เศรษฐกิจไทยครึกครื้น ขานรับประกาศเลือกตั้ง ก.พ. 62

posted: 1 week ago
เศรษฐกิจไทยครึกครื้น ขานรับประกาศเลือกตั้ง ก.พ. 62

comments
  • หลังประกาศ พ.ร.บ. เลือกตั้ง 2 ฉบับเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น ทั้ง GDP สูงขึ้น ค่าเงินบาทแข็งตัว ตลาดหุ้นสูงขึ้น เป็นต้น
  • สาเหตุหลัก มาจากความแน่นอนในการจัดการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนต่างชาติและประชาชนมั่นใจกับรัฐบาลไทย และพร้อมจะกลับมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นนั่นเอง

เลือกตั้ง 1

เลือกตั้ง ปี 62 ไม่ใช่แค่ประชาชน แต่เศรษฐกิจไทยก็ดีใจไม่แพ้กัน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุกเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 พร้อมกับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ออกมา ซึ่งพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับนี้ ประกาศให้ใช้เมื่อพ้น 90 วัน หลังประกาศไป และกำหนดให้ต้องมีการจัดตั้งการเลือกตั้งขึ้นภายใน 150 วันนับจากวันดังกล่าวด้วย

โดยในวันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมา ยืนยัน อีกครั้งนึงว่า ถึงแม้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยังไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมได้ แต่อย่างไรก็ตาม

คาดว่า ประเทศไทยของเราจะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 อย่างแน่นอน

หลังจากมีการประกาศกำหนดการเลือกตั้งที่แน่นอนออกมา ไม่ใช่แค่ประชาชนเท่านั้นที่ดีใจ แต่ ภาคเศรษฐกิจ เอง ก็มีการตอบรับไปในทางที่ดีขึ้นจากข่าวดีในครั้งนี้เช่นกัน

โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้คาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 61 นี้จะ เพิ่มขึ้นมาที่ประมาณ 4.4 – 4.8% หรือมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.6%

โดยการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ส่งผลดีต่อสภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากมันเป็นสัญญาณที่ดี ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังจะดีขึ้น ทำให้ต่างชาติมั่นใจที่จะ เข้ามาลงทุน มากขึ้น และประชาชนเองก็อยากจะจับจ่ายใช้สอยกันเยอะขึ้น ซึ่งปกติในช่วงเลือกตั้งจะ มีเงินสะพัด และหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 3 – 4 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว


เลือกตั้ง 2

เงินบาทไทยแข็งค่า เปิดตลาดที่ 32.58 บาทต่อดอลลาร์

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ค่าเงินบาทไทย ในวันที่ 14 ก.ย. 61 เปิดตัวที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าขึ้นจากช่วงปิดตลาดสิ้นวันทำการก่อน 32.66 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง

สาเหตุของปรากฎการณ์นี้ มาจากภาพรวมของ ตลาดหุ้น ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น หลังจากข่าวความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งของไทยเช่นกัน นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยต่างประเทศสนับสนุนด้วย เช่น สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะผ่อนคลายลง ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างไทยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะเป็นผลในระยะสั้นเท่านั้น เพราะ ในอนาคตทิศทางของค่าเงินบาทไทย ก็ยังคงอ่อนตัวลงอยู่ เนื่องจากมันยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายๆ อย่าง เช่น การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และ ความเสี่ยงของประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่เข้ามามีผลกระทบเช่นกัน


เลือกตั้ง 3
(cr.) www.matichon.co.th

ตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นเกือบ 40 จุด ปิดตัวที่ระดับ 1,717.96 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทย สดใสรับเลือกตั้ง โดยในวันที่ 13 ก.ย. 61 หลังเปิดตลาดได้ไม่นาน หุ้นก็พุ่งสูงขึ้นถึง 11 จุดจากวันก่อน และ ทะลุไปหยุดอยู่ที่ 1,717.96 จุด ซึ่งถือว่าบวกมากถึง 38.57 จุด และมีมูลค่าซื้อขายสูงถึง 78,999.35 ล้านบาท มีสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 17,481.77 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,007.13 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยขายสุทธิ 12,787.54 ล้าน

ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ นักลงทุน หันมาลงทุนกับตลาดหุ้นในช่วงนี้ เนื่องจาก ทิศทางความแน่นอนในการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นนั่นเอง


เลือกตั้ง 4
(cr.) www.khaosod.co.th

ทูตสหรัฐฯ เชื่อไทยมีเลือกตั้งปีหน้า หวังให้ เสรี-ยุติธรรม

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเข้าเยี่ยมอำลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ถึงกรณีที่ไทยได้ออกพระราชบัญญัติการเลือกตั้งมา 2 ฉบับ ว่า

“เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสำคัญ ทำให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรือง เกิดการเลือกตั้งในปีหน้า….อยากเห็นประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง มีอิสระเสรีภาพ มีความเจริญรุ่งเรือง อยากเห็นคนไทยมีส่วนร่วมทางการเมือง มีการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง เมื่อเกิดการเลือกตั้งแล้วจะมีรัฐบาลที่มาจากพลเรือน คิดว่าระบอบนี้จะประสบความสำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม “

เราจะเห็นได้ว่า ในสายตาของชาวต่างชาติ ประเทศไทยถือเป็น แหล่งลงทุน ที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากเรามีทรัพยากรที่พร้อมทั้งในด้านวัตถุดิบและกำลังคน และมีนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนอย่างมาก แต่ข้อเสียเพียงไม่กี่อย่างของไทย คือ ปัญหาการเมืองที่มีความไม่แน่นอน และการทุจริตที่มีให้เห็นบ่อยครั้ง

ดังนั้น การที่ประเทศไทย มีวันเลือกตั้งที่แน่นอนแล้ว มันก็ไม่แปลกที่เศรษฐกิจหลายๆ ด้านของเราจะดีขึ้น และคาดว่าในช่วงของการเลือกตั้งจริงๆ มันจะยิ่งขยับตัวสูงขึ้นกว่าในตอนนี้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เศรษฐกิจไทยเอง ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามและเฝ้าระวัง เช่น สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในตลาดโลก, ความเสี่ยงจากวิกฤตค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ ความเสี่ยงทางด้านอุทกภัย และ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เป็นต้น

ซึ่งเราก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหน แล้วการเลือกตั้งที่เรารอคอยมานานแสนนานในครั้งนี้ จะมีเหตุการณ์อะไรทำให้มันสะดุดหรือเปล่า rabbit finance จะไม่พลาดมาอัปเดตให้ฟังกันแน่นอนค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon