ความคุ้มครองที่ได้จากการทำ ประกันภัยโรคมะเร็ง

posted: 1 year ago
ความคุ้มครองที่ได้จากการทำ ประกันภัยโรคมะเร็ง

comments

ในปัจจุบันโรคมะเร็งไม่ได้เป็นโรคที่ไกลตัวอีกต่อไปแล้ว เพราะหากเราย้อนดูสถิติจะพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งใน 1 ปีไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงต้องหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองและคนข้างๆให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้หลายคนหันมาให้ ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพ กันมากขึ้นอีกด้วย

 

ประกันโรคมะเร็ง

ประกันภัยโรคมะเร็ง คืออะไร

 

ประกันโรคมะเร็ง คือ ประกันชนิดหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองภายใต้หลักการ เจอ จ่าย จบโดยมีเงื่อนไขว่า “เราต้องทำประกันโรคมะเร็งไว้ก่อนที่จะตรวจเจอโรคมะเร็งเท่านั้น” ประกันถึงจะให้ความคุ้มครอง คือ การจ่ายค่าสินไหมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และเมื่อบริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว ความคุ้มครองก็จะถือว่าสิ้นสุดลง

 

ซึ่งการทำประกันโรคมะเร็งจะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อเราทำไว้ก่อนที่จะตรวจเจอโรคมะเร็งเท่านั้น ไม่สามารถเริ่มทำตอนที่ตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้วนั่นเองค่ะ

 


หลักการจ่ายค่าสินไหมของประกันภัยโรคมะเร็ง

 

ประกันภัยมะเร็งเป็นประกันสุขภาพที่จ่ายเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว เมื่อผู้เอาประกันตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะตรวจพบในระยะใดก็ตาม ผู้เอาประกันจะได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวนทุนประกันภัยที่ได้เลือกซื้อไว้ และ ประกันภัยโรคมะเร็งนี้ไม่มีข้อบังคับว่าผู้เอาประกันจะต้องนำไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น

 

นี่คือข้อแตกต่างระหว่างประกันสุขภาพธรรมดา กับประกันโรคมะเร็งนั่นเองค่ะ เพราะประกันสุขภาพจะจ่ายค่าชดเชยให้เราก็ต่อเมื่อมีการรักษาพยาบาลตามจริง หรือมีใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ประกันโรคมะเร็ง เพียงแค่คุณตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายนี้ ประกันจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่คุณทันที โดยไม่ต้องมีหลักฐานการรักษาพยาบาล

 

อีกหนึ่งข้อแตกต่างคือ การจ่ายค่าชดเชยของประกันภัยโรคมะเร็ง จะจ่ายเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วจบ หากคุณมีการตรวจพบโรคมะเร็งอื่นๆเพิ่มอีก จะไม่สามารถเบิกเงินชดเชยเพิ่มได้ ต่างจากประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุตรงที่ ประกันสุขภาพจะสามารถเคลมได้ทุกครั้งที่มีอาการเจ็บป่วย แต่ประกันโรคมะเร็งเคลมได้แค่ครั้งเดียวนั่นเองค่ะ

 


 

ประกันโรคมะเร็ง

ประกันโรคมะเร็ง ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง

 

1.ค่ายานอกเหนือจากการรักษาตามสิทธิ์ที่ได้

 

สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง แม้ว่าจะมีสิทธิ์การรักษาอย่าง ประกันสังคม สิทธิ์การรักษา 30 บาท สิทธิข้าราชการ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือ สิทธิ์ในการเข้าถึงการรักษา หรือการเข้าถึงการรักษาคีโมนั้นอาจจะแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย ดังนั้น เงินชดเชยที่ได้จากการทำประกันมะเร็งจะสามารถทำให้คุณเข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง

 

2.อาหารเสริม

 

เพราะผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในช่วงทำเคมีบำบัด หรือระหว่างการผ่าตัดจะต้องได้รับอาหารที่ดีกว่าปกติ แม้ว่าผู้ป่วยจะสามารถทานอาหารแบบปกติได้ ระหว่างที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการเคมีบำบัดนั้น ผลข้างเคียงการรักษาอาจจะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหารได้ รวมถึงร่างกายของผู้ป่วยหลังจากการรับเคมีบำบัด จึงจำเป็นที่ต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นและเพียงพอต่อร่างกายมากกว่าคนปกติ

 

เช่น สารอาหารจำพวกโปรตีน จำเป็นอย่างมากต่อร่างกายของผู้ป่วย เพราะโปรตีนจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับโปรตีนที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานนมที่มีโปรตีนสูง หรือการรับประทานอาหารเสริมอย่างไข่ขาวผง ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

 

3.เรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

 

การมีคุณภาพชีวิตที่ดีถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ป่วยมาก ดังนั้นหากคุณทำประกันโรคมะเร็งไว้จะทำให้คุณมีเงินสำรองในการใช้ชีวิต รวมถึงใช้เงินเพื่อการรักษาตัว

4.แบ่งเบาภาระของคนในครอบครัว

 

หากคุณทำประกันภัยโรคมะเร็งไว้ เงินชดเชยที่คุณได้รับจากประกันโรคมะเร็งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ทำให้ครอบครัวไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากจนเกินไป นั่นเองค่ะ

 


 

หลักในการเลือกซื้อประกันภัยโรคมะเร็ง

 

1.ความคุ้มครอง

 

แม้ว่าประกันภัยโรคมะเร็งส่วนใหญ่ จะเป็นประกันภัยแบบเบ็ดเสร็จที่เมื่อมีการตรวจพบ จ่ายค่าชดเชยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แล้วจึงส่งผลให้กรมธรรม์นั้นสิ้นสุดการให้ความคุ้มครองทันที แล้วคุณจะไม่ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองนะคะ

ดังนั้นหากคุณเลือกซื้อประกันโรคมะเร็ง คุณก็ควรให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มครองระยะการแพร่กระจายของโรคมะเร็งด้วย เนื่องจากประกันภัยโรคมะเร็งมีให้เลือกว่าจะให้ความคุ้มครองระยะเริ่มต้น หรือ คุ้มครองเฉพาะระยะแพร่กระจาย

 

2.ค่าเบี้ยประกันภัย

 

ในส่วนของค่าเบี้ยประกันโรคมะเร็งนั้นบางบริษัทมีการกำหนดค่าเบี้ยประกันคงที่ (ค่าเบี้ยประกันจะคงที่และไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญา) และบางบริษัทจะปรับค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี ของช่วงอายุ ซึ่งบริษัทประกันจะคำนวนค่าเบี้ยประกันจากอายุของผู้เอาประกัน

นั่นหมายความว่า เมื่อคุณมีอายุเพิ่มขึ้น ค่าเบี้ยประกันของคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนที่มีอายุมากกว่าจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากกว่า ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้บริษัทประกันแต่ละแห่งมีการกำหนดอายุผู้เอาประกันไว้ไม่เหมือนกัน บริษัทประกันบางแห่งกำหนดอายุผู้เอาประกันไว้ที่ 70 ปี ในขณะที่บริษัทประกันบางแห่งกำหนดไว้เพียงแค่ 65 ปีเท่านั้น ดังนั้น ควรตรวจเช็คให้ดีว่าช่วงอายุของคุณ เหมาะกับการทำประกันมะเร็งกับบริษัทไหนมากกว่ากันค่ะ


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon