ฟันหลุดไม่ต้องกลัว ToothFairy มาแล้ว !

posted: 2 years ago
1,808 views
ฟันหลุดไม่ต้องกลัว ToothFairy มาแล้ว !

comments

feature

เชื่อว่าหลายคน เมื่อครั้งเป็นเด็ก คงจะมีความเชื่อที่หลากหลาย เกี่ยวกับฟันน้ำนมในครั้งแรกที่หลุดแน่นอน  ว่าแต่ว่า ทุกคนรู้จักนางฟ้าน้ำนมรึเปล่าเอ่ย ?

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: สูบบุหรี่มากอาจทำให้ “ฟันหลุด”, จัดฟันเพื่อหน้าเรียว เพรียวได้จริงหรือ? 

Viriyah Insurance

2

1. เรื่องเล่า ของนางฟ้าฟันน้ำนม

พ่อแม่มักจะบอกเด็กๆ ไว้ หากเราน้ำฟันที่หลุดไปไว้ใต้หมอน แล้วเดี๋ยว ToothFairy หรือ นางฟ้าฟันน้ำนม จะมาเอาฟันเราไปเก็บรักษาให้ และนางฟ้าที่ว่า ก็จะทิ้งเงินค่าฟันไว้ให้ใต้หมอน

เมื่อเวลาที่เด็กตื่นขึ้นมา ก็จะดีใจว่า “นางฟ้าทิ้งเงินไว้ให้ฉันด้วย” เด็กๆ ก็จะไม่กลัวฟันหลุดอีกต่อไป เผลอๆ จะตั้งตารอเวลาที่ฟันจะหลุดอีกครั้งหนึ่งด้วย เด็กบางคนอาจจะหวังเฝ้ารอได้เงินจากนางฟ้า หรือบางคน ก็อยากจะมีโอกาสเจอนางฟ้าจริงๆ สักครั้ง

ว่าแต่นางฟ้าน้ำนมนั้นคือใคร? คำตอบก็ง่ายนิดเดียว และหลายๆ คนคงคาดเดาได้  นางฟ้าฟันน้ำนม ก็คือ พ่อแม่ผู้เล่าเรื่องนั้นเอง บางคนอาจจะเล่นใหญ่ รัชดาลัยเธียเตอร์หน่อย ก็จะเอาผงกากเพชรสีเงิน หรือสีทอง โปรยไว้รอยๆ พื้นห้องเด็กๆ เพื่อความสมจริงอีกด้วย !!

 

150223_FF_ToothFairy

2. ต้นตอเรื่องเล่า

Tooth Fairy หรือ นางฟ้าน้ำนม นั้น มีต้นตอมาจากชาวตะวันตก ที่สร้างเรื่องเล่าเพื่อปลอบใจเหล่าเด็กๆ ทีอายุระหว่าง 5-7 ขวบ ซึ่งอยู่ในช่วงฟันน้ำนมเริ่มโยก ไม่ให้ร้องไห้เวลาที่ฟ้นหลุด และสืบเนื่องมาในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สแกนดิเนเวีย เป็นต้น

ในอดีต พ่อแม่จะนำฟันน้ำนมเด็กไปฝังดิน โดยเฉพาะฟันซี่ที่ 6 เป็นธรรมเนียมที่พ่อแม่จะวางเงิน หรือของขวัญไว้ใต้หมอนเพื่อเป็นของแลกเปลี่ยน รวมถึง ประเพณีของชาวไวกิงเอง ก็ได้กล่าวไว้ว่า จะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียม เมื่อฟันน้ำนมซี่แรกหลุด และนี่เอง ที่ทำให้เกิดเป็นที่มาของเรื่องเล่านางฟ้าฟันน้ำนมขึ้น

เคยมีคนไปสำรวจความเห็นของผู้คนว่า ภาพของนางฟ้าฟันน้ำนมในจินตนาการของพวกเขาเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าเป็นนางฟ้าผู้หญิงตัวเล็กกระจิ๋วหลิว มีปีกคล้าย Tingle bell ในเรื่องปีเตอร์แพน ถือไม้คฑาอันเล็ก แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากนักจินตนาการภาพของ ToothFairy ว่าเป็นเทวดาผู้ชาย

และในที่สุด เรื่องเล่านี้ก็ได้กลายเป็นประเพณีที่แพร่หลายไปทั่วโลก เหมือนเรี่อง ซานตาคลอสใจดีผู้อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ

 

Bangkok Insurance

 

3. ทำไมต้องสร้างเรื่องมาหลอกเพื่อปลอบใจเด็กๆ

เหตุผลสำคัญในเรื่องนิ้ คือ จิตวิทยาเด็ก และทำให้เด็กเกิดความสบายใจ เพราะเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เด็กอาจรู้สึกว่าเป็นความสูญเสีย ก็อาจมีผลกระทบต่อจิตใจที่เปราะบางได้ง่ายๆ

นอกเหนือจากความเจ็บปวดยามที่ฟันน้ำนมแรกหลุด สิ่งที่เด็กมักจะกังวลใจต่อมา ก็คือ ฟันที่หลอ ทำให้ไม่หล่อหรือสวยอย่างที่เคยเป็น  ยิ่งถ้าถูกล้อ เด็กๆ ก็ยิ่งจะเสียกำลังใจ เสียบุคลิก บางคนกระทบกระเทือนใจมากจนถึงกับปฏิเสธไม่ยอมไปโรงเรียน หรือออกจากบ้านเลยก็มี

ดังนั้น ผู้ใหญ่ในสมัยโบราณจึงคิดค้นหลักคิดและความเชื่อนี้ขึ้นเพื่อปลอบขวัญ และสร้างกำลังใจให้กับลูกหลาน นับว่าเป็นนวัตกรรมทางสังคม และวัฒนธรรมที่มาก่อนวิชาการพัฒนาการด้านจิตวิทยาเด็กจะเกิดขึ้นเสียอีก

 

4. นางฟ้าฟันน้ำนม ในรูปแบบของสื่อ

ในปัจจุบัน เมื่อโลกพัฒนาไปไกล รูปแบบของนางฟ้าฟันน้ำนมที่เคยเกิดจากปากต่อปาก จึงได้แปรเปลี่ยน ปรากฏสภาพในสื่อหลายๆ ชนิด และที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ สื่อภาพยนตร์สำหรับเหล่าเด็กๆ  (ก็แน่ละ เพราะมันเป็นเรื่องเล่าเพื่อเด็กนี่นะ! )  และนี่ คือเหล่านางฟ้าฟันน้ำนมที่คุณไม่ควรพลาด

 

4.1 Rise of the Guardians

  • ToothFairy จาก Rise of the guardians

เทพผู้พิทักษ์ฟันน้ำนมของเด็กๆ เธอเป็นเทพที่ร่าเริง สดใส และในหนังเรื่องนี้ เธอเป็นถึง 1 ใน 5 เทพผู้พิทักษ์ ที่คอยปกป้องเด็กๆ จากความกลัว รวมถึงทำให้เด็กๆ เชื่อ ในปาฏิหารย์ที่มีจริง !

 

4.2 Tooth Fairy

  • ดีเร็ค ธอมป์สัน จาก ToothFairy เทพพิทักษ์ฟันน้ำนม

ดีเร็ค ธอมป์สัน  (ดเวย์น จอห์นสัน) เจ้าของสมญา เทพพิทักษ์ฟันน้ำนม  นักกีฬาฮอคกี้ร่างใหญ่ตัวหลักของทีม เขาได้ชื่อเล่นนี้มาจาก นิสัยขยันเลาะฟันคู่ต่อสู้ในระหว่างการแข่งขัน เมื่อดีเร็คพูดจาทำลายความฝันของเด็กหนุ่มน้อยคนหนึ่ง เขาจึงถูกสวรรค์ตัดสินลงโทษให้ทำงานหนัก 1 สัปดาห์ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ เทพพิทักษ์ฟันน้ำนมตัวจริง เรื่องฮาๆ จึงบังเกิดขึ้น !

 

ทุกเรื่องเล่า ล้วนมีที่มาที่แสนหวาน  แล้วคุณละ ? สมัยเด็กทำยังไงกับฟันน้ำนมของตัวบ้าง ?


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon