สงครามการค้า ส่อเค้าทวีความรุนแรง ขัดแย้งสู่นานาชาติ

posted: 1 month ago
1,053 views
สงครามการค้า ส่อเค้าทวีความรุนแรง ขัดแย้งสู่นานาชาติ

comments

โหมกระพือขึ้นอีกระรอกและดูเหมือนจะขยายไปวงกว้างมากขึ้นอย่างไม่มีที่สุดจาก ปัญหา สงครามการค้า ที่สหรัฐอเมริกาประกาศขู่จะขึ้นภาษีสินค้าจากจีน เพิ่มเติม 6,031 รายการ ในอัตรา 10% ซึ่งมีรายการสินค้าอาหารทะเลรวม อยู่ 367 รายการ อาจพิจารณาเพิ่มอัตราภาษีเป็น 25% โดยมีกำหนดประชาพิจารณ์วันที่ 20 – 23 ส.ค. 61 นี้

หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าอาหารทะเลจากจีน แน่นอนว่าการส่งออกอาหารทะเลจากจีน ต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไปแบบเต็มๆ แต่ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว เพราะตอนนี้หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ ทำให้ต้องออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯบ้าง

สงครามการค้าระอุ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ทั่วโลกเดินหน้าชนสหรัฐอเมริกา

สงครามการค้า
ขอบคุณภาพ www.biztempnews.com
  • จีนชนสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีเพิ่ม

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการปฏิบัติที่ไม่มีเหตุผลมาก จีนจึงได้ประกาศให้เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพิ่มเป็นเงิน 110,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับการนำเข้าจากสหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งจีนได้เพิ่ม ปลาป่น เศษไม้ กระดาษ เศษกระดาษ จักรยานและรถยนต์ หลายประเภท เข้าไปในรายการสินค้าที่จะเก็บภาษีเพื่อชดเชยที่ไม่ได้เก็บภาษีน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ

โดยก่อนหน้านี้จีนเสนอเก็บภาษีเพิ่มต่อสินค้าสหรัฐฯ อีก 60,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ทรัมป์เพิ่มอัตราภาษีจาก 10% เป็น 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีน 200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 23 สิงหาคม นี้ เพื่อปรับบัญชีสินค้าใหม่ และเปลี่ยนแปลงโปรแกรมในกรมศุลกากรสหรัฐฯ เพื่อเริ่มเก็บภาษี

  • ตุรกีโต้สหรัฐฯบอยคอตไอโฟน

สงครามการค้า

ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี เพื่อประท้วงมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐฯ จึงออกประกาศถึงผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ และประชากรกว่า 80 ล้านคนของตุรกี ให้หยุดซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติอเมริกัน โดยแนะนำให้ชาวตุรกีหันไปซื้อซัมซุง หรือสมาร์ทโฟนที่เป็นของบริษัทตุรกีแทน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อตุรกี ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตค่าเงินลีร่าของตุรกีอ่อนตัวลงอยู่ที่ 6.5 ลีร่าต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งล่าสุด จากสาเหตุที่ตุรกีไม่ยอมส่งตัวบาทหลวงแอนดรูว์ บรันสัน ซึ่งเป็นชาวอเมริกันคืนให้สหรัฐฯ

โดยบาทหลวงแอนดรูว์ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 59 หลังเกิดความพยายามก่อรัฐประหารโค่นล้มอำนาจรัฐบาลตุรกี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่สหรัฐฯ มีมาตรการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมต่อตุรกีขึ้นอีก รวมทั้งคว่ำบาตรรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมของตุรกีด้วย


  • แคนาดา – เม็กซิโก แก้เผ็ดเก็บภาษี 25%

สงครามการค้า

แคนนา ตอบโต้สหรัฐอเมริกาด้วยการเรียกเก็บภาษีสูง 25% จากรายการสินค้าประเภทเหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม 10% ตลอดจนเรียกเก็บภาษีสูงจากน้ำหวาน น้ำผลไม้ เหล้าวิสกี้ น้ำส้ม ฯลฯ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 12,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เม็กซิโก ก็เก็บภาษีศุลกากร 25% จากสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เช่นกัน โดยมีรายการสินค้าอย่าง แอปเปิ้ล เนื้อหมู เนย ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม

  • อินเดียเพิ่มภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 70%

สงครามการค้า

อินเดีย ระบุว่าการที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขึ้นภาษีศุลกากรเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมนั้น เป็นการละเมิดกฎกติกาทางการค้าทั่วโลก อีกทั้งได้เป็นผลร้ายต่อการส่งออกสินค้าของอินเดีย จึงโต้ตอบสหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรประเภทสินค้าเกษตรหลายรายการ เช่น แอปเปิ้ล วอลนัท และอัลมอนด์ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ขึ้นเป็น 70%

IMF ออกเตือนสงครามการค้าเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

สงครามการค้า

กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้ออกมาเตือนว่า สงครามการค้าเป็นปัจจัยเสี่ยง ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 2 มหาอำนาจเท่านั้น แต่ส่งผล ลุกลามไปทั้งโลกเป็นลูกโซ่เชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวได้ขยายวงกว้างไปสู่คู่ค้าสำคัญทั้งสหภาพยุโรป เม็กซิโก แคนาดา ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็ได้ออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน โดยปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก

สงครามการค้ากดดันน้ำมันโลก

สงครามการค้า

สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตและความต้องการใช้น้ำมันของโลก ล่าสุดสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ได้เปิดเผยว่า ปริมาณการค้าโลกได้เติบโตสูงสุดในเดือน ม.ค. 61 ที่ร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาของปีก่อนหน้า แต่ได้ปรับตัวลดลงเหลือระดับร้อยละ 3 ในช่วงเดือน พ.ค. 61 ที่ผ่านมา
โดยนักลงทุนยังคงจับตาดูผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มมีผลในเดือน พ.ย. 61 นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลทำให้การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านลดลงสูงสุดประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 62

ไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สงครามการค้าส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่ม

สงครามการค้า
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยถึงการศึกษาผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า ในกลุ่มสินค้าเกษตรว่า จากการวิเคราะห์พบไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนสินค้าของสหรัฐฯ เช่น ข้าว ผลไม้สดและแห้ง โดยเฉพาะพวกส้ม และสินค้ากากที่เหลือจากการผลิตแป้ง เป็นสินค้าที่มีโอกาสทำตลาดมากที่สุดในกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด

โดยในปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าเป็นมูลค่า 66 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยมีการส่งออกประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งออกไปสปป.ลาวเกือบทั้งหมด จึงน่าจะสามารถกระจายสินค้าไปตลาดจีนได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผลจากการที่จีนขึ้นภาษีผลไม้ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เช่น เชอร์รี่ ส้ม องุ่น แอปเปิ้ล และพลัม ทำให้ผลไม้จากสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้น ผู้บริโภคจีนอาจหันมาเลือกบริโภคผลไม้ชนิดอื่นที่มีราคาถูกกว่า จึงเป็นโอกาสของผลไม้ไทยที่จะส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น เช่น มังคุด มะม่วง และสับปะรด

ปลายเดือน ส.ค.นี้ เรามาจับตาดูกันอีกทีนะคะว่า ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อมานานแสนนานจะมีการเจรจากันไปในทิศทางไหน เพราะตอนนี้อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ สหรัฐฯ ฟาดงวงฟาดงาเปิดศึกไปทั่วโลกแล้ว ถ้าปลายเดือนนี้มีการพูดคุยเป็นที่น่าพอใจต่อทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกกลับมาดีขึ้นได้


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon