ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ “โดยไม่ต้องขอวีซ่า” (ตอนที่ 2)

posted: 1 year ago
3,188 views
ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ “โดยไม่ต้องขอวีซ่า” (ตอนที่ 2)

comments

สำหรับคนที่ได้อ่าน ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (ตอนที่ 1)  ไปแล้ว แล้วเริ่มอดใจไม่ไหว อยากบินไปเที่ยวกันซะเดี๋ยวนี้ เราคงต้องบอกว่าให้ทำใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เพราะประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า พาร์ท 2 ที่เรากำลังจะนำเสนอนี้ ก็น่าเที่ยวไม่แพ้กันเลย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันต่อให้ครบ เพื่อจะได้วางแผนเที่ยวให้จบๆ พร้อมเข้าพบหัวหน้า แล้วยื่นลาพักร้อนสิ้นปีกันเลยจ้าาา~


ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ก็เที่ยวได้สบายๆ ตอนที่ 2 

 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.telegraph.co.uk/

ประเทศเกาะขนาดเล็กทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ความสวยงาม และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางท้องทะเล จนได้รับขนานนามว่า เป็นหมู่เกาะมัลดีฟส์แห่งแอฟริกาเลยเชียวล่ะครับ 


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.parkhotelgroup.com/
  • สิงคโปร์ (เที่ยวได้ 30 วัน)

เป็นประเทศขนาดเล็กที่ขึ้นชื่อเรื่องของความสะดวกสบาย ความสะอาด และความปลอดภัย สามารถท่องเที่ยวได้ง่ายๆ โดยใช้รถไฟใต้ดินที่เชื่อมกันทั่วเมือง แต่สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสักนิดก่อนคิด มาเที่ยวสิงคโปร์ ก็คือ เงิน! เนื่องจากสิงคโปร์มีค่าครองชีพที่สูงมาก!


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://www.hippo.co.za/
  • แอฟริกาใต้ (เที่ยวได้ 30 วัน)

สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ คือประเทศที่อยู่ตอนใต้สุดของ ทวีปแอฟริกา ซึ่งความดีงามของแอฟริกาใต้ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เพราะอย่างที่เราเห็นกันตามสารคดีต่างๆ นั่นล่ะครับ

แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศแทบทุกรูปแบบ!

ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเลทราย ชายฝั่ง หรือผืนป่าสีเขียวชอุ่ม ที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด รวมถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากชนเผ่าต่างๆ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็น ประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอันดับที่ 3 ของโลกเลยทีเดียว พอได้รู้ว่าแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าด้วยแบบนี้ เห็นทีจะไม่ไปก็คงไม่ได้แล้ว!


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.efenditravel.com/
  • ตุรกี (เที่ยวได้ 30 วัน)

ดินแดนคาบเกี่ยวระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอารยธรรมที่เก่าแก่ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล แฝงไปด้วยเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย สำหรับคนที่ชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ “ตุรกี” ถือเป็นประเทศที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยล่ะครับ 


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://www.tourradar.com

ประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย พร้อมต้อนรับเราด้วยการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ คุณจะได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตที่มีสีสัน วัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมถึงธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันออกไปตามภูมิประเทศต่างๆ ใน ประเทศเวียดนาม

แถมการเดินทางและค่าครองชีพของเวียดนามยังถือว่าไม่แพงสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ การฟันราคานักท่องเที่ยว จากร้านค้าต่างๆ รวมถึงรถแท็กซี่อีกด้วย


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://www.naseba.com/
  • การ์ต้า (เที่ยวได้ 30 วัน)

ประเทศที่ได้ฉายาว่าเป็น “ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย” เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์มากมาย ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นความเจริญรุ่งเรืองของตึกรามบ้านช่อง รวมถึงกลิ่นอายของศาสนาอิสลามที่แสดงออกมาอย่างโดดเด่น

แต่การจะไปเที่ยวการ์ต้าก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะถึงแม้จะเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าก็จริง การ์ต้าในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ค่าครองชีพมันสูงมากเลยนะ! ดังนั้น ต้องมีเงินสำรองเยอะๆ นะครับ


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.iloveholiday.com/
  • อาร์เจนตินา (เที่ยวได้ 90 วัน)

ประเทศใหญ่ที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่ทีมฟุตบอลเสมอไป เพราะอาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีธรรมชาติน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ อย่างเช่น

แต่การจะไปเที่ยวอาร์เจนตินา ก็ควรระมัดระวังเรื่องการปล้นจี้อยู่บ้างเหมือนกัน


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.graylinehalong.com/
  • บราซิล (เที่ยวได้ 90 วัน)

ประเทศที่ใหญ่มากๆ ของทวีปอเมริกาใต้ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและพื้นที่สีเขียวอันแสนกว้างใหญ่อย่างป่าอเมซอน แต่การจะไปเที่ยวบราซิลก็ยังมีข้อควรระวังอยู่บ้าง คือเรื่องของอาชญากรรมและการปล้นจี้ที่เรามักได้ยินอยู่บ่อยๆ นั่นแหละครับ 


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.telegraph.co.uk/
  • ชิลี (เที่ยวได้ 90 วัน)

ประเทศที่มีความดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแบบสุดๆ แถมยังมีรูปปั้นหิน “โมอาย” แห่งเกาะอีสเตอร์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกของโลกอีกด้วย


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://www.worldtravelguide.net/
  • เอกวาดอร์ (เที่ยวได้ 90 วัน)

“เอกวาดอร์” ประเทศทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ ที่พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยภูมิประเทศที่หลากหลายและธรรมชาติที่งดงาม เมื่อคุณเดินทางไปเที่ยวเอกวาดอร์ 00,00,00” คือละติจูดของอนุสาวรีย์แห่งใจกลางโลก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเด็ดขาด!


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://ge.rsp.travel/

ประเทศเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความสวยงามของเทือกเขาต่างๆ จนได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “ไข่มุกแห่งเทือกเขาคอเคซัส”


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.kimstravel.com/
  • เกาหลีใต้ (เที่ยวได้ 90 วัน)

คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย สำหรับประเทศขวัญใจมหาชนแห่งนี้ เพราะอย่างที่เรารู้ๆ กันว่าประเทศเกาหลีใต้ มีความโดดเด่นแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวตามรอยซีรี่ย์ดัง อย่าง เกาะนามิ , Bukchon Hanok Village หรือ The Garden of Morning Calm ที่ติ่งเกาหลีอย่างเราๆ ชอบตามไปเก็บความฟินกันยังไงล่ะ!


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://www.southerncrossings.com
  • เปรู (เที่ยวได้ 90 วัน)

เปรูเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในด้านสถาปัตยกรรมและโบราณสถานหลายแห่ง สิ่งที่คุณห้ามพลาดเมื่อเดินทางมาเที่ยวเปรูก็คือ “มาชู ปิกชู” ที่เป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมอินคา ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก!


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) https://melanesianportvila.com/
  • วานูอาตู (เที่ยวได้ 90 วัน)

“สาธารณรัฐวานูอาตู” อาจเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่สำหรับคนไทย แต่คุณรู้ไหมว่าประเทศหมู่เกาะเล็กๆ แห่งนี้ มีความน่าสนใจแบบสุดๆ เลยล่ะ เพราะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์ มีภูเขาไปที่สวยงาม แถมยังมีชนพื้นเมืองที่มีความเชื่อเรื่องเวทย์มนต์อีกต่างหาก เรียกว่าเป็นดินแดนที่จะทำให้คุณลืมโลกภายนอกไปสักพักได้เลย


 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
(cc) http://panamacity.travel/
  • ปานามา (เที่ยวได้ 180 วัน)

เป็นอีกหนึ่งประเทศแถบอเมริกาใต้ ที่คนไทยอย่างเราสามารถอยู่ได้นานสุดๆ ถึง 180 วัน ทำให้คุณมีเวลาเสพสุขกับธรรมชาติ และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

เนื่องจากปานามาเป็นประเทศที่มีทะเลและน้ำตกที่สวยงาม รวมถึงความเจริญเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำหรับขนส่งสินค้าผ่านสมุทรอีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ที่ได้รู้จักกับประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าแบบนี้แล้ว ก็อย่าพึ่งใจร้อนรีบจัดกระเป๋ารอวันหยุดยาวกันซะก่อนล่ะครับ เพราะการจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ถึงแม้จะไม่ต้องทำการขอวีซ่า แต่คุณยังจำเป็นต้องคิดถึงเรื่องอื่นๆ อีกพอสมควรเลยนะ

โดยเฉพาะ เรื่องของความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งกับ การท่องเที่ยวที่โลดโผนสุดเหวี่ยง หรือการเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูงแล้ว การเตรียมแผนสำรองไว้เยอะๆ รวมถึงการทำประกันการเดินทางติดไปด้วย ก็อาจช่วยคุณได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ


avatar
by Satorn
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon