เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! กสทช. เผย คนไทยโทรตรงน้อยลง เน้นคุยผ่านแอพฯ

posted: 2 months ago
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! กสทช. เผย คนไทยโทรตรงน้อยลง เน้นคุยผ่านแอพฯ

comments

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับ ปริมาณการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โทรศัพท์มือถือ ของคนไทยในไตรมาสแรก ของปี 61 ออกมา

จากข้อมูลพบว่า ในไตรมาส 1 ปี 2561 ประเทศไทยมีปริมาณการใช้งานโทรศัพท์ด้วยเสียงโดยตรง ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โทรตรงผ่านมือถือ) ลดลงจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 ถึง 13% โดยในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว มีปริมาณการใช้งานอยู่ที่ 8,900 ล้านนาที ในขณะที่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 มีปริมาณการใช้งานเพียง 7,700 ล้านนาที

แต่เมื่อดูในส่วนของ ปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โทรคุยผ่านแอพฯ) ในไตรมาส 1 ของปี 2561 พบว่า มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จาก 1,033,022 เทราไบต์ เป็น 1,208,046 เทราไบต์ ซึ่งคิดเป็น 16.95%

ทำให้สรุปได้ว่า คนไทยในปัจจุบัน มีพฤติกรรมการโทรคุยผ่านโทรศัพท์มือถือน้อยลง และหันไปใช้บริการจาก แอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Line, WhatsApp, Skype, Messenger, KakaoTalk ซึ่งเป็นการโทรผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น  เพราะสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย

คุยผ่านแอพฯ 1
(Cr.) www.matichon.co.th

นายฐากร ให้ความเห็นว่า

“ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้งานดาต้าผ่านโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย สวนทางกับการโทรหากันโดยตรงด้วยเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลง อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการโทรหากันผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่แทน เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน”


คุยผ่านแอพฯ 2

ทำไมคนสมัยนี้ ถึงชอบ “คอลผ่านแอพฯ” มากกว่า?

สำหรับคนที่เกิดและเคยใช้ชีวิตในยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือ สมาร์ทโฟน คงจะคุ้นชินกับการโทรคุยกันมากกว่าแชทหรือคอลผ่านแอพพลิเคชั่นอยู่แล้ว และไม่คิดว่ามันแปลกอะไร แต่สำหรับเหล่าวัยรุ่นยุค Millennials ที่เกิดมาพร้อมกับอินเตอร์เน็ตนั้น พวกเขามีความคิดที่ต่างไปค่ะ

LivePerson ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน ของประชาชนอเมริกันจำนวน 3,000 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18-65 ปี ซึ่งผลการสำรวจได้ระบุว่า

สำหรับคนที่มีอายุ 35-64 ปี แอพฯโทรศัพท์ที่ติดมากับเครื่องสมาร์ทโฟนนั้น ถูกใช้งานเป็นอันดับที่ 5 ซึ่งรองจากแอพลิเคชั่นสื่อสารอื่นๆ อย่าง Text message, E-mail, Facebook และ Facebook Messenger

แต่สำหรับคนที่มีอายุ 18-24 ปีนั้น แอพฯโทรศัพท์ ไม่ติดโผอยู่ในแอพฯที่คนนิยมใช้กันด้วยซ้ำ และเมื่อถามว่า ถ้าต้องเลือกว่า จะใช้แอพฯอะไรเพียงแอพฯเดียวในเครื่อง มีเพียง 14% เท่านั้น ที่เลือกเก็บแอพฯโทรศัพท์ไว้ นอกจากนั้น 35% บอกว่าจ ะเก็บแอพฯ Text ไว้, 17% เลือก Snapchat และ อีก 9% จะเก็บ Pokémon Go ไว้นั่นเอง

คุยผ่านแอพฯ 3

คนยุคใหม่มองว่า การโทรศัพท์คุยกันโดยตรงเป็นเรื่องเสียมารยาท

แนวคิดนี้น่าสนใจค่ะ เพราะ  Wall Street Journal เคยเขียนบทความไว้เมื่อปี 2013 ว่า คนยุคใหม่มองว่าการโทรศัพท์คุยกันโดยไม่ได้อีเมลล์บอกคู่สนทนาก่อนนั้น ถือเป็นการรบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นและเหมือนเป็นการแสดงว่าความต้องการของตัวเองนั้นสำคัญกว่าคนอื่นนั่นเอง

สาเหตุของปรากฏการณ์นี้ คงเพราะคนยุคใหม่นั้นเติบโตมากับโลกที่มีอินเตอร์เน็ตและ Instant Messaging เป็นเรื่องพื้นฐานในชีวิต แถมหลายๆครัวเรือนก็ไม่มีโทรศัพท์บ้านแบบเมื่อก่อนแล้วด้วย ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะชอบการสื่อสารที่รวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆมากกว่าการโทรคุยนั่นเอง


คุยผ่านแอพฯ 4

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป โลกของการสื่อสารจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ถ้าถามความเห็นของผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนเองมองว่า พฤติกรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปของคนปัจจุบัน อาจจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ข้อ 2 ใหญ่ๆ คือ

1.คนจะแชทกันมากกว่าโทรคุย

มันมีหลายสาเหตุมากๆว่าทำไมคนถึงชอบแชทหากันมากกว่าการโทรคุย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความสะดวกสบายในการสนทนา, ทำให้เราหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่ไม่ต้องการได้ หรือถ้าพิมพ์อะไรผิดไปก็สามารถลบหรือแก้ไขได้ เป็นต้น

ซึ่งเมื่อคนหันมาสนใจการแชทมากกว่าแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมา คือ มันจะต้องมีแอพฯแชทใหม่ๆเกิดขึ้นเรื่อยๆ และคนก็จะโทรหากันโดยตรงน้อยลงหรือไม่แน่ในอีกสัก 20 ปี การโทรหากันอาจจะกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดของสังคมไปเลยก็ได้

การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ มีทั้งข้อดีแล้วข้อเสียค่ะ โดยข้อดีของมันอาจจะเป็นการที่คนเราสามารถสื่อสารกันได้รวดเร็วและสะดวกมากกว่าเก่า แต่ข้อเสียก็คือ การสื่อสารผ่านตัวหนังสือ มันไม่สามารถบ่งบอกน้ำเสียง อารมณ์หรือความรู้สึกของผู้สนทนาได้ครบทั้งหมด และการพิมพ์ที่อาศัยคำสั้นๆ ตัวย่อเยอะๆแบบนี้ มันอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการพูดของเราเปลี่ยนไปด้วยค่ะ ดังนั้น มันอาจจะต้องมีความระมัดระวังในการคุยมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดนั่นเอง

คุยผ่านแอพฯ 5

2.คนจะเสียเงินซื้ออินเตอร์เน็ตมากขึ้น

อีกหนึ่งสาเหตุหลักๆที่คนหันมา คอลผ่านแอพฯมากกว่า โทรโดยตรง คือ ความประหยัดค่ะ เพราะ การโทรผ่านแอพฯ เราสามารถใช้ WI-FI ฟรีที่ไหนก็ได้ หรือถ้าบ้านของเราติดอินเตอร์เน็ตอยู่แล้วมันก็สามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องไปเสียเงินค่าโทรเพิ่ม ทำให้หลายๆคนมองว่ามันเสียเงินน้อยกว่า

เราจะเห็นได้ว่า อินเตอร์เน็ต คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้แอพฯมากกว่า ซึ่งในอนาคตผู้เขียนมองว่า โลกของเราคงจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ทำให้อินเตอร์เน็ตหรือกระทั่ง FREE WI-FI จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้กว้างขว้างขึ้นแน่นอน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีค่ะ

ส่วนข้อเสียของมัน คือไม่มีอะไรในโลกที่ฟรีอย่างแท้จริงค่ะ เพราะ FREE WI-FI มันมีแค่ในที่สาธารณะเท่านั้น ถ้ากลับมาที่บ้าน คุณก็ต้องซื้ออินเตอร์เน็ตติดไว้อยู่ดี และถ้าคุณอยากได้เน็ตที่ลื่น แรง ไม่สะดุด คุณก็จะต้องเสียเงินแพงขึ้นเพื่อซื้ออินเตอร์เน็ตดีๆด้วย

นอกจากนั้น ถ้าคุณอยากมีอินเตอร์เน็ตใช้ตลอดเวลา โทรศัพท์ ของคุณก็คงต้องใช้แบบที่มีแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตแถมมาด้วยจริงๆมั้ยคะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกโปรฯมือถือที่มีเน็ตเนี่ย มันแพงกว่าโปรฯที่เน้นโทรคุยอีกนะคะ

แล้วเมื่อความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตมันมากขึ้นอย่างนี้ ผู้เขียนขอเดาว่า ในอนาคตพวกแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต มันต้องมีราคาแพงกว่าตอนนี้อย่างแน่นอน ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว คนเราก็ต้องมานั่งเสียเงินซื้ออินเตอร์เน็ตกันมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ

ผู้เขียนคิดว่า การโทรคุยกันโดยตรงมันคงไม่ได้หายไปอย่างถาวรหรอกค่ะ เพียงแต่มันอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อโลกมันเดินมาทางนี้แล้ว เราก็คงต้องมารอดูกันว่า พวกผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหรือ เครื่อข่ายโทรศัพท์มือถือ ต่างๆเขาจะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรบ้าง และในอนาคตเราจะมีนวัตกรรมใหม่ๆอะไรให้แปลกใจกันอีก


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon