เลือกตั้ง 2562 ดัน เศรษฐกิจไทย โตขึ้น 4%

posted: 2 months ago
เลือกตั้ง 2562 ดัน เศรษฐกิจไทย โตขึ้น 4%

comments
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,247 คน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน
  • หลายฝ่ายเชื่อว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีจากการเลือกตั้ง และคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 จากเงินสะพัดในช่วงของการหาเสียง 30,000-50,000 ล้านบาท ช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 0.3-0.5% หรือเติบโต 4%
เลือกตั้ง เศรษฐกิจไทย
Cr. – www.thairath.co.th

เลือกตั้ง 2562 ดัน เศรษฐกิจไทย โตขึ้น 4%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,247 คน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน

โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมกราคม 2562 เท่ากับ 80.7 เพิ่มจาก 79.4 ในเดือน ธันวาคม 2561 นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 54.5 เพิ่มจาก 53.4 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 92.3 เพิ่มจาก 90.8

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม จากที่เดือนที่ผ่านมา ขยับจาก 66.3 เพิ่ม 67.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 75.8 เพิ่มจาก 74.6 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 98.7 เพิ่มจาก 97.3

สาเหตุที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในรอบ 5 เดือนมาจากหลายปัจจัย และหนึ่งในปัจจัยที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คือความชัดเจนในเรื่องของวันเลือกตั้ง เพราะหลังจากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม นี้ ก็ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คาดว่าข่าวการเลือกตั้งของไทยจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกจากเงินสะพัดในช่วงของการหาเสียงสูงถึง 30,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 0.3-0.5% หรือเติบโตขึ้นประมาณ 4% นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนและภาคธุรกิจ

เศรษฐกิจไทย ดีขึ้น
Cr. – www.thairath.co.th

นักท่องเที่ยวจีนปักหมุดไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น เนื่องจากไทยยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (VISA On Arrival) หลังจากที่มีปัญหายอดนักท่องเที่ยวจีนลดลงตั้งแต่ข่าวเรือล่มที่ภูเก็ต รวมไปถึงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่เริ่มคลี่คลายลงจนทำให้เศรษฐกิจโลกอยู่ตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินอยู่ในมือชนชั้นกลาง ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

แต่หลายฝ่ายยังคงต้องติดตามปัจจัยลบที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อไปอีก โดยเฉพาะกรณีของการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิท (Brexit) ที่หากยืดเยื้อไม่มีแผนชัดเจน อาจจะทำให้เศรษฐกิจยุโรปเติบโตไม่โดดเด่น หรือความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงจากสงครามการค้าและเบร็กซิท

รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ตกต่ำในรอบ 3-5 ปี ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ส่งออกหลายชนิด ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มฐานรากยังไม่ฟื้น หรือรายได้ยังกระจุกตัวอยู่ที่คนบางกลุ่ม ทำให้เศรษฐกิจยังไม่ดีในสายตาผู้บริโภค และพบเจอปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายในระดับฐานราก หากต้องการปรับสภาพเศรษฐกิจให้ดีขึ้น คงต้องเจาะกลุ่มนี้ก่อน เพราะมีจำนวนมากที่สุด

นอกจากนี้ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้น กำลังซื้อของประเทศคู่ค้า และเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนที่ดีขึ้น จึงทำให้มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามายังประเทศไทยมาก ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะผันผวนอยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

จากนี้เราก็คงต้องติดตามต่อไปว่า หลังจากเลือกตั้งแล้ว เศรษฐกิจจะเป็นไปในทิศทางใดบ้าง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/content/1490150


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon