ปีใหม่ VS ปีใหม่ไทย เทศกาลไหนทำ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ยอดตกมากกว่ากัน

posted: 2 weeks ago
ปีใหม่ VS ปีใหม่ไทย เทศกาลไหนทำ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ยอดตกมากกว่ากัน

comments

เพราะ ‘ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือการพาณิชย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูล ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเห็นสินค้าจริงก็สามารถตัดสินใจซื้อได้ เพียงมีอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่ายออนไลน์ได้เท่านั้น

แต่เมื่อมีข้อดีในเรื่องความสะดวกก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน สำหรับผู้บริโภคคงจะเป็นความเสี่ยงต่อการโดนโจรกรรมข้อมูล ในด้าน เจ้าของธุรกิจ ก็ต้องคอยแสวงหาข้อเสนอดีๆ โปรโมชั่นเยี่ยมๆ มาจับกลุ่มลูกค้าให้อยู่หมัด และยังต้องคอยรับมือกับผลกระทบอันได้แก่เทศกาลและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในไทยอีกด้วย


ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย

ผลกระทบต่อ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ที่เกิดขึ้น 

เป็นเหตุให้ iPrice เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลสำคัญในไทยที่เหล่าบริษัทอีคอมเมิร์ซควรทราบ เพื่อหาทางรับมือเอาไว้ ซึ่งเทศกาลใหญ่ๆ ที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยที่สุดคือเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) โดยมีข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจดังนี้

  • เทศกาลปีใหม่

เริ่มทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2560 – 1 มกราคม 2561 ซึ่งในช่วงระยะเวลาสองวันนี้พบยอดเข้าชมสินค้าลดลงถึง 27% และเมื่อนำข้อมูลมา เปรียบเทียบกับปี 2017 พบว่า ในปี 2561 คนไทยเริ่มเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่เร็วกว่าปีก่อนถึง 3 ชั่วโมง จากเวลา 19.00 น. เป็น 16.00 น.

แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น นักช้อป ก็ยังมีไลฟ์สไตล์แบบเดิม ซึ่งส่วนใหญ่สินค้าที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้มักจะเป็นชุดของขวัญ กระเช้าอาหารเสริม หรือของตกแต่งบ้านเพื่อนำไปแจกจ่ายให้เข้ากับเทศกาล

แต่ปัญหานักช้อปออกไปเฉลิมฉลองนอกบ้านหลัง 16.00 น. จนทำให้ยอดผู้ใช้บริการลดลงจะส่งผลกระทบเพียงวันเดียวเท่านั้นคือวันที่ 31 ธันวาคม 2560 หรือคืนข้ามปีนั่นเอง ส่วนวันปีใหม่นักช้อปจะเริ่มกลับมาใช้บริการเช่นเดิม แม้จะมีจำนวนไม่มากเท่าวันปกติ แต่ก็ไม่ลดฮวบจนน่าใจหาย

  • เทศกาลปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์)

ซึ่งในปี 2561 นี้ รัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดยาวถึง 5 วัน ตั้งแต่ 12 เมษายน – 16 เมษายน 2561 ส่งผลให้ยอดผู้เข้าใช้บริการลดลงถึง 14% ซึ่งมากกว่าเทศกาลปีใหม่ถึง 2 เท่า หากเปรียบเป็นช่วงอายุจะพบจำนวนเปอร์เซ็นที่แตกต่างกันดังนี้

1. กลุ่มอายุ 18-24 ปี

ลดลง 15.6% ซึ่งส่วนใหญ่บุคคลวัยนี้ยังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ล้วนมีความตื่นตาตื่นใจกับความบันเทิงในช่วงเทศกาล แต่เพราะยังไม่สามารถหารายได้เองได้ จึงมีจำนวนลดลงกว่าผู้บริโภคในช่วงอายุ 25-34 ปี

2. กลุ่มอายุ 25-34 ปี

เป็นช่วงอายุปานกลางระหว่างวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลายคน ผู้บริโภคช่วงอายุนี้ล้วนมี รายได้ตายตัว จึงมีงบประมาณเพียงพอต่อการไปเฉลิมฉลองเทศกาลในสถานที่ต่างๆ ทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมสินค้าลดลงถึง 19.9%

3. กลุ่มอายุ  35-44 ปี 

คือช่วงอายุที่ผู้คนมักมีบุตรหลานอยู่ในวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน ทำให้ต้องคอยจำกัดค่าใช้จ่าย กลุ่มผู้บริโภคช่วงอายุนี้ จึงมีจำนวนลดลงเพียง 12.9% เพราะส่วนใหญ่มักเลือกที่จะอยู่กับครอบครัว และดำเนินชีวิตประจำวันแบบเดิมมากกว่า

4. กลุ่มอายุ 45-54 ปี 

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวนลดน้อยลงที่สุด เพราะส่วนใหญ่มักใช้เวลาหมดไปกับการดูแลบุตรหลาน หรือญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยชรามากกว่า จึงมีจำนวนลดลงเพียง 7.5% เท่านั้น

5. กลุ่มอายุ 55-64 ปี

ถือเป็นช่วงอายุที่มีจำนวนลดลงมากที่สุด เพราะโดยทั่วไปบุตรหลานมักพาพวกท่านกลับต่างจังหวัด หรือออกไปพักผ่อนตากอากาศ และด้วยความคล่องตัวต่อการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีน้อยกว่าช่วงอายุอื่น ทำให้ช่วงเวลาหยุดยาวนี้บางคนอาจแทบไม่ได้จับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลยก็ได้ ผู้บริโภคช่วงอายุนี้จึงมีจำนวนลดลงถึง 21.7%


ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย

ข้อสรุป : ผลกระทบของ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ช่วง ปีใหม่ VS ปีใหม่ไทย (สงกรานต์) 

หากเปรียบเทียบจากเปอร์เซ็นจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง อาจกล่าวได้ว่า เทศกาลปีใหม่ส่งผลกระทบต่อ ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย มากกว่าเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) เพราะระยะเวลาของการเฉลิมฉลองมีเพียง 2 วันเท่านั้นคือวันสิ้นปีและวันปีใหม่หากคิดเป็นค่าเฉลี่ยจะมีจำนวนลดลงถึงวันละ 13.5%

ต่างจากวันปีใหม่ไทยที่มีวันหยุดยาว 5 วัน (12-16 เมษายน) แต่มียอดผู้ใช้บริการลดลงเพียง 14% คิดเป็นค่าเฉลี่ย 3% ต่อวัน นั่นอาจเป็นเพราะมีจำนวนผู้ที่ไม่ได้ออกไปสังสรรค์นอกบ้านมากกว่า และส่วนใหญ่ช่วงเทศกาลนี้ผู้คนจะหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านเพราะเกรงว่าจะโดนสาดน้ำ รวมไปถึงปัญหาการจราจรติดขัดและค่อนข้างเสี่ยงต่ออุบัติเหตุนั่นเอง


ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย

มาตรการรับมือที่ร้านค้าออนไลน์ควรเตรียมเอาไว้ 

เพราะวันหยุดยาว และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในไทยเกิดขึ้นทุกปี จึงไม่ใช่เรื่องยาก หากเหล่า ร้านค้าออนไลน์ จะเตรียมกลยุทธ์รับมือเอาไว้ เช่น

  • การขนส่ง 

ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อช่วงวันหยุดยาวเท่านั้น ยังส่งผลต่อช่วงเวลาก่อนและหลังเทศกาลอีกด้วย เพราะผู้บริโภคล้วนไม่อยากเสี่ยงให้สินค้าตกค้าง และต้องการได้รับสินค้าโดยเร็ววันทั้งนั้น หากผู้ประกอบการอยากให้ผู้บริโภคหมดกังวลกับเรื่องนี้ก็ต้องมีมาตรการรับมือ เช่น จ้างบริษัทเอกชน หรือจัดหน่วยงานพิเศษเพื่อให้สินค้าส่งถึงมือลูกค้าได้ตามกำหนด

  • จัดโปรโมชั่นก่อนเทศกาล 

อาจลากยาวไปจนจบเทศกาลเลยก็ได้ เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีทีเดียว เพราะสินค้าราคาประหยัด และโปรโมชั่นดีๆ ล้วนดึงดูดใจนักช้อปได้เสมอ ทำให้สามารถมองข้ามประเด็นสินค้าค้างส่งไปได้ สำหรับเทศกาลปีใหม่ที่นักช้อปมักออกไปเฉลิมฉลองนอกบ้าน ร้านค้าออนไลน์อาจจัดกิจกรรม Count Down Sale ตามเทรนด์ไปด้วย ทีนี้คงมีนักช้อปไม่น้อยที่หันกลับมานับถอยหลังข้ามปีที่บ้านพร้อมช้อปไปด้วยแน่นอน

นอกเหนือจากเทศกาลปีใหม่และปีใหม่ไทยแล้ว ยังมีอีกหลาย เหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย เช่น วันนักขัตฤกษ์ที่ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และเทศกาลออนไลน์เซลล์อย่าง 11.11 Sale และ 12.12 Sale เป็นต้น ดังนั้น เหล่าร้านค้าออนไลน์ควรมีมาตรการดีๆ ไว้คอยตั้งรับเพื่อจับลูกค้าให้อยู่หมัด


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon