ระวัง! 6 โรคร้ายสัญญาณเตือนเมื่อมีอาการ เหงื่อ ออกมาก

posted: 1 week ago
ระวัง! 6 โรคร้ายสัญญาณเตือนเมื่อมีอาการ เหงื่อ ออกมาก

comments

เวลาที่เหงื่อไหลออกมามากๆ หลายคนอาจจะคิดว่า เกิดจากอากาศที่ร้อนจัด แต่ช้าก่อน! เมื่อมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ให้พึงระวังไว้ด้วยว่า คุณอาจกำลังจะเป็นโรคร้ายอยู่ก็ได้ ดังนั้นควรสังเกตตัวเอง ถ้ามีอาการ เหงื่อ ไหลออกมามากๆ ต้องรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วน เพราะเบื้องต้นแล้วอาจจะก่อให้เกิด 6 โรคร้ายตามมาก็เป็นได้

เหงื่อ

เหงื่อ ออกมากๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง

การที่เหงื่อไหลออกมามากๆ เกิดจาก 2 สาเหตุด้วยกัน อย่างแรกคือ การหลั่งเหงื่อมากเฉพาะจุด พบว่ามีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม โดยพบว่ามีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะนี้สูงถึงประมาณ 30-65% และในกลุ่มคนที่มีความผิดปกติของยีนบางชนิดจะพบภาวะนี้ได้ประมาณ 25% แต่ในคนที่มียีนนั้นๆ ปกติ พบภาวะนี้ได้เพียงประมาณ 1%

ขณะเดียวกันอาจจะเกิดจากการทำงานเพิ่มมากขึ้นของต่อมเหงื่อเฉพาะจุด จากการทำงานผิดปกติของประสาทอัตโนมัติ ที่ควบคุมต่อมเหงื่อที่จุดนั้นๆ ซึ่งประสาทอัตโนมัตินี้ ทำงานสัมพันธ์กับสมองส่วนลึกในสมองใหญ่ ที่เรียกว่า ไฮโปทาลามัส ซึ่งควบคุมการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งเป็นสมองส่วนที่สัมพันธ์กับภาวะทางอารมณ์และจิตใจ

ดังนั้นภาวะหลั่งเหงื่อมากจึงสัมพันธ์กับอารมณ์หรือจิตใจได้ นอกจากนี้การที่เหงื่อไหลออกมามากๆ อาจจะเป็นหนึ่งของสัญญาณโรคร้ายต่างๆ ตามมาได้

เหงื่อ ออกมากๆ เป็นสัญญาณของโรคอะไรบ้าง

ภาวะที่เหงื่อไหลออกมามากกว่าปกตินั้น อาจเป็นอาการบ่งบอกถึงโรคต่างๆ ได้ดังนี้

1.โรคไทรอยด์เป็นพิษ

โรคดังกล่าวทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญสูง สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป เป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ เหงื่อออกง่าย และหงุดหงิด ฉุนเฉียว เป็นต้น

เหงื่อ

การป้องกันโรคไทรอยด์เป็นพิษ

ไทรอยด์เป็นความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องคอยหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เคยป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ หากสิ้นสุดการรักษาแล้ว การติดตามผลในระยะยาวก็อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อไม่ให้โรคไทรอยด์เป็นพิษกลับมาเป็นซ้ำอีก

หากสูบบุหรี่ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ความเสี่ยงโรคไทรอยด์เป็นพิษเพิ่มมากขึ้น โดยในการติดตามผล แพทย์จะสั่งให้ตรวจเลือดเป็นระยะๆ เพื่อเฝ้าระวังอาการและเตรียมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ


2.วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง

ผู้หญิงวัยทองจะมีช่วงอายุระหว่าง 45-59 ปี และอายุที่มากขึ้นก็ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศลดน้อยลง จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยอาจจะมีความผิดปกติในหลายระบบของร่างกาย ทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปและแบบเฉียบพลัน ทั้งนี้อาการวัยทองในแต่ละบุคคลจะมีความรุนแรงต่างกัน เช่น อาจจะมีอารมณ์หงุดหงิด นอนหลับยาก นอนไม่ค่อยหลับ มีอาการร้อนวูบวาบ หรือเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน

เหงื่อ

การป้องกันโรควัยทอง

แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยว่า อาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจากการหมดประจำเดือนจริงๆ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น ซึ่งหากอาการที่เกิดขึ้นเป็นจากการหมดประจำเดือนจริง แต่ไม่ได้รบกวนชีวิตประจำวัน กรณีนี้ แพทย์ก็จะไม่ได้ทำการรักษา แต่จะให้เพียงคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเท่านั้น อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นอยู่นานประมาณ 2-5 ปี มีเพียงประมาณ 5-15% ของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเท่านั้นที่จะมีอาการดังกล่าวไปตลอดชีวิต

ส่วนกรณีที่มีอาการมากจนรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์จะทำการรักษาโดยอาจให้ฮอร์โมนทดแทน หรือหากท่านมีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน แพทย์ก็จะเลือกใช้ยาตัวอื่นที่สามารถรักษาอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นแทน


3.โรคเบาหวาน

อาการเหงื่อออกมากผิดปกติเป็นอาการข้างเคียงของโรคเบาหวาน โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายมาก เพราะผู้ป่วยอาจเป็นลมหรือหมดสติได้ ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานควรพกของหวานติดตัวไว้ในยามที่ร่างกายส่งสัญญาณว่าระดับน้ำตาลในเลือดกำลังลดต่ำลงอย่างนี้ด้วย

เหงื่อ

การป้องกันโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานในแต่ละชนิดสามารถป้องกันได้แตกต่างกัน ซึ่งโรคเบาหวานประเภทที่ 1 แทบไม่สามารถป้องกันการเกิดของโรคได้ เพราะสาเหตุมาจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือเกิดจากกรรมพันธุ์ ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหาร การควบคุมน้ำหนักให้คง และการออกกำลังสม่ำเสมอ


4.โรคอ้วน

เมื่อน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ชั้นไขมันใต้ผิวหนังจะหนาตัวขึ้น ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จำเป็นต้องระบายความร้อนภายในร่างกายออกมา ในรูปแบบเหงื่อมากกว่าคนน้ำหนักปกติ ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าคนอ้วนมักจะมีอาการเหงื่อออกเยอะมากผิดปกติด้วย

เหงื่อ

การป้องกันโรคอ้วน

ควรหลีกเลี่ยงและลดการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีไขมันสูงและมีน้ำตาล อย่างอาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน ขนมหวาน ลูกอม น้ำหวาน น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เพราะอาหารบางชนิด แม้จะรับประทานในปริมาณน้อย แต่มีปริมาณแคลอรี่และน้ำตาลสูง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนัก หรือปริมาณมากอย่างอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ด้วย


5.โรคภาวะหัวใจล้มเหลว

มีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ ร่วมกับอาการปวดแน่นที่หน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเลยค่ะ เพราะนี่เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งของภาวะหัวใจล้มเหลว ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งถือว่าอันตรายมากเลยทีเดียว

เหงื่อ

การป้องกันโรคหัวใจล้มเหลว

การป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวโดยเฉพาะการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (โรคหลอดเลือดหัวใจ) เช่น การไม่สูบบุหรี่ การลดระดับไขมันในเลือดหากมีไขมันในเลือดสูง และการป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น


6.โรคพาร์กินสัน

เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการทำงานของระบบประสาทได้ ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจึงมีอาการเหงื่อออกเยอะผิดปกติ ร่วมกับอาการมือสั่นได้ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ร่วมด้วย

เหงื่อ

การป้องกันโรคพาร์กินสัน

สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคพาร์กินสันยังไม่ทราบชัดเจน ดังนั้นการป้องกันเต็มร้อยจึงเป็นไปไม่ได้ แต่บางการศึกษาพบว่า การกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยงดอาหารกลุ่มไขมันและเนื้อแดง (เนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) งดอาหารในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม กินผัก ผลไม้เพิ่มขึ้นให้มากๆ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อาจช่วยลดโอกาสเกิดอาการ หรือ ลดความรุนแรงของโรคนี้ลงได้บ้าง


ต่อจากนี้ไปต้องสังเกตตัวเองกันแล้วนะคะ ถ้ามีอาการเหงื่อมากผิดปกติก็ไม่ควรมองข้าม เพราะนี่อาจเป็นการอาการผิดปกติที่จะมีโรคร้ายตามมา ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวต้องรีบไปรักษาให้แพทย์วินิจฉัยดู ว่าเรากำลังเป็นโรคร้ายอยู่หรือไม่ จะได้รักษาอย่างทันท่วงที

ขอบคุณข้อมูล จาก กรมสุขภาพจิต , haamor , pobpad


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon