เรื่องที่คุณต้องระวัง!! ก่อนเซ็นสัญญา “กู้ซื้อบ้าน”

posted: 4 months ago
เรื่องที่คุณต้องระวัง!! ก่อนเซ็นสัญญา “กู้ซื้อบ้าน”

comments

บ้าน ที่อยู่อาศัย ที่หลายๆ คน อยากมีเป็นของตัวเองนั้น ในปัจจุบัน มีแบบบ้านให้เลือกมากมาย เช่น บ้านจัดสรร บ้านทาวน์เฮ้าส์ ฯลฯ

หากคุณถูกใจ ก็แค่ตกลงเซ็นสัญญาซื้อบ้านจ่ายเงินกันไปตามระเบียบ ยินดีด้วยนะคะ บ้านในฝันเป็นจริงแล้วค่ะ ในกรณีนี้คือสำหรับคนที่มีเงินก้อนมากพอที่จะซื้อบ้านได้เท่านั้น

แต่สำหรับบางคน การเก็บเงินก้อนคงเป็นเรื่องยาก เมื่ออยากจะมีบ้านสักหลัง กู้ซื้อบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ และสำหรับใครที่กำลังจะกู้ซื้อบ้าน รู้ไหมคะว่า ก่อนที่จะเซ็นสัญญา คุณต้องระวังอะไรบ้าง


กู้ซื้อบ้าน

5 วิธีในการเตรียมตัวก่อน กู้ซื้อบ้าน

ณ เวลานี้การ สัญญากู้เงินซื้อบ้านคือช่องทางที่หลายคนมักเลือกใช้บริการ เพราะราคาบ้านในปัจจุบันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกบ้านเอ หรือซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปก็ตาม ดังนั้น ก่อนที่จะทำการกู้ซื้อบ้าน ผู้กู้ต้องเตรียมตัว ดังนี้

1. ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร หากคุณมีปัญหาเครดิตบูโรก็จะส่งผลให้ยื่นกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านก็ได้
2. สร้างวินัยทางการเงิน เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธนาคารที่คุณจะขอกู้ อีกทั้งควรมีบัตรเครดิตติดไว้สักใบ เพื่อเป็นการแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีวินัยในการผ่อนชำระหนี้
3. เงินออม การมีเงินสำรองอย่างน้อย 5 -15% ของราคาบ้าน เพื่อเอาไว้ซื้อของภายในบ้าน ก็เป็นการเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวคุณเองได้
4. บ้านต้องเหมาะสมกับรายได้ บ้านที่มีราคาเหมาะสมกับรายได้ของคุณ จะทำให้คุณไม่มีปัญหาทางการเงินเพิ่ม  เพราะก็ไม่รู้ว่าในเดือนใดเดือนหนึ่ง คุณอาจจะต้องการเงินฉุกเฉิน ถ้าคุณต้องจ่ายค่าบ้านในจำนวนเงินที่พอดีทุกเดือน แต่ไม่เหลือเงินเลย อาจทำให้คุณต้องนำเงินค่าบ้านมาใช้ก่อน ประวัติการชำระเงินคุณอาจจะเสียได้
5.  การศึกษาในเงื่อนไข ข้อตกลง รวมถึงเปรียบเทียบราคาดอกเบี้ยบ้านของแต่ละธนาคาร นี่คือเรื่องสำคัญมากเพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณเองนะคะ


กู้ซื้อบ้าน

เรื่องต้องระวัง ก่อนเซ็นสัญญา กู้ซื้อบ้าน

เรื่องที่ต้องระวังก่อนจะเซ็นสัญญากู้ซื้อบ้าน เนื่องจากการที่คุณได้ทำสัญญากูซื้อบ้าน กับธนาคาร ธนาคารจะให้คุณทำ ประกันชีวิตคุ้มครองหนี้สิน ไว้เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างน้อยคนในครอบครัวที่คุณรักก็จะได้ไม่ลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย หนี้สิน รวมถึงก็ยังมีบ้านให้อยู่ด้วย อีกทั้งดอกเบี้ยที่จ่ายก็จะถูกปรับลดลงไปด้วย

ประกันชีวิตที่คุณทำจะเป็นแบบจ่ายครั้งเดียว และคุ้มครองตลอดระยะเวลา ไม่ได้เป็นการจ่ายปีละครั้งแบบปกติทั่วไป ซึ่งธนาคารจะทำการให้คุณกู้เงินเท่ากับเบี้ยประกัน ในวงเงินกู้ด้วย นี่คือสิ่งสำคัญที่เราต้องตรวจสอบดู

สมมติว่า คุณต้องจ่ายเบี้ยประกัน 1 แสนบาท แต่ถ้าเอาไปรวมกับวงเงินกู้ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเสียดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็นในวงเงินกู้นั้นด้วย  ทั้งๆ ที่บางคนอาจจะมีเงินพอที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันโดยไม่มีปัญหาเลยก็ตาม ดังนั้น ก่อนที่จะเซ็นสัญญากู้ซื้อบ้าน คุณควรที่จะตรวจสอบสัญญาให้ดีก่อน


 

เทคนิคผ่อนบ้าน
ขอบคุณรูปภาพจาก planoprofile.com

3 เทคนิคผ่อนบ้านเพื่อคน กู้ซื้อบ้าน

1. โปะเพิ่มทุกเดือน

สำหรับการกู้ซื้อบ้านบางคนใช้เวลาผ่อนบ้านเป็นสิบๆ ปี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความท้อได้ ที่ต้องผ่อนเป็นระยะเวลานาน การโปะค่าบ้านเพิ่ม 1 เท่าทุกเดือนจะเป็นการช่วยย่นระยะเวลาในการผ่อนให้เร็วขึ้นกว่า 70% ทีเดียว

คุณต้องดูด้วยว่าบ้านที่คุณเลือกนั้น เหมาะสมกับสถานะการเงินของคุณหรือเปล่า  ไม่ควรเลือกบ้านที่ราคาสูงเกินจะผ่อนไหว แต่ถ้าไม่ทันแล้ว การหารายได้เพิ่ม คือสิ่งที่ควรทำเพื่อเป็นการสร้างรายได้เพิ่มมาโปะค่าบ้านค่ะ

2. รีบโปะ ช่วงดอกเบี้ยต่ำ

แน่นอนว่าบางครั้งคุณก็ไม่สามารถที่จะโปะค่าบ้านเพิ่มขึ้น 1 เท่าได้ทุกเดือน ดังนั้น ในช่วง 1 -3 ปีแรกสำหรับสัญญากู้ซื้อบ้าน จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารที่คุณกู้ซื้อบ้านด้วย ช่วงนี้จึงจะเป็นช่วงที่คุณจะสามารถรีบโปะค่าบ้านให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เงินต้นในการกู้ซื้อบ้านจะได้ลดลง

3. รีไฟแนนซ์บ้าน หรือขอปรับอัตราดอกเบี้ย

การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยให้คุณจ่ายดอกเบี้ยถูกขึ้น ซึ่งการทำรีไฟแนนซ์ก็คือ การที่ไปกู้เงินจากธนาคารอื่นที่จ่ายดอกเบี้ยถูกกว่ามาคืนธนาคารเดิมที่กู้ เมื่อคุณผ่อนกับโปรโมชั่นต่ำกับธนาคารเดิมที่กู้แล้วในปีที่ 4ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น

ดังนั้น การรีไฟแนนซ์แล้วพยายามโปะค่าบ้านในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำเหมือนเดิมก็จะสามารถช่วยให้คุณประหยัดมากขึ้น แต่ก็ต้องดูในเงื่อนไขการทำรีไฟแนนซ์ และเงื่อนไขในสัญญากู้ซื้อบ้านด้วย

จะเห็นได้ว่า การกู้เงินซื้อบ้านแม้จะเป็นอีกหนทางที่ทำให้คุณสามารถมีบ้านในฝันตามที่คุณต้องการ แต่นี่ก็เป็นการพิ่มภาระทางการเงินให้กับตัวคุณเอง

ดังนั้น คุณควรที่จะมีการจัดการในด้านการเงินอย่างครอบคลุม และมีระเบียบเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาให้ตัวเอง อีกทั้งเพิ่มการดูแลบ้านโดยการ ทำประกันบ้าน ด้วย ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิมค่ะ


avatar
by Nitchakarnp

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon
;