือนที่มากขึ้น โดยหักลบจากส่วนต่างของเงินเดือนเดิมและหักเพียง 3% จากส่วนต่างนี้เพื่อเก็บออมเท่านั้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้คนรู้สึกว่าการออมไม่เบียดเบียนการใช้จ่าย แถมยังช้อปปิ้งได้มากขึ้นด้วย

 

ดูแล้วเป็นวิธีที่เข้าท่าเหมือนกันนะคะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบช้อปปิ้งที่เดียวเชียวล่ะ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะออมเงินยังไงให้เข้าที ให้ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จาก เมืองไทยประกันชีวิต โครงการเมืองไทย รับทรัพย์ตลอดชีพ 90/7 เป็นผู้ช่วย ทำ 1 ได้ถึง 2 ทั้งสะสมทรัพย์ และรับความคุ้มครองชีวิต จ่ายเบี้ยประกันแค่เดือนละ 843 บาท เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 7 ปี แต่คุ้มครองนานถึงอายุครบ 90 ปี และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรได้อีกด้วย (ตัวอย่าง ผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ 31 ปี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท)

ดู TED talks แล้ว อย่าลืมลงมือปฏิบัติ ทำงานเต็มที่ ออมเงินเต็มกำลัง กับ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จาก เมืองไทยประกันชีวิต โครงการ เมืองไทย รับทรัพย์ตลอดชีพ 90/7 สมัครได้เลยที่ rabbit finance

ขอบคุณภาพปกจาก https://ideas.ted.com


avatar
by Jutalak Cherdharun
เป็นนักเขียนผู้รักหมา แต่ไม่เคยเขียนบทความเรื่องหมา ถนัดบทความสัพเพเหระ ยันบทความข่าว งานอดิเรกคือแชร์คลิปน้องหมาลงเฟซบุ๊ก ไปคาเฟ่หมา งานประกวดหมา วาดรูปหมา และกอดหมา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon