Trigger Fund น่าสนใจจริงหรือไม่ มาดูกัน!

posted: 1 year ago
Trigger Fund น่าสนใจจริงหรือไม่ มาดูกัน!

comments

“กองทุนรวม” ยังเป็นการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากๆ เพราะช่วยแก้ปัญหาให้กับนักลงทุนมือใหม่ได้อย่างดีเช่น มีมืออาชีพคอยดูแลเงินของเราให้หรือแหล่งการลงทุนบางอย่างรายย่อยแบบเราๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้ เราก็สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมได้

ช่วงปี 2556-2557 นักลงทุนอาจจะคุ้นชื่อกองทุนรวมแบบใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเสนอขายให้กับประชาชนก็คือ “Trigger Fund” เป็นกองทุนที่ตั้งเป้าหมายเรื่อง “ผลตอบแทน” ไว้อย่างชัดเจน แล้วเมื่อทำกำไรตามเป้าก็จะปิดกองทุนทั้งทีและนำเงินแจกจ่ายคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดไว้แล้วก็ขึ้นอยู่กับนโยบายกองทุนว่า จะนำเงินคืนเลยหรือว่าลงทุนต่อไปก่อนก็สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น ตั้งเป้า 8% ใน 4 เดือนหรือ 6% ใน 6 เดือนเป็นต้น

happy woman pumping fists celebrates success under money rain

Trigger Fund เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนไทยมากๆ เพราะว่าสามารถทำ “กำไร” ได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นแล้วพอช่วงแรก Trigger Fund ทำผลประกอบการได้ค่อนข้างดีทำให้กระแสตอบรับดีมาก ทำให้ บลจ. ทยอยออกกองมาเรื่อยๆ เพราะว่า ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจะสูงกว่ากองทุนทั่วไปเพราะเป็นการดำเนินนโยบายแบบ “Super Active” พยายามทำกำไรให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่อย่าลืมว่าผลตอบแทนที่เราได้รับจะเป็นผลตอบแทนสุทธิหลังจากหลักค่าธรรมเนียมแล้วเท่านั้น ถ้าค่าธรรมเนียมยิ่งสูงแปลว่า “ผลตอบแทนสุทธิ” ก็จะยิ่งน้อยลง ถ้า Trigger Fund ตั้งเป้าไว้ที่ 8% สุทธิอาจจะได้ประมาณ 5-6% เท่านั้น



ส่วนตัวเลยคิดว่า Trigger Fund เป็นกองทุนที่ “จำกัดกำไร” แต่ “ไม่จำกัดขาดทุน” ลองคิดดูว่าถ้าตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นจริงๆ แล้วกองทุนถึงเป้าหมายเร็ว กองทุนก็จะปิดทัน แล้วถ้าตลาดหุ้นวิ่งต่อล่ะแปลว่าเราจะเสียโอกาส แต่ในทางกลับกันตลาดเป็นขาลงแล้วเกิดติดหุ้นขึ้นมา แน่นอนว่าเราจะติดดอยอย่างแน่นอน เพราะ Trigger Fund เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีนโยบายสนับสนุนในผู้บริการกองทุนลงทุนเสี่ยงมากขึ้นโดยไม่จำเป็นและ บลจ. ก็ไม่ได้มารับผิดชอบขาดทุนกับตัวผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน เพราะต้องทำให้กำไรเร็วที่สุดในระยะเวลาอันสั้น จะทำให้บลจ.มีชื่อเสี่ยงและเงินลงทุนก็จะไหลมาให้ดูแลมากขึ้น ก็หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เก็บได้มากขึ้น

ส่วนตัวเลยคิดว่าการลงทุนใน Trigger Fund ไม่น่าสนใจและไม่แนะนำให้ลงทุนสักเท่าไหร่ เพราะในปี 2558 Trigger Fund ที่ลงทุนในหุ้นไทยที่ออกมาจำนวน 23 กองทุนแต่กองทุนที่ทำได้ตามเป้าเท่ากับ “0 กอง”เพราะปีที่แล้ว เป็นปีที่หุ้นไทยเป็นขาลง แต่ว่า Trigger Fund จะเหมาะกับตลาดขาขึ้นมากกว่า (ขนาดตลาดขาขึ้นก็ยังมีบางกองที่ไม่เข้าเป้าเช่นกัน)

Chart of Business Decrease With an Arrow Falling Down. Concept of Crisis With Paper Scrapbooking



แล้วถ้ามอง Trigger Fund ที่ไปลงทุนในต่างประเทศปีที่แล้วมีทั้งหมด 47 กอง เข้าเป้าเพียง 14 กองทุนเท่านั้น เรียกได้ว่ายังไม่ถึง 30% ของทั้งหมดเลยด้วยซ้ำไป แต่อย่าง Trigger Fund ที่นำเงินไปลงทุนในน้ำมันก็เข้าเป้า 5 กองจาก 7 กอง ก็เพราะว่าน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้ว่าขนาดปีที่แล้วน้ำมันเป็นขาขึ้นก็ยังมีกองที่ไม่เข้าเป้าให้เห็นกัน

เพราะอย่าลืมว่าการลงทุนทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเราเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสียก็จะทำให้เราบริหารความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างดี แต่ถ้าเราต้องการจะลงทุนจริงๆ แนะนำว่าต้องเป็นเงินที่เย็นจริงๆ เพราะ Trigger Fund ถือว่าเป็นกองทุนที่เสี่ยงสูงอยู่พอสมควรถ้าเงินก้อนนี้หายไปทั้งหมดต้องไม่กระทบกับพอร์ตโดนรวม และคนที่จะลงทุนใน Trigger Fund อย่างน้อยก็ควรจะดูภาพรวมของแหล่งลงทุนในดีว่าต้องอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” เท่านั้น

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon