เที่ยวต่างประเทศ กดเงินสดหรือรูดบัตรดีนะ ??

posted: 1 year ago
เที่ยวต่างประเทศ กดเงินสดหรือรูดบัตรดีนะ ??

comments

สมัยนี้การไปเที่ยวต่างประเทศคงเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะด้วยการเดินทางที่รวดเร็วทันสมัย ง่ายดายกว่าเมื่อก่อนมาก การไปเปิดประสบการณ์ต่างประเทศจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับใครหลายๆ คน ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเป็น ประวัติศาสตร์บ้านเมือง อาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม หรือรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็ดูจะเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

แต่การไปใช้ชีวิตต่างแดน แน่นอนว่าในเรื่องของค่าใช้จ่ายอาจจะสูง-ต่ำแตกต่างกันไป ซึ่งบางคนก็ใช้จ่ายเป็นเงินสด บางส่วนก็จ่ายด้วยบัตรเครดิต รูดปื๊ดๆ แล้วจ่ายแบบไหนที่มันดีกว่ากันล่ะ บทความนี้มีคำตอบมาให้ค่ะ


ถอนเงินสดจาก ATM หรือรูดบัตรเครดิตดี

สำหรับการจ่ายเงินในประเทศต่างๆ ก็คงไม่แตกต่างจากในประเทศเราหรอกค่ะ แหล่งช้อปปิ้ง ห้างร้าน หรือร้านอาหารใหญ่ๆ ก็มักจะรับทั้งเงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต แต่บางแห่งอาจจะมีการเลือกรับบัตรเครดิตแค่ในเครือ VISA เท่านั้น ดังนั้น ก่อนที่จะทำการชำระเงินในที่เที่ยวต่างประเทศก็ควรสอบถามกับพนักงานให้ดีเสียก่อน

 

เที่ยวต่างประเทศ
ขอบคุณภาพจาก checkkorn.com

บัตรเครดิต บัตรเดบิต รูดสบาย จ่ายสะดวก

แน่นอนว่าไปเที่ยวไปช้อปต่างแดน ใครเขาจะมามัวนั่งนับเศษเหรียญเพื่อจ่ายของกัน ยื่นไปสิคะ บัตรเดียวอยู่ สะดวกถามสบายไม่ต้องพกเงินให้ยุ่งยาก

สำหรับการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ จะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารถูกเรียกเก็บจากบริษัท VISA, MasterCard หรืออื่น ๆ ตามวันที่ร้านค้าส่งรายการใช้จ่ายผ่านบัตรมาเรียกเก็บ

โดยอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว ได้รวมค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน อีกร้อยละ 2.5 หรือร้อยละ  2.0 จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ VISA, MasterCard หรืออื่น ๆ ประกาศ ณ วันนั้นและในส่วนของค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็จะขึ้นอยู่กับบริษัทที่ออกบัตรเองว่ามีนโยบายอย่างไร


เที่ยวต่างประเทศ

อยากได้เงินสด ก็กดเอทีเอ็ม

แม้บัตรเครดิต บัตรเดบิต จะสะดวกสบายต่อการใช้จ่ายแค่ไหน แต่ร้านค้าบางร้าน การเดินทางบางอย่างก็ยังจะต้องใช้เงินสดอยู่ดี ซึ่งเราก็ต้องหาตู้เอทีเอ็มกดเงินสด สิ่งหนึ่งที่ควรดูในการเลือกตู้เอทีเอ็มต่างประเทศคือ

  • ตรวจสอบสัญลักษณ์ที่เหมือนกันบนหลังบัตร ATM กับตู้ ATM

เช่น ธนาคารบางแห่งในประเทศไทยออกบัตรเดบิตที่เราสามารถไปกดเงินจากตู้ ATM ใด ๆ ในโลกก็ได้ที่มีเครื่องหมาย Cirrus ซึ่งค่าธรรมเนียมในการถอนเงินมักจะอยู่ที่  100-120 บาท (ยกตัวอย่าง เกาหลีใต้ ค่าถอนเงินก็อยู่ที่ 100 บาทค่ะ) 

การใช้บัตรเดบิตกดเงิน จึงน่าจะเหมาะกับคนที่ไม่อยากเผลอใช้เงินจนเกินงบในบัญชี และเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับการเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิตแพงๆ เมื่อไม่สามารถชำระเงินได้หมดในงวดนั้น

  • ติดต่อธนาคารก่อนท่องต่างแดน 

สำหรับใครเคยกดเงินจากต่างประเทศ อาจมีประสบการณ์ไม่สามารถกดเงินได้ เพราะแน่นอนว่าธนาคารก็ต้องมีมาตรการการป้องกันความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้า ถ้าจู่ๆ เกิดการกดเงินที่ต่างประเทศขึ้นมา ธนาคารอาจเข้าใจได้ว่า กำลังมีการโจรกรรมทางการเงินของลูกค้าก็เป็นได้  ดังนั้น ทางที่ดีควรมีการติดต่อแจ้งกับธนาคารไว้ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายนะคะ

 

 

  • แลกเงินจากไทยไปเผื่อกรณีฉุกเฉิน

แน่นอนว่าการไปต่างประเทศอะไรก็เกิดขึ้นได้  เผื่อเป็นการไม่ประมาท ควรแลกเงินจากประเทศไทยติดตัวไปบ้าง เผื่อกรณีต้องใช้เงินแล้วยังหาตู้กดเอทีเอ็มไม่ได้ หรือ ไม่สามารถใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิตจ่ายได้


 

เที่ยวต่างประเทศ
ขอบคุณรูปภาพจาก nowamhere.com

คนไทยนิยมใช้เงินสดเที่ยวต่างประเทศสูงขึ้น

จากผลสำรวจ UnionPay Smart Traveler Survey ของ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่าคนไทยในปัจจุบันที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงครึ่งหลังของปี 2560 พบว่า

  • 52%  ของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ใช้เงินสดเป็นหลัก

ซึ่งผู้ที่ใช้เงินสดส่วนใหญ่ใช้จ่ายไปกับ ค่าอาหารเครื่องดื่ม ที่พักอาศัย และการเดินทาง

  • 35% พึงพอใจชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

ส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตใช้ไปกับ ตั๋วเครื่องบิน และ การช้อปปิ้ง

  • 6% พึงพอใจจะใช้บัตรเดบิต

ในส่วนของบัตรเดบิตที่ใช้ในเรื่อง ค่าอาหารเครื่องดื่ม ที่พักอาศัย การเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน และการช้อปปิ้ง อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ใกล้เคียงกัน

จะเห็นได้ว่าคนไทยเป็นนักท่องเที่ยวที่มีความเข้าใจและชาญฉลาดในการใช้จ่าย โดยคนส่วนใหญ่รู้วิธีการใช้งานของบัตรเครดิตเพื่อสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะสำหรับการซื้อตั๋วเครื่องบิน และการช้อปปิ้ง ในขณะที่เงินสดเหมาะสำหรับการซื้อสินค้าอื่นๆ มากกว่า 


ทุกการเดินทาง ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ ช่องทางการจ่ายเงินก็จะคล้ายๆ กัน อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตหรือกดเอทีเอ็มจ่ายเงินสด ก็มีข้อดีขอเสียในการจ่ายแตกต่างกันไปอยู่ที่ว่าผู้ใช้มีลักษณะการใช้เงินแบบไหน และเหมาะสมที่จะใช้แบบไหนมากกว่า

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon