รู้ไว้ใช่ว่า โรคพิษสุนัขบ้าอันตรายอย่างไร

posted: 1 year ago
รู้ไว้ใช่ว่า โรคพิษสุนัขบ้าอันตรายอย่างไร

comments

วิกฤตการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า กำลังอยู่ในสถานะการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยล่าสุด ตั้งแต่ช่วงต้นปี 61 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมี ผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า แล้วถึง 6 รายด้วยกัน ซึ่งสาเหตุหลักๆมาจากการที่เจ้าของไม่ยอมนำสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปฉัดวัคซีนป้องกันโรคนั่นเอง

วันนี้ rabbit finance จะมาพูดถึงข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าว่า มันมีสาเหตุมาจากอะไรและสามารถป้องกันได้อย่างไรบ้างค่ะ


ทำความรู้จัก โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือ โรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสเรบี่ส์ ที่จะก่อตัวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสามารถแพร่มายังคนได้ผ่านการถูกสัตว์ที่ติดเชื้อ กัด ข่วน หรือมีการสัมผัสกับน้ำลาย ของสัตว์ที่ติดเชื้อผ่านผิวหนังที่มีแผล

โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดก็สามารถส่งผ่านเชื้อพิษสุนัขบ้ามาสู่คนได้ ไม่ว่าจะเป็น วัว ม้า แมว แกะ สุนัข รวมถึงสัตว์ป่าทั้งหลายด้วย

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้า ในช่วงแรกจะไม่แสดงอาการ โดยเชื้อไวรัสตัวนี้จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2-12 สัปดาห์ ซึ่งยิ่งเชื้ออยู่ใกล้สมองมากเท่าไหร่ ก็จะใช้ระยะเวลาฟักตัวน้อยลงเท่านั้น และผู้ป่วยอาจเสียชีวิตภายใน 1 ปี หากไม่ได้รับการฉัดวัคซีนป้องกันและรักษาได้ทันเวลา

โดยอาการเริ่มต้นของโรคจะคล้ายกับการเป็น ไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยอาจมีอาการ เหน็บชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง และรู้สึกแสบร้อนที่แผล ก่อนที่โรคจะพัฒนาไปสู่ขั้นที่รุนแรงขึ้น โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มอาการสมองอักเสบ

พบได้ประมาณ 80% ของผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า โดยผู้ป่วยจะมีอาการ

  • กลัวน้ำ ไม่สามารถกลืนน้ำลายได้
  • มีการเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ กล้ามเนื้อที่ใช้กลืน และกล้ามเนื้อหายใจ
    พูดไม่ชัด
  • สมองอักเสบ ทำให้เกิดประสาทหลอน มีอาการสับสน หวาดระแวง คุ้มคลั่ง กระสับกระส่าย และโคม่าได้
  • มีการหลั่งน้ำลายและเหงื่อมากกว่าปกติ

2. กลุ่มอาการแบบอัมพาต

พบในผู้ป่วยประมาณ 20 % โดยกล้ามเนื้อของผู้ป่วยค่อย ๆ อ่อนแรงลงและเป็นอัมพาต นำไปสู่อาการโคม่าและเสียชีวิตในที่สุด


โรคพิษสุนัขบ้า1

สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า มีอาการอย่างไร

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสัตว์ที่ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากว่า 341 ตัว ซึ่งเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่าเท่าตัว และผู้ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าส่วนใหญ่ เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ที่เป็นพาหะเป็นประจำ

โดยมากกว่าครึ่งของสัตว์ที่ตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ ซึ่งขัดกับความเชื่อที่ว่า สัตว์เร่ร่อนเป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า

สัตว์ที่พบว่าติดเชื้อมากที่สุด คือ

  • สุนัข (89.40%)
  • วัว (6.47%)
  • แมว (3.42%)

สภากาชาดไทย อธิบายอาการของสัตว์ที่ป่วยเป็น โรคพิษสุนัขบ้า ไว้ 2 แบบ 

1. แบบดุร้าย

สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการ หงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคน และสัตว์ตัวอื่น โดยจะแสดงอาการเช่นนี้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจะอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และเสียชีวิตในที่สุด

2. แบบเซื่องซึม

สังเกตได้ยากกว่าแบบแรก เพราะ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการเหมือนโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด หรือ โรคหัด โดยจะมีอาการลิ้นห้อย ปากอ้าหุบไม่ได้ ตัวแข็งเป็นอัมพาต บางตัวมีอาการชักและเสียชีวิตในที่สุด

ซึ่งหากไม่แน่ใจอาการ ควรจะนำ สัตว์เลี้ยง ไปพบสัตว์แพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันทันที และควรนำสัตว์เลี้ยงไป ฉีควัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นประจำทุกปีด้วยนะคะ


การรักษาและป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า

สาเหตุหลักๆของการเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากการที่เจ้าของไม่ยอมนำสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค และปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของตนออกมานอกบ้าน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่มันจะติดเชื้อและไปแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ด้วย

นอกจากนั้น มันยังเกิดจากการที่ คนส่วนใหญ่ไม่รีบเข้าไปรับการรักษา หลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว ซึ่งข้อสำคัญที่สุดของโรคพิษสุนัขบ้า คือ ผู้ติดเชื้อจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด และฉีดวัคซีนตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะ หากปล่อยให้ติดเชื้อจนถึงขั้นที่แสดงอาการผู้ป่วย มักจะเสียชีวิตเกือบ 100%

  • การฉีดวัคซีนล่วงหน้าดีกว่าฉีดหลังติดเชื้อ

การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าสามารถฉีดได้ทั้งแบบเข้ากล้ามเนื้อและฉีดเข้าผิวหนัง โดยหากเป็น การฉีดป้องกันล่วงหน้าจะฉีดเพียง 3 เข็ม คือ ฉีดในวันที่ 0 (วันที่เริ่มฉีดวัคซีน), วันที่ 7 (เข็มที่ 2) และวันที่ 21 หรือ 28 (เข็มที่ 3) และเมื่อถูกสุนัขกัด ก็จะฉีดกระตุ้นอีก 1-2 เข็มเท่านั้น

  • ถ้าผู้ป่วยโดนกัดแล้วมาฉีดวัคซีนทีหลัง จะต้องฉีดวัคซีนถึง 5 เข็ม

และในรายที่แผลมีเลือดออกอาจจะต้องฉีคเซรุ่มอิมมูโนโกลบูลิน รอบแผลเพิ่มด้วย ทำให้เจ็บปวดมากกว่าการฉีดวัคซีนทั่วไปอย่างมาก


วิธีการป้องกันเมื่อ ถูกสุนัขกัด

เมื่อเราถูกสุนัขหรือสัตว์ที่ติดเชื้อกัด เราสามารถป้องกันการแพร่เชื้อเบื้องต้นได้ดังนี้

1. ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด

ฟอกสบู่ 2-3 ครั้ง ถ้ามีเลือด ควรปล่อยให้ เลือดไหลออก อย่าบีบหรือเค้นแผล เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปส่วนอื่น

2. ใส่ยา

เช่น เบตาดีน ทิงเจอร์ไอโอดีน แอลกอฮอล์ 70% จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ อย่าใส่สิ่งอื่น เช่น เกลือ ยาฉุน ลงในแผล ไม่ควรเย็บแผล และไม่ควรใช้รองเท้าตบแผล เพราะอาจทำให้เชื้อกระจายไปรอบบริเวณเกิดแผลได้ง่าย และอาจมีเชื้อโรคอื่นเข้าไปด้วย ทำให้แผลอักเสบ

3. รีบพบแพทย์ทันที

เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและเซรุ่ม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจสายเกินไป

4. กักสัตว์ที่กัดไว้ดูอาการอย่างน้อย 15 วัน

โดยให้น้ำและอาหารตามปกติ อย่าฆ่าสัตว์ให้ตายทันที เว้นแต่สัตว์นั้นดุร้าย กัดคนหรือสัตว์อื่น และหากสุนัขตายให้นำซากมาตรวจหาเชื้อทันที โดยระวังอย่าสัมผัสกับสัตว์โดยตรง ให้ใส่ถุงมือและเสื้อผ้าที่รัดกุมป้องกันการติดเชื้อด้วย

อีกหนึ่ง วิธีป้องกันง่ายๆ คือ

เราไม่ควรไปยุ่งกับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของหรือสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นค่ะ เพราะ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสัตว์ตัวนั้นมีเชื้อพิษสุนัขบ้าอยู่หรือไม่ และหากได้รับเชื้อมา ไม่ว่าจะโดนกัด โดนข่วน หรือแม้แต่น้ำลายของสัตว์เข้าผิวหนัง ก็อย่ามัวชะล่าใจและให้ รีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ

ปัจจุบัน สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศ เขตควบคุมโรค “โรคพิษสุนัขบ้า” ชั่วคราว 30 วัน ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ

ได้แก่ สุรินทร์ ชลบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา น่าน บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เชียงราย ร้อยเอ็ด สงขลา ระยอง ตาก ศรีสะเกษ มหาสารคาม นครราชสีมา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ อำนาจเจริญ ยโสธร สมุทรสงคราม นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

ประกอบกับที่ตอนนี้เป็นหน้าร้อนเลยทำให้การควบคุมโรคมีความลำบากมากขึ้น rabbit finance ก็ขอให้ผู้อ่านทุกคนดูแลตัวเอง และรีบนำสัตว์เลี้ยงและตัวคุณเองไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon