ตำนาน V.M.C. รถกระบะสัญชาติไทย เจ้าแรกและเจ้าเดียว

posted: 4 months ago
16,018 views
ตำนาน V.M.C. รถกระบะสัญชาติไทย เจ้าแรกและเจ้าเดียว

comments

รถยนต์ที่นำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย เป็นรถยนต์สัญชาติต่างประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

แต่ทราบหรือไม่ว่า ในอดีตประเทศไทยของเรานั้นเคยมีบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อวางขายในประเทศด้วย ซึ่งก็คือรถกระบะแบรนด์ “V.M.C.” นั่นเอง เชื่อว่าชื่อแบรนด์นี้คงไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าไร หรือบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์มาก่อนเลย วันนี้ rabbit finance จะพาเพื่อนไปรู้จักกับ V.M.C กันค่ะ


 

กระบะ 4 ประตู
ขอขอบคุณภาพจาก community.headlightmag.com

รู้จัก V.M.C. รถกระบะสัญชาติไทย

ในปี 1992-1994 บริษัท สยาม วิ.เอ็ม.ซี.ยานยนต์ จำกัด ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มารวมตัวกัน โดยมีจุดประสงค์ คือ ผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ภายชื่อแบรนด์ V.M.C ใช้สัญลักษณ์เป็นวงกลมและมีตัว M อยู่ตรงกลาง

ต่อมาในปี 1995 รถกระบะแบรนด์ V.M.C. ได้เปิดตัวสู่สายตาชาวไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างชิ้นส่วนจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ถึง 2 ค่าย โดยหน้าและกระบะท้ายของรถเป็นชิ้นส่วนจาก Isuzu TFR และส่วนหัวเก๋งหรือตัวถังของรถเป็นชิ้นส่วนของ Nissan Big-M ซึ่งเป็นการผสมผสานที่นับว่า แปลกแหวกแนวมากทีเดียว


 

รถกระบะมือสอง
ขอขอบคุณภาพจาก 1.bp.blogspot.com

นวัตกรรมล้ำสมัยของรถกระบะ V.M.C

 

  • สเป็กของรถกระบะ V.M.C

รถกระบะ V.M.C. เป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่น VM425SLTRS แบบ 4 สูบ Turbocharger ขนาด 2498cc แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้าที่ 4200 รอบ แรงบิดสูงสุด 24 กก-ม.ที่ 2200 รอบ ความกว้างกระบอกสูบ 92 ม.ม.ระยะชัก 94 ม.ม อัตราส่วนกำลังอัด 22:1 ความเร็วสูงสุด 173 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • สัดส่วนของรถกระบะ V.M.C

รถกระบะรุ่นนี้มีสัดส่วน คือ ยาว 4,870 มม. กว้าง 1,690 มม. สูง 1,608 มม. ความยาวฐานล้อ 2,950 มม. ความกว้างล้อหน้า 1,395 มม. และหลัง 1,385 มม. ระยะต่ำสุด 200 มม. น้ำหนักรถ 1,400 กก น้ำหนักบรรทุกรวม 2,700 กก.

  • ระบบการทำงานของรถกระบะ V.M.C

และยังมากับพร้อมระบบส่งกำลังคลัทช์แบบแห้งแผ่นเดียวทำงานด้วยไฮโดรลิค ระบบเกียร์ GT5AM-:GRAZIANO, อัตราทดเกียร์ 1=3.54; 2=1.96; 3=1.36; 4=1.00; 5=0.79; R=3.21 ระบบกันสะเทือน หน้าแบบดับเบิลวิชโบน ทอร์ชั่นบาร์ ช็อคอัพ, หลังแบบเพลาแข็ง แหนบ ช็อคอัพ, ระบบเบรค หน้าเป็นดิสค์เบรค, หลังดรัมเบรคปรับระยะผ้าเบรคอัตโนมัติ, ยาง ขนาด 195 R 14 C-8 PR


 

รถกระบะราคาถูก
ขอขอบคุณภาพจาก www.facebook.compgYindeeIntertrade

รถกระบะ V.M.C ความเหนือระดับเพื่อคนไทย

ผู้ผลิตรถยนต์ V.M.C. ยังได้จ้างบริษัทชั้นนำในอิตาลีเพื่อออกแบบและประกอบรถ ซึ่งถูกดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์ของรถซีดานแบรนด์หรูของอิตาลี ซึ่งหากเทียบกับรถกระบะในยุคนั้น V.M.C. ถือว่าเหนือกว่ารถกระบะทุกยี่ห้อ

ทั้งความแรง, อัตราการบริโภคน้ำมัน และที่โดดเด่นที่สุด คือ “ควัน” เพราะไม่ว่าคุณจะเร่งเครื่องขนาดไหนก็ไม่มีควันให้เห็น เพราะใช้ปั๊มแรงดันสูงและควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นระบบที่ใช้หลักการเดียวกันกับที่เรารู้จักในปัจจุบัน นั่นคือ ระบบคอมมอนเรล (Common Rail)

อีกทั้งตัวเรือนของเครื่องยนต์ยังเป็นเนื้อเดียวกับเสื้อสูบ จึงสามารถรับแรงบิดได้มากกว่า และทนทานกว่าทุกยี่ห้อในยุคนั้น และยังมีเครื่องเดินเรียบและเงียบกว่ายี่ห้ออื่นๆ นอกจากนี้ มีช่วงล่างที่บึกบึนแกร่งเหนือกว่าใคร ทั้งหมดแต่แฝงไว้ด้วยการยึดเกาะที่หนึบหนับแถมนุ่มนวล

พร้อมห้องโดยสารที่กว้างนั่งสบายในแบบรถเก๋งไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาตรฐาน รุ่นมีแค็ปหรือแม้แต่รุ่น 4 ประตู ที่ยี่ห้ออื่นๆ ต้องทำตามหลังจากนั้นอีก 2 ปีเลยทีเดียว และที่สำคัญ คือ วัสดุทุกชิ้นที่ใช้ประกอบล้วนเป็นวัสดุชั้นดีทั้งสิ้น ที่แม้แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีรถกระบะยี่ห้อใดที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ใช้วัสดุดีเท่ารถกระบะ V.M.C. เลย

แต่นับเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่รถกระบะที่ถูกคิดค้นและลงทุนโดยคนไทย และออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมยังมีความทนทาน แบกน้ำหนักได้มากกว่า พร้อมคุณภาพที่เหนือระดับกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ และมาในราคาแสนถูก

แต่เนื่องจากความรีบร้อนในการเปิดตัวรถกระบะรุ่นนี้ จึงทำให้มีจุดบกพร่องค่อนข้างมาก อย่างในเรื่องของตัวถังที่ประกอบไม่ค่อยเรียบร้อย หน้าตาดูแปลกตา และยังไม่มีความพร้อมของศูนย์บริการ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ดีมากนัก จึงทำให้รถกระบะ V.M.C. ไม่เป็นที่นิยมของคนไทย และแบรนด์นี้ก็ได้ถูกลบเลือนไปในระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น


ในปัจจุบันเราอาจจะยังพบเห็นรถกระบะ V.M.C. วิ่งอวดโฉมที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอยู่บ้าง ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นรถกระบะจากสัญชาติต่างชาติ เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตาและไม่มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน

หากใครโชคดีได้ครอบครองรถกระบะ V.M.C. คันนี้แล้ว คงจะต้องดูแลรักษารถยนต์คันนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเสมือนความภาคภูมิใจของคนไทย ต่อสายตาคนไทยด้วยกันเองและต่อสายตาชาวโลก อีกทั้งยังช่วยตอกย้ำคำกล่าวที่ว่า “คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”


avatar
by wacheese

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon
;