อาหารต้องห้าม ที่ผู้ป่วย โรคกระเพาะอาหาร ควรเลี่ยง

posted: 1 year ago
2,005 views
อาหารต้องห้าม ที่ผู้ป่วย โรคกระเพาะอาหาร ควรเลี่ยง

comments

โรคกระเพาะอาหาร ถือเป็นโรคยอดฮิตของวัยทำงาน รวมไปถึงวัยรุ่น ยิ่งเป็นคนเมืองที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ จนบางครั้งทำให้ลืมกินข้าว หรือกินข้าวไม่ตรงเวลาบ้าง ทำงานหนักๆ จนเกิดความเครียด ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดนี้ ส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหารโดยตรงนะคะ

หากคุณยังทำพฤติกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่นาน โรคกระเพาะอาหารจะกลายเป็น โรคประจำตัว ของคุณไปเลยล่ะค่ะ แล้วถ้าเป็นขึ้นมา จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง มาดูกัน


โรคกระเพาะอาหาร และ ความเครียด

เมนูที่ชาว โรคกระเพาะอาหาร ต้องโบกมือบ๊ายบาย

“อาหาร” เป็นปัจจัยที่มีผลต่อโรคกระเพาะอาหารโดยตรง ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารก็ควรเพิ่มความใส่ใจในการเลือกทานอาหารมากขึ้นนะคะ เรามาดูกันว่า เมนูอาหารใดที่เราควรหลีกเลี่ยงบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้การรักษาโรคกระเพาะอาหารเป็นไปในทางที่ดี และหายเร็วมากขึ้น

1. อาหารรสจัด

อาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด รสเปรี้ยวจัด หวานจัด หรือเค็มจัด เพราะอาหารรสจัดเหล่านี้จะกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดท้องข้างซ้าย จุกเสียดท้องได้

ซึ่งในระหว่างการรักษาโรคร้ายนี้ คุณก็เตรียมตัวโบกมือลาส้มตำปูปลาร้าแซ่บๆ ต้มเล้ง ต้มยำซูเปอร์ขาไก่ ต้มยำกุ้งรสเผ็ดร้อนกันได้เลย แต่ไม่ต้องร้องไห้กันนะคะ ไว้หายดีแล้วกลับไปทานใหม่ก็ยังไม่สายค่ะ


โรคกระเพาะอาหาร ปวดท้อง

2. ชา กาแฟ ช็อกโกแลต

ถ้าไม่อยากให้อาการโรคกระเพาะอาหารกำเริบ หรือกลับมาเป็นโรคกระเพาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณก็ควรอยู่ให้ห่างจากชากาแฟสักพักใหญ่ๆ เลยค่ะ เนื่องจากกาแฟ ชาชนิดต่างๆ  เป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

คาเฟอีนนี่แหละตัวกระตุ้นให้กระเพาะผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น กัดกระเพาะเราจนรู้สึกแสบท้องไปมากกว่าเดิมอีก

รวมถึงช็อกโกแลตร้อนๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลตก็ต้องงดไปก่อนนะคะ

3. น้ำอัดลม

น้ำอัดลมทุกชนิดก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ในจำนวนไม่น้อย อีกทั้งในน้ำอัดลมยังมีแก๊สที่ส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้องเนื่องจากแก๊สในกระเพาะเยอะ

นอกจากคาเฟอีนในน้ำอัดลมจะเป็นตัวเร่งให้เซลล์ผลิตน้ำย่อยแล้ว ในน้ำอัดลมยังอุดมไปด้วยแก๊ส ต้นเหตุของอาหารท้องอืด ท้องเฟ้อร่วมด้วย

โดยเฉพาะคนที่ดื่มน้ำอัดลมในขณะท้องว่าง อาการแสบท้อง แน่นท้อง อันเป็นหนึ่งในอาการของโรคกระเพาะก็จะถามหาอย่างทันควันเลยล่ะ


เครื่องดิื่มชูกำลัง

4. เครื่องดื่มชูกำลัง

เครื่องดื่มชูกำลังทุกชนิดมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่เช่นกันค่ะ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยต่อกระเพาะอาหาร คนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้วก็ควรงดเครื่องดื่มชูกำลังไปก่อนนะคะ

5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การงดรับประทานในข้อนี้ คงทำให้สายปาร์ตี้ต้องน้ำตาตกในกันแน่ๆ แต่เพื่อสุขภาพแล้วก็ต้องยอมนะคะ คิดว่าเป็นการพักตับไปในตัวด้วยก็ได้ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร

ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุรา เบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทลชนิดต่างๆ ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ท้องว่าง เคสนี้อันตรายมากสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารเลยนะคะ เพราะอาจเกิดอาการแสบท้องหนักมาก ดังนั้น ถ้าไม่อยากทรมาน คนเป็นโรคกระเพาะอาหารก็ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเลยจะดีกว่า


โคเลสเตอรอลสูง
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.pakping.com

6. อาหารไขมันสูง ของทอด

อาหารไขมันสูงเป็นอาหารที่ย่อยยาก กระเพาะจึงจำเป็นต้องหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหารประเภทไขมันในปริมาณมากขึ้น

โดยจะส่งผลกระทบให้กับคนที่เป็นโรคกระเพาะรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด และแสบท้อง เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารได้

ฉะนั้น ของทอดของมัน เนื้อสัตว์ติดมัน อย่างข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ หรืออาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบก็ควรงดไปก่อนนะคะ

7. ของหมักดอง

อาหารประเภทหมักดองทุกชนิดมักจะมีรสเปรี้ยว รวมทั้งมีความเป็นกรดซ่อนอยู่ในนั้น คนเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากของรสจัด หรืออาหารหมักดองจะไปกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ทำให้กระเพาะอาหารเกิดความระคายเคืองขึ้นได้


สุขภาพที่ดี
ขอขอบคุณภาพจาก fthmb.tqn.com

8. ผลิตภัณฑ์จากถั่ว

ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วอย่างน้ำเต้าหู้ เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ก็เป็นอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและอยากหาย แนะนำให้เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากถั่วทุกชนิด ทุกรูปแบบไปก่อนเลยค่ะ

9. ผักดิบ

แม้ผักจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีส่วนช่วยให้ระบบลำไส้และการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นก็จริง ทว่า ในกรณีที่กินผักดิบ ผักบางชนิดอาจเพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหาร ปั่นอาการโรคกระเพาะให้กำเริบขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะผักดิบจำพวก

  • ถั่วฝักยาว
  • บร็อกโคลี่
  • กะหล่ำปลี
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • มันฝรั่ง
  • มันเทศ
  • หัวหอม

เพราะผักดิบจำพวกนี้ มักทำให้ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร เกิดความรู้สึกไม่ค่อยสบายท้องสักเท่าไรนัก


ผลไม้เพื่อสุขภาพ
ขอขอบคุณภาพจาก www.naturalhealth365.com

10. ผลไม้รสเปรี้ยว

ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรงดการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวอย่างสับปะรด ส้ม หรือมะนาว โดยเฉพาะในตอนท้องว่าง เพราะความเป็นกรดในผลไม้เหล่านี้อาจทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้

11. เนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ

ต้องยอมรับว่าสเต็กที่ย่างแบบบลูแรร์, แรร์, มีเดียม แรร์, หรือมีเดียม ที่เป็นการย่างสเต็กโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ทำให้เนื้อสุกแค่ผิวด้านนอก ด้านในยังดิบ และเป็นสีแดงหรือสีชมพูอยู่ จะให้รสชาติที่หวานนุ่มลิ้นมาก แต่คุณก็ต้องโบกมือบ๊ายบายไปได้เลย

เพราะเนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมู เนื้อวัว เป็นอาหารที่ย่อยยากอยู่แล้ว และหากกินเนื้อสัตว์แบบสุกไม่พอ กินแบบสุกๆ ดิบๆ กระเพาะอาหารก็จะย่อยเนื้อสัตว์เหล่านี้ได้ยากขึ้น

น้ำย่อยก็จะหลั่งออกมาย่อยอาหารเหล่านี้มากกว่าปกติ และใช้เวลาย่อยอาหารประเภทนี้นาน เสี่ยงทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้เช่นกัน

ดังนั้น หากอยากทานสเต็กจริงๆ ก็ต้องฝืนใจสั่งแบบดัน หรือเวลดันไปก่อนนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของกระเพาะอาหารค่ะ ท่องไว้ให้จำขึ้นใจเลยนะคะ


จัดไปอย่าให้เสีย! เมนูที่คู่ควรกับชาว โรคกระเพาะอาหาร

“เมนูนั้นก็ไม่ได้ เมนูนี้ก็ไม่ดี แล้วอย่างนี้จะให้ทานอะไร?” คำถามนี้คงเกิดขึ้นในหัวของใครหลายคน เพราะเมนูที่ผู้เป็นโรคกระเพาะอาหารต้องงดนั้นก็ถือว่ามากพอสมควร แต่ก็ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ ถึงแม้จะต้องงดของโปรดไปบ้าง เพื่อที่สุขภาพที่ดีของกระเพาะอาหารแล้ว เราต้องฝืนใจทำนะคะ

เรามาดูกันว่า จะมีเมนูอะไรบ้างที่ทานแล้วดี เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคกระเพาะอาหาร และทำให้โรคกระเพาะอาหารไม่กำเริบบ้าง?

โรคกระเพาะอาหาร
ขอขอบคุณภาพจาก i.ytimg.com

1. อาหารย่อยง่าย

ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะควรทานอาหารย่อยง่าย จำพวกเนื้อปลา เนื้อไก่ กุ้ง ซึ่งจะย่อยได้ง่ายกว่าเนื้อวัวและเนื้อหมู

อีกทั้งเวลากินเนื้อสัตว์หรืออาหารทุกชนิดก็ควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายหลั่งน้ำย่อยอาหารออกมาไม่มากจนก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้


อาหารเพื่อสุขภาพ
ขอขอบคุณภาพจาก imgcp.aacdn.jp

2. โยเกิร์ต

เนื่องจากในโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ชนิดดีซึ่งช่วยลดแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori หรือ H. pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ เพราะเชื้อแบคทีเรียนี้มีฤทธิ์ทำให้ผนังกระเพาะอาหารอ่อนแอลง หรือสามารถทำให้แผลที่หายแล้วเกิดเป็นแผลซ้ำอีกได้

ดังนั้น การรับประทานโยเกิร์ต จึงช่วยลดปริมาณแบคทีเรียชนิดที่เป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะได้ หรืออย่างน้อยๆ ก็ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดี ส่งผลให้กระเพาะอาหารและการทำงานของระบบลำไส้ดีขึ้นได้ด้วย

แต่ปริมาณที่เหมาะสมในการทานโยเกิร์ตหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนม สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร คือ โยเกิร์ตวันละ 1 ถ้วย หรือนมวันละ 1 แก้ว เท่านั้นก็เพียงพอแล้


ผลไม้เพื่อสุขภาพ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก www.atgardendelivery.com

3. กล้วยน้ำว้า

ในเนื้อและเปลือกกล้วยมีเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่มีผลยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้ลำไส้เล็กบีบตัวมากขึ้น จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ โดยวิธีทานกล้วยที่จะช่วยให้อาการของโรคกระเพาะอาหารดีขึ้น คือ

  • ให้นำกล้วยน้ำว้าดิบที่แก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือก) นำมาล้างน้ำให้สะอาด
  • ฝานกล้วยเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากแดดจัดจนแห้งกรอบ
  • นำกล้วยมาตำให้ละเอียด
  • จากนั้นให้คุณตักผงกล้วยที่ได้ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า ประมาณค่อนแก้ว ทานหลังอาหารทุกมื้ออาหาร

นอกจากอาหารที่ควรเลี่ยงและควรทานแล้ว ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารยังต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเองด้วย ด้วยการมีวินัยในการรับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลา กินผักผลไม้ ดื่มน้ำให้มากขึ้น งดสูบบุหรี่ และหมั่นออกกำลังกาย

ไม่ควรซื้อยารักษาโรคกระเพาะอาหารมากิน โดยเฉพาะยาแก้ปวดชนิดแอสไพริน ซึ่งมีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหาร และส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหารโดยตรง

หากเป็นอย่างนั้นแล้วคงทำให้อาการโรคกระเพาะอาหารทรุดหนักกว่าเดิม เผลอๆ อาจจะทำให้มีโรคร้ายอย่างอื่นแทรกซ้อนตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ได้ค่ะ


avatar
by wacheese

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon