Viv : สมองกลคนใหม่ จากหัวใจแห่งผู้สร้าง Siri!

posted: 2 years ago
Viv : สมองกลคนใหม่ จากหัวใจแห่งผู้สร้าง Siri!

comments

ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด แต่ก็ต้องยอมรับในความจริงข้อหนึ่งของแวดวงไอที ว่าแอพลิเคชันอัจฉริยะอย่าง ‘Siri’ นั้น ดูจะเป็นสิ่งที่ผูกพันธ์กับผู้ใช้ iOS กันอย่างแยกไม่ขาด เพราะแม้จะมีอาการหลงๆ ลืมๆ และงงๆ ในด้านการรับคำสั่ง (โดยเฉพาะกับประเทศฟากตะวันออก) หรือมีข้อจำกัดในขอบข่ายการใช้งาน แต่มันก็นับได้ว่าเป็นก้าวแรกของศาสตร์ Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถใช้งานได้จริง

Siri ก้าวแรกแห่งผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์
Siri ก้าวแรกแห่งผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์

แต่นั่นก็ตามมาด้วยคำถามว่า ศาสตร์ดังกล่าว จะสามารถก้าวออกไปได้อีกไกลแค่ไหน? Siri คือปลายทาง และจุดสิ้นสุดของเทคโนโลยีเหล่านี้จริงหรือไม่?

Viv_003

คำถามเหล่านี้ ผู้ที่เอ่ยคำตอบออกมา กลับเป็นผู้สร้างโปรแกรม Siri อย่าง Dag Kittlaus และ Adam Cheyer ผู้ที่หันหลังจากระบบเดิมที่พัฒนาอย่างไม่แยแส เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศของโปรแกรมใหม่ที่ดีกว่า ภายใต้ชื่อ ‘Viv’ ที่เปิดตัวสาธิตในงาน Techcrunch Disrupt มหานครนิวยอร์ค และพร้อมวางตลาดในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้

Viv_001

ถัดจากนี้ เรามาลองดูกันซิว่า ‘อนาคต’ ที่จะถูกกำหนดและมี ‘AI’ เป็นส่วนหนึ่งของมัน จะมีหน้าตาเป็นแบบใด…

เพราะไม่พอใจ จึงต้องคิดใหม่ทำใหม่ให้ดียิ่งกว่า

Dag Kittlaus ผู้สร้าง Siri (Speech Interpretation and Recognition Interface) แห่ง SRI Technology ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รู้สึกไม่พึงพอใจกับทิศทางและการตัดสินใจของ Apple ที่มีต่อ Siri มากนัก ….

Dag Kittlaus ผู้พัฒนา Siri กำลังเปิดตัว Viv บนเวที Techcrunch Distrupt
Dag Kittlaus ผู้พัฒนา Siri กำลังเปิดตัว Viv บนเวที Techcrunch Distrupt

เหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เขาขายโปรแกรมผู้ช่วย AI สุดล้ำยุคให้กับ Apple ในมูลค่าที่สูงลิ่วช่วงปี 2011 ก่อนจะพบว่าวิสัยทัศน์ที่เขามี กับสิ่งที่บริษัทของ Steve Jobs จะไปนั้น ไม่สู้จะไปในทางเดียวกัน…

แต่สิ่งที่ Kittlaus และ Cheyer เลือกที่จะทำนั้น กลับไม่ใช่การปล่อยตัวตามสบาย หากแต่ตัดสินใจเลือกในเส้นทางใหม่ ใช้เวลาเพื่อต่อยอดจากสิ่งเดิมที่เคยสร้างไว้ และหลังจากนั้นห้าปี พวกเขาก็กลับมาอีกครั้งด้วยโปรแกรมอย่าง ‘Viv’ ที่อาจจะเหนือชั้นยิ่งกว่าสิ่งที่ Siri เคยทำเอาไว้

ในงาน Techcrunch Disrupt มลรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา Kittlaus ได้สาธิตการรับคำสั่งของ Viv ด้วยเสียงในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับตัวอย่างประโยคที่มีความซับซ้อนสูง และเชื่อมโยงกับแอพลิเคชันกับบริการออนไลน์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเรียบเนียนไร้รอยต่อ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ Siri เองก็สามารถทำได้ แต่เมื่อเทียบความแม่นยำ และการทำงานของ Viv แล้ว ก็ดูจะห่างชั้นอย่างเห็นได้ชัด (เช่น Kittlaus สั่งให้ Viv โอนเงินที่เขาค้าง Cheyer ยี่สิบเหรียญ ซึ่งโปรแกรมก็จัดการโอนผ่านแอพฯ Venmo เพื่อทำธุรกรรม หรือการสอบถามสภาพอากาศของเมืองในวันพฤหัสบดีของอาทิตย์ที่ผ่านมา อันเป็นความซับซ้อนขั้นสูง)

ทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าปราศจากซึ่งหลักการพื้นฐานของโปรแกรม ที่ Kittlaus กล่าวว่าเป็น ‘การปฏิวัติทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์’ อย่างยิ่งใหญ่เท่าที่เคยมีมา….

เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด

คนที่อยู่ในแวดวงสายโปรแกรมมิงและปัญญาประดิษฐ์น่าจะพอทราบว่า การเขียนชุดคำสั่งของแอพลิเคชันเพื่อให้รองรับความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดนั้น เป็นสิ่งที่ยากและกินพลังงานประมวลผลมากเพียงใด (แม้จะมีการรองรับของระบบ Cloud Computing ไว้ในปัจจุบันก็ตาม)

แต่สิ่งที่ Viv ใช้เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของมันนั้น Kittlaus เรียกระบบดังกล่าวนี้ว่า … ‘Dynamic Program Generator’

Viv_006

Dynamic Program Generator นี้ ถ้ากล่าวอย่างสรุปให้เข้าใจง่ายแล้วนั้น มันคือการ ‘เขียนโค้ดซ้ำอย่างอัตโนมัติ’ ที่ตัวโปรแกรมจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการค้นหาและการใช้งาน ก่อนจะทำการประมวลผลและ ‘สร้างโค้ด’ เพื่อรองรับการเติบโตของตนเองออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด ที่จะทำให้มันทำงานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เข้าใจความซับซ้อนและหลากหลายของผู้ใช้งานแต่ละคนมากยิ่งขึ้น

Viv_007

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องที่ฟังดูดีในหน้ากระดาษ เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การเขียนโค้ดซ้ำตัวเองเพื่อรองรับการเติบโต ย่อมต้องการพลังงานการประมวลผลจำนวนมหาศาล ซึ่งจะต้องพิสูจน์จริงเมื่อโปรแกรมวางจำหน่ายในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ว่าการทำงานในภาคสนามจริง จะให้ผลออกมาเป็นเช่นใด

ก้าวถัดไปแห่ง Viv

การแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีในช่วงครึ่งหลังปี 2016 ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีความน่าสนใจ และมีภูมิศาสตร์ที่รุนแรงอย่างก้าวกระโดดที่เราไม่ได้เห็นมาอย่างยาวนาน การมาถึงของ Viv นั้น อาจจะเป็นการอุดช่องว่างที่ Siri ขาด และเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานในด้านของ Virtual Assistant หรือผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมความจริงที่ว่า ทาง Google, Apple หรือแม้แต่ Facebook เอง ก็กำลังวิ่งอยู่ในลู่ของการแข่งขันดังกล่าว ด้วยจังหวะก้าวที่นำหน้าไปก่อน (มีข่าวคราวล่าสุดว่า ทาง Google และ Facebook เอง ก็จับจ้องอยากร่วมหอกับ Viv ให้มาเป็นส่วนหนึ่งชนิดตาเป็นมัน…)

ท่ามกลางตลาด Social Media และเทคโนโลยีด้านไอทีจำนวนมาก การที่ Viv จะเข้าไปแทรกกลางนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย
ท่ามกลางตลาด Social Media และเทคโนโลยีด้านไอทีจำนวนมาก การที่ Viv จะเข้าไปแทรกกลางนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะลงเอยอย่างไร เราก็ยากจะปฏิเสธได้ว่า … ‘อนาคต’ แห่งเทคโนโลยี ที่เคยมีแต่เพียงในนิยายวิทยาศาสตร์ และถูกเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งศตวรรษกว่าที่จะไปถึงนั้น กำลังก้าวย่างเข้ามาหาเราในเวลาที่เร็วเกินกว่าที่จะคาดคิด และถ้าคุณจะเห็นผู้ชายที่พูดคุยกับโทรศัพท์ มีความผูกพันธ์กับแอพลิเคชัน AI ในบริบทที่ลุ่มลึก ละเมียดละไม ซับซ้อน และอ่อนโยนอย่างเช่นภาพยนตร์เรื่อง ‘Her’ ของ Joaquin Phoenix ที่กำกับโดย Spike Jonze แล้วล่ะก็ … มันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอีกแล้วก็เป็นได้กระมัง?

Viv_Final


avatar
by Sukrit Buranasun

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon