เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยว ขอ Vat Refund อย่างไรให้ผ่านฉลุย

posted: 2 years ago
3,655 views
เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยว ขอ Vat Refund อย่างไรให้ผ่านฉลุย

comments

หลายๆคนอาจจะมีเป้าหมายหรือความฝันสำหรับการท่องเที่ยว ปักหมุดลงบนแผนที่ไว้ว่าเราต้องได้เดินทางไปยังประเทศนี้ก่อนตาย เราเองก็เป็นคนๆหนึ่งที่มีความฝันไว้ว่า เราต้องได้ไปเที่ยวยังประเทศในฝันของเราสักครั้งในชีวิตนี้ และในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้เราก็ได้ไปยังประเทศในฝันของเรานั่นก็คือ “ประเทศอังกฤษ”

ถ้าถามว่าทำไมเราถึงอยากไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษ เราตอบได้แค่ว่า  เราหลงรักประเทศนี้จากอะไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นขนบธรรมเนียมการจิบน้ำชายามบ่าย รถเมล์สีแดงสองชั้นที่วิ่งกันบนถนน ตู้โทรศัพท์สาธารณะสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรามักจะเห็นในในภาพยนตร์ หรือสำเนียงภาษาอังกฤษที่ฟังยากแต่ไพเราะ   เอาเป็นว่าเราหลงรักทุกอย่างที่เป็นอังกฤษ แต่คราวนี้เราไม่ได้ไปแค่ประเทศอังกฤษที่เดียวเพราะเราไปเวนิสด้วย


จริงๆทริปนี้เหมือนเป็น ทริปทัวร์สนามบิน เพราะเราไปหลายสนามบินมากๆ บินรวมกันราวๆเกือบ 17 ชั่วโมงสำหรับขาไป และยังต้องมีไปขึ้นเครื่องที่สนามบินเล็กๆในลอนดอนเพื่อที่จะนั่งเครื่องไปต่อเวนิส แต่โดยรวมคือเหนื่อยแต่ก็สนุกและคุ้มค่ามากๆ  เราอยู่ลอนดอนทั้งหมด 5 วัน และเวนิสอีก 3 วัน

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมารีวิวสถานที่ท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศนี้ แต่เราจะมา รีวิวการขอ Vat Refund ที่เราเชื่อว่าทุกคนที่ไปเที่ยวก็ต้องคิดกันไว้ก่อนไปแล้วว่า อยากไปซื้อของชิ้นนี้เพราะไปซื้อที่นู่นถูกกว่าซื้อที่ไทยเพราะเราเป็นนักท่องเที่ยวต้องได้   Vat Refund คืน”  แต่ก่อนอื่นที่เราจะมารีวิวการขอ Vat Refund เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่า Vat Refund เนี่ยมันคืออะไร?


Tax Refund คืออะไร

 

Vat  (Value add Tax)  คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่คนไทยต้องจ่าย ซึ่งผู้บริโภคแบบเราจะจ่าย Vat อยู่ที่ 7% ของสินค้าและบริการนั้นๆ และสำหรับภาษีตัวนี้ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนไทยก็สามารถขอ Vat 7% คืนได้ แต่ก็มีเงื่อนไขในการคืน เช่นเดียวกับการที่เราไปเที่ยวที่ต่างประเทศ เราก็จะได้ Vat คืนเช่นกัน สำหรับคนไทยมักจะคุ้นเคยกับคำว่า Vat Refund แต่ในต่างประเทศเขาจะใช้กันว่า “Tax Refund” กันมากกว่า

สำหรับการขอ Tax Refund คืนจากประเทศอังกฤษนั้นเราไปเที่ยวอยู่แค่ที่ลอนดอนเมืองเดียว เงื่อนไขในการได้ Tax Refund คืนก็คือ “เราจะต้องซื้อสินค้าในร้านเดียวกันเกิน 30 ปอนด์ ถึงจะสามารถขอ Tax Refund คืนได้”  แต่ก่อนจะซื้อควรถามหรือมองหาป้ายก่อนว่า ที่ร้านสามรถขอได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขในการขอย่างไร เพราะสำหรับบางร้านอาจจะต้องซื้อ 50 ปอนด์หรือ 75 ปอนด์  ถึงจะสามารถขอ Tax Refund ได้

ไปเที่ยวลอนดอนครั้งนี้เราซื้อของเยอะแยะมากมายจากการไป Studio Tour Harry Potter และยังรวมไปถึงของอื่นๆอีกมากมาย ในวันสุดท้ายที่เราอยู่ที่ลอนดอนก็ได้รวบรวมใบเสร็จที่จะไปทำเรื่องของ Tax Refund คืน โดยเราจะไปขอคืนกันที่ สนามบินแกตวิก (Gatwick)

พอถึงสนามบินโหลดกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ไปหาตามหาที่ทำ Tax Refund ซึ่งกว่าจะหากันได้คือต้องใช้เวลาสักพักเลยทีเดียว เพราะที่ขอนั้นอยู่ในซอกหลืบเป็นสถานที่เล็กๆ มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนชุดตำรวจเป็นคนดูแล พอเราบอกว่าจะมาขอ Tax Refund เขาก็ถามคำถามกับเราว่า

เจ้าหน้าที่ : ประเทศที่เราจะไปประเทศต่อไปคือประเทศไหน
ตัวเรา :  ไปเวนิส”
เจ้าหน้าที่ : ให้ไปขอคืนที่ตอนจะออกจากเวนิสเลย

เราก็เลยต้องพับใบเสร็จทุกอย่างเก็บอย่างดีเพื่อไปขอคืนที่ สนามบินมาโคโปโล (Marcopolo) ของเวนิสแทน มาถึงตรงนี้เรามีเรื่องราวเล็กๆมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอ Tax Refund ในโซนยุโรปกันค่ะ

 


 

ตัวอย่างใบเสร็จที่ใช้ในการกรอก Tax Refund

 

จากใบเสร็จด้านบนเราซื้อของจากร้านค้าในเวนิส มูลค่า 360ยูโร  ค่า vat อยู่ที่ 64,92ยูโร เราจะได้ Refund คืนทั้งหมด 45ยูโร

 

Tax refund
ตัวอย่างการกรอกฟอร์ม Tax refund

 

Tax refund
ตราประทับจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร (Customs) ที่สนามบินมาโคโปโล (Marcopolo) ของเวนิส

 


การขอ Tax Refund ในยุโรป

 

ในการขอคืน Tax Refund ของยุโรปจะค่อนข้างซับซ้อน วันนี้เราเลยมาสรุปให้ทุกคนเข้าใจกันง่ายๆ เกี่ยวกับขั้นตอนในการขอ Tax Refund คืน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขอคืนภาษีนี้มี 3 ฝ่ายด้วยกัน คือ

ร้านค้า :

กลุ่มร้านค้าที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับเรา โดยแต่ละร้านจะมีการติดต่อกับ Tax operator หรือที่เรียกกันว่า “ผู้ดำเนินงานด้านภาษี” ให้เป็นตัวแทนในการคืนภาษีให้เราตามขั้นต่ำการซื้อที่ประเทศนั้นๆกำหนดไว้ ดังนั้นเมื่อเราซื้อสินค้าผ่านร้านค้าที่สามารถขอคืนภาษีได้ ซึ่งเราจะได้รับ Tax Refund Form  ที่เราจะต้องเก็บiรักษาเอกสารชิ้นนี้ไว้ให้ดี และต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน

 

Tax Operator ผู้ดำเนินงานด้านภาษี :

เป็นตัวกลางที่ดูแลการคืนภาษีให้กับเรา โดยเจ้าที่ดังๆได้แก่ Global Blue, Premier Tax Free เป็นต้น โดย Tax Operator มีผลต่อการขอภาษี คืนโดย Tax Refund Form ที่เราได้รับจากร้านค้ามาเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องไปขึ้นเงินคืนอย่างไร ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมีข้อกำหนดในการขึ้นเงินไม่เหมือนกัน เช่น

  • Global Blue มักจะมีเคาท์เตอร์ที่สนามบิน ทำให้เราสามารถไปขึ้นเงินสดได้เลย 
  • Premier Tax Free จะต้องไปขึ้นเงินที่ธนาคารในสนามบิน

และในกรณีที่คุณไม่เจอเคาท์เตอร์ให้บริการ Tax Refund ที่สนามบิน ก็อย่าเพิ่งใจแป้วไปว่าไม่สามารถทำรายการ Refund ได้ เพราะเรายังสามารถขอ Refund ได้ เพียงแต่ต้องส่ง Tax Refund Form ในกล่องรับ หรือ ตู้จดหมาย และจะได้การคืนเงินเข้าบัตรเครดิตเท่านั้น นอกจากนี้ Tax Operator แต่ละเจ้าจะมีค่าธรรมเนียมในการคืนภาษีที่แตกต่างกันอีกด้วย

  • เจ้าหน้าที่ศุลกากร (Customs) :

    ผู้ที่มีความสำคัญในกระบวนการคืนภาษี Customs มีหน้าที่ในการยืนยันว่าสินค้าที่จะขอคืนภาษีนั้นได้ถูกส่งออก หรือ สามารถนำไปใช้นอกเขตภาษีนั้นๆได้หรือไม่ แน่นอนว่าเราจะต้องได้รับ Customs Stamp ลงบน Tax Refund Form เท่านั้น เราถึงจะได้รับภาษีคืน 

ดังนั้นเราสามารถสรุปง่ายๆ ได้ว่าในกระบวนการคืนภาษีจะต้องมี

“Tax Refund Form + Customs Stamp และเราถึงจะได้เงินคืน”


เรื่องที่ต้องห้ามพลาด

 

เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่เราคิดว่าหลายคนน่าจะต้องรู้ไว้ คือ “การขอ Tax Refund ในยุโรปนั้น ถ้าหากเราไปเที่ยวหลายประเทศในเครือของ  EU เช่น เราไป อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เราสามารถไปขอ Tax Refund ได้ที่ประเทศสุดท้ายที่เราจะอยู่ก่อนเดินทางกลับได้เลย” 

เรื่องนี้เราเองก็เพิ่งมารู้ตอนที่ไปขอ Tax Refund คืน ที่สนามบินแกตวิก (Gatwick) แล้วเจ้าหน้าที่บอกให้เราไปขอคืนทีเดียวตอนขากลับที่ สนามบินมาโคโปโล (Marcopolo) ของเวนิส และในวันสุดท้ายที่เราได้ไปขอ Tax Refund คืน เจ้าหน้าที่จะให้กรอกรายละเอียดเป็น คืนเงินผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น  (กรณีของเราทางเจ้าหน้าที่ระบุให้คืนเงินผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น แต่ก็อาจจะแล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละคน )

สุดท้ายไม่ว่าทุกคนจะไปเที่ยวที่ประเทศไหนเราอยากให้ลองเช็คข้อมูลต่างๆอีกที เพราะบางประเทศก็มีข้อยกเว้นที่แตกต่างกันออกไปนั่นเองค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : 50 miles away from home


avatar
by doubleP
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon