The NEET : มีความสามารถ แต่ไม่ประสงค์ทำงาน ! เทรนด์วัยรุ่นมาแรงสะท้านโลก

posted: 2 years ago
2,083 views
The NEET : มีความสามารถ แต่ไม่ประสงค์ทำงาน ! เทรนด์วัยรุ่นมาแรงสะท้านโลก

comments

หลังจากที่เราใช้เวลาเกือบ 20 ปีไปกับการร่ำเรียน แน่นอนว่าเมื่อสำเร็จการศึกษานำความภาคภูมิใจมาให้ตัวเองและครอบครัวแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ ‘การทำงาน’ แม้เด็กจบใหม่หลายคนจะค่อนข้างหวาดกลัวกับคำว่าชีวิตวัยทำงาน แต่ทุกคนก็ต้องก้าวไปสู่จุดนั้นอยู่ดี เย้ ! welcome to the club ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนแบบเต็มรูปแบบจ้า

the neet


แต่…ทราบหรือไม่ว่ายังมีวัยรุ่นและผู้ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถ แต่ไม่อยากทำงาน ไม่เข้าอบรม ไม่ทดลองฝึกงาน ไม่เรียนต่อ ไม่รับงานฟรีแลนซ์ ไม่เปิดธุรกิจที่บ้าน ไม่แม้แต่จะหางานหรือสมัครงาน ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ขออยู่บ้านเฉยๆ แบบสบายอารมณ์ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ อ่านหนังสือตามประสาคนไม่ประสงค์ทำงาน ! เฮ้ยมีคนแบบนี้จริงๆ นะแก เค้าถึงมีคำศัพท์มาเรียกวัยรุ่นสายพันธุ์เกียจคร้านนี้ว่า ‘The NEET’ (เดอะ นีท) หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างเนอะ ส่วนคนที่ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลยก็ไม่เป็นไร Rabbit Daily จะพาคุณมาทำความรู้จัก The NEET และผลกระทบในหลายๆ แง่มุมกัน ตามมาเล๊ย !


จุดกำเนิด The NEET

the NEET


NEET ย่อมาจากคำว่า Not in Education, Employment, or Training ซึ่งหมายถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ไปโรงเรียน ไม่ทำงาน ไม่ฝึกอบรมอะไรทั้งนั้น มีการใช้คำนี้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษเมื่อประมาณปี 1999 โดยเริ่มมาจากรายงานของ Social Exclusion Unit ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลอังกฤษที่มีการใช้คำว่า ‘Status  Zero’ ในการสื่อถึงผู้ที่ว่างงาน ไม่ประสงค์หางานทำ และไม่ต้องการกำหนดสถานะหรือบทบาทในสังคมของตัวเอง จนกระทั่งมีการใช้คำว่า NEET ซึ่งค่อนข้างให้ความหมายในเชิงลบ ก่อนจะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย สเปน แคนาดา รวมถึงสหรัฐและอีกหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งในแต่ละประเทศคนกลุ่ม NEET ก็จะอยู่ในช่วงอายุที่ต่างกันเล็กน้อย แต่หลักๆ แล้วจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่ว่างงาน ไม่ไปโรงเรียน ไม่ทำงาน ไม่หางาน ไม่ฝึกอบรมหรือฝึกฝนทักษะอะไร รวมถึงไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้านด้วย (พูดง่ายๆ คือไม่ทำอะไรเลย) สำหรับประเทศอังกฤษจะจำกัดในช่วงกลุ่มอายุระหว่าง 16-24 ปี รัฐบาลสกอตแลนด์กำหนดแค่ช่วงอายุ 16-19 ปี ส่วนที่ญี่ปุ่นจะอยู่ระหว่าง 15-34 ปี



The NEET แฝงตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน ?

teenagers


ญี่ปุ่น
เคยมีการประเมินจำนวน The NEET ในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายนปี 2002 มีประมาณ 480,000 คน และเพิ่มเป็น 520,000 คนในเดือนกันยายนปี 2003 (ภายในเวลา 1 ปีเพิ่มมากขึ้นถึง 40,000 คนแน่ะ!) แต่ทราบหรือไม่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเคยทำการสำรวจอัตราการว่างงานของประชากรเมื่อปี 2012 พบว่ามีจำนวน The NEET เพิ่มมากถึง 850,000 คน และร้อยละ 60% คือคนที่อยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี แน่นอนว่าสร้างความกังวลให้รัฐบาลญี่ปุ่นมาก เพราะ The NEET คือคนวัยที่ต้องทำงานทั้งนั้น และ The NEET เกินกว่าครึ่งเป็นเพศหญิง

ออสเตรเลีย
องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ระบุว่าคนหนุ่มสาวชาวออสซี่กว่า 580,000 คน ในช่วงอายุ 15-29 ปี ถูกจัดอยู่ในประเภท The NEET ซึ่งในจำนวนนี้มี 360,000 คนที่ยังไม่สามารถหางานที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ส่วนอีกกว่า 220,000 คนไม่ประสงค์จะทำงานใดๆ เลยจ้า นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าตกใจที่เดียว โดยเพศชายต้องการที่จะใช้เวลาชิลๆ เช่น ดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมส์ รวมทั้งนอนพักผ่อน (นอนเท่าไหร่ไม่เคยพอ)

แคนาดา
ทำการสำรวจเมื่อปี 2012 พบว่า The NEET of Canada ในช่วงอายุ 15-29 ปี มีจำนวนมากถึง 904,000 คน แต่ในจำนวนนี้นับคนที่กำลังมองหางานด้วย แต่ถ้าแยกเฉพาะคนที่ไม่ประสงค์ทำงานหรือหางานเลยก็จะอยู่ที่จำนวน 513,000 คน

ประเทศแถบละตินอเมริกา
แม้จะไม่มีจำนวน The NEET ที่แน่ชัดในกลุ่มประเทศแถบละตินอเมริกา แต่รัฐบาลก็ค่อนข้างกังวลเรื่องอัตราการว่างงานของประชากร เพราะหากวัยรุ่นไม่เรียนและไม่ทำงานกันมากขึ้น ก็อาจจะทำให้อัตราการลักลอบขนส่งยาเสพติดสูงเพิ่มขึ้น แน่นอนว่ารัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางที่จะชักชวนให้้คนหนุ่มสาวหันมาทำงาน แต่ในขณะเดียวกันวัยรุ่นละตินก็มีคำฮิตติดปากว่า ‘ni estudia, ni trabaja’ ซึ่งก็หมายถึงไม่เรียนและไม่ทำงาน แหม นี่ก็ใกล้เคียง The NEET นะ ไม่แปลกใจที่รัฐบาลเค้าร้อนๆ หนาวๆ ล่ะ

สหรัฐอเมริกา
นิตยสาร Time เคยตีพิมพ์เรื่องราวของชาว The NEET ว่าในช่วงต้นปี 2011 มีวัยรุ่นอเมริกันที่อายุต่ำกว่า 25 ปีเป็น The NEET ถึงร้อยละ 15 แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นกระแสหรือปัญหาที่น่ากังวลมากนัก เพราะวัยรุ่นอเมริกันนิยมทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง เพื่อจะได้ปาร์ตี้และออกเดินทางท่องเที่ยว



ทำไมวัยรุ่นถึงผันตัวมาเป็นสายพันธุ์ NEET กันมากขึ้น ?

เอาล่ะเราทำความรู้จักกับนิยามชาว NEET กันไปแล้ว งั้นลองมาสืบเสาะถึงสาเหตุกันสิว่า ทำไม๊ทำไมวัยรุ่นเหล่านี้ถึงผันตัวเองมาเป็นมนุษย์สายพันธุ์ขี้เกียจสะเทือนโลกขนาดนี้ เพื่อนๆคิดยังไงก็แบ่งปันกันได้นะ Rabbit Daily ขอหยิบยกมาให้อ่านสัก 3 สาเหตุละกันเนอะ !

  • ครอบครัวแสนรักอุ้มชู
Credit : www.forbes.com
Credit : www.forbes.com

หลายคนคงคุ้นเคยกับพระเอกในละครไทยใช่ไหม ส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มหล่อ พ่อรวย วันๆไม่ต้องทำงานทำการ แต่ก็มีเงินใช้ตลอด แถมยังมีเวลาเหลือเฟือไปตามง้องแง้งกับนางเอกอีก สำหรับเหตุผลที่ทำให้วัยรุ่นหลายคนเป็น The NEET ก็อาจเพราะมีครอบครัวที่พร้อมจะอุ้มชูตลอดเวลา บางครอบครัวที่ร่ำรวยหน่อยก็อยู่ดีกินดีไป แม้ไม่ต้องออกไปทำงานก็มีเงินพ่อแม่ให้ใช้แบบสุขสบายแบบไม่ต้องแคร์ป้าคนข้างบ้านถามว่า “ทำงานอะไรจ๊ะ เงินเดือนเท่าไหร่เหรอ ?” ส่วนบางครอบครัวแม้จะไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ก็มีพ่อแม่ที่รักลูก (แบบไม่ถูกทางหรือเปล่า?) ตามใจลูกๆ เต็มที่ “ยังไม่อยากทำงานใช่ไหมจ๊ะ ได้จ๊ะ พักผ่อนอยู่บ้านก่อนเนอะ เจองานที่ชอบก็ค่อยทำ”  แต่สำหรับครอบครัวที่ฐานะไม่ค่อยดีนัก ก็คงมีสัดส่วน The NEET แฝงตัวอยู่น้อยมาก เพราะถ้าหากไม่ทำงาน ก็คงไม่มีเงินมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัว


  • สวัสดิการรัฐดี๊ดี
Credit : www.salon.com
Credit : www.salon.com

สำหรับในต่างประเทศรัฐบาลค่อนข้างให้ความสำคัญกับสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จะมอบให้พลเมือง รวมถึงสวัสดิการพิเศษอื่นๆ เช่น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะให้สิทธิ์ประชาชนที่เสียภาษีและมีรายได้ต่ำไปรายงานตัวเพื่อรับเงินช่วยเหลือ  ซึ่งจะมาพร้อมกับสวัสดิการอาหาร อาจจะมีโปรแกรมช่วยเหลือด้านอาหารเสริมโภชนาการให้ด้วย หรือถ้าประชาชนตกงานก็จะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันแรงงาน บางครั้งก็จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านหรือไม่ก็จัดที่อยู่ให้ชั่วคราว และอาจได้บัตรขึ้นรถโดยสารฟรีอีกด้วย ซึ่งสวัสดิการรัฐก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นชาว NEET รู้สึกไม่เดือดร้อนมากนัก (สำหรับวัยรุ่นไทยที่คิดจะเข้าแก๊งค์สายพันธุ์ขี้เกียจก็ต้องคิดดีๆ นะ เพราะว่าสวัสดิการรัฐไทยมี ‘ประกันสังคม’ ที่จ่ายเงินชดเชยให้ในกรณีว่างงานเพียง 3 เดือน และในกรณีถูกเลิกจ้างอีก 6 เดือน และได้รับเงินในแต่ละครั้งจำนวนครึ่งเดียวของ 15,000 บาทนะจ๊ะ อุ๊บส์ !)


  • บุคลิกและนิสัยส่วนตัว
Credit : vidyanextlearn
Credit : vidyanextlearn

ต้องยอมรับว่ามีวัยรุ่นบางคนที่มีปัญหาในการเข้าสังคม ซึ่งมีผลมาจากบุคลิกและนิสัยส่วนตัว อาจจะเป็นคนชอบเก็บตัวมากๆ ไม่กล้าพบปะพูดจากับคนแปลกหน้า เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ทำให้ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมและเพื่อนฝูงเลย แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบเมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมที่ทำงาน ซึ่งสาเหตุนี้คิดว่าสามารถแก้ไขได้นะ โดยต้องเริ่มจากครอบครัวที่ต้องพูดคุย ทำความเข้าใจและเลี้ยงดูให้ลูกมีความเคารพและเชื่อมั่นในตัวเอง หากครอบครัวยังแก้ไม่ได้ ก็สามารถไปพบจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการปรับบุคลิกได้นะ อ้อ ! การไปพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่า ‘มีปัญหาทางจิต’ นะ ต้องทำความเข้าใจใหม่ด้วยล่ะ


ฝากไว้ให้ครุ่นคิด…แล้ว The NEET ในประเทศไทยล่ะ !

Credit : www.news.com.au
Credit : www.news.com.au

แม้กระแส The NEET ในประเทศไทยไม่ได้มาแรงเหมือนในต่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่มีชาว NEET นะ เพราะจากการสำรวจขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ indexmundi พบว่าตั้งแต่ปี 2009-2014 มีกลุ่มประชากรวัยรุ่นไทยช่วงอายุระหว่าง 15-24 ปี ที่ไม่เรียน ไม่ทำงาน ไม่ฝึกอบรม เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 13.35 แต่ทั้งนี้ในประเทศไทยเองไม่เคยมีการศึกษาสัดส่วน The NEET แบบจริงๆ จังๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสถิติการว่างงาน ซึ่งสถิติเหล่านี้ไม่สามารถบ่งชี้อย่างแน่นอนได้ สมมติวันนี้มีการสำรวจคุณตอบแบบสอบถามไปว่า ‘กำลังว่างงาน’ แต่พอวันรุ่งขึ้นคุณได้รับการติดต่อจากบริษัทแห่งหนึ่งให้เริ่มทำงาน ! (พี่คะ ขอแก้แบบสอบถามได้ไหมคะ)

Credit : www.hostelbookers.com
Credit : www.hostelbookers.com

หากถามว่า ประชากรในแต่ละประเทศผันตัวมาเป็น The NEET กันมากขึ้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ? แน่นอนว่ายิ่งมีสัดส่วน The NEET เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพราะคนกลุ่มวัยนี้คือกลุ่มวัยทำงานที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คนทำงานน้อยลงจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ? ขาดแคลนทรัพยากรบุคคลในการผลิต…ผลผลิตก็ต้องลดน้อยลงน่ะสิ ! และจะยิ่งเป็นการผลักภาระไปให้กลุ่มคนวัยทำงานตอนปลายและกลุ่มคนวัยชรา และถ้าหลายประเทศทั่วโลกมีแต่ชาว NEET ล่ะ โลกจะเป็นยังไง ?

สุดท้ายขอฝากไว้ให้ครุ่นคิดจ้า หากวัยรุ่นไทยคนไหนที่อินเลิฟกับความเป็น The NEET รู้สึกว่าไอยะ! ทำไมมันสุขสบายอย่างนี้ ตื่นเช้ามากินข้าว เดินเล่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ช้อปปิ้ง กลับมาอาบน้ำ นอน จบ ! ก็ต้องลองคิดไตร่ตรองดูให้ดีสักนิดนะจ้าว่ามันมีประโยชน์และมันให้คุณค่าอะไรกับเราบ้าง ก็อาจจะดีนะที่เราได้พักผ่อนบ้าง แต่ถ้าเผลอพักผ่อนนานไป รู้ตัวอีกทีเพื่อนๆ เค้าพัฒนาตัวเองกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว พ่อแม่ก็อายุเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เรามาทำอะไรให้พวกท่านภาคภูมิใจกันดีกว่าเนอะ !


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon