เราเสี่ยงเป็น Burnout Syndrome (ภาวะหมดไฟในการทำงาน) หรือเปล่า?

posted: 1 year ago
1,410 views
เราเสี่ยงเป็น Burnout Syndrome (ภาวะหมดไฟในการทำงาน) หรือเปล่า?

comments

ปัจจุบัน โรคซึมเศร้า เป็นที่รู้จัก และเป็นกระแสมากขึ้น เพราะคนดังและมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายต่างเป็นกันเยอะมาก ซึ่งทำให้ช่วงนี้ หลายต่อหลายคนหันมาให้ความสนใจ และมาตรวจสอบภาวะซึมเศร้าของตัวเอง แต่ก็นั่นแหละค่ะ อาการที่คุณเป็นอยู่อาจไม่ใช่โรคซึมเศร้าก็ได้ แต่เป็นภาวะ Burnout Syndrome ต่างหากค่ะ


ภาวะหมดไฟในการทำงาน
ขอบคุณภาพจาก idskinexpert.com

 Burnout Syndrome หรือ ภาวะหมดไฟในการทำงาน คืออะไร?

คำว่า Burnout Syndrome นี้ยังไม่ได้ถูกจำกัดความ หรือระบุเกณฑ์การวินิจฉัยโรคอย่างชัดเจนเหมือนกับโรคทั่วไปอย่าง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคมะเร็ง หรือโรคเบาหวาน และเนื่องด้วยบุคคลที่อยู่ในภาวะ Burnout Syndrome มักมีอาการคล้ายคนเป็นโรคซึมเศร้า ที่มี ความวิตกกังวล อยู่สูง จึงอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้

ซึ่งภาวะ Burnout Syndrome เป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานเป็นหลัก

ฉะนั้น ผู้ที่มีอาการ Burnout Syndrome ไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป เพียงแต่มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคซึมเศร้าเท่านั้น โดยผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า และภาวะ Burnout Syndrome มักจะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือ รู้สึกหดหู่ เหนื่อย หมดแรง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง


ภาวะหมดไฟในการทำงาน
ขอบคุณภาพจาก zubzip.com

Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟในการทำงาน ของคนทำงาน

ภาวะ Burnout Syndrome ในคนทำงาน มักเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้

1. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

  • ตกอยู่ในสภาวะการทำงานที่เคร่งเครียด และกดดันเป็นเวลานาน
  • ต้องรับผิดชอบทำงานในส่วนที่ตนเองไม่ได้ปรารถนาที่จะทำ
  • งานมีลักษณะน่าเบื่อ ขาดความท้าทาย
  • ไม่ได้รับความใส่ใจ การยอมรับ หรือได้รับค่าตอบแทนน้อย
  • งานมีปริมาณมาก แต่อัตราคนน้อย
  • องค์กรขาดความมั่นคง ความชัดเจนในนโยบายการบริหาร
  • ระบบการทำงานขาดประสิทธิภาพ
  • ไม่สามารถตัดสินใจ หรือไม่มีอำนาจในการสั่งการ
  • ความไม่ยุติธรรมในองค์กร
  • ความขัดแย้งระหว่าง เพื่อนร่วมงาน หรือระหว่างลูกน้องกับเจ้านาย

2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของบุคคล

  • ทำงานหนัก จนไม่มีเวลาพักผ่อน
  • มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว หรือสิ่งอื่นๆ โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอ
  • อยู่ในสัมพันธภาพกับคู่สมรส หรือครอบครัวที่มีปัญหาความขัดแย้ง

3. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพส่วนบุคคล

  • เป็นคนที่ยึดติดความสมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานใน การทำงาน สูงจนเกินไป
  • ไม่ยืดหยุ่น ต้องการที่จะควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปในทิศทางของตน
  • มีความคาดหวังที่มากเกินกว่าความเป็นจริง


ภาวะหมดไฟในการทำงาน
ขอบคุณภาพจาก honestdocs.co

มาประเมินภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงานกัน

ภาวะ Burnout Syndrome สามารถสังเกต และประเมินอาการในเบื้องต้นได้ 3 ลักษณะ ดังนี้

  • อาการทางกาย

อาทิ นอนไม่หลับ รู้สึกเหนื่อย หมดแรง ร่างกายอ่อนเพลีย มีอาการปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ความสามารถในการจำ และสมาธิในการทำงานลดลง

  • อาการทางอารมณ์

อาทิ รู้สึกล้มเหลว เบื่อ สิ้นหวัง ขาดแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน มีทัศนคติที่ไม่ดีต่องานที่ทำอยู่ หรือมีความขัดแย้งกับคนที่ทำงานมากขึ้น

  • อาการทางพฤติกรรม

อาทิ เริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน และคนในครอบครัวน้อยลง มาทำงานสาย กลับบ้านก่อนเวลา ไม่กระตือรือร้น และขาดความคิดริเริ่มที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ

หรือในบางคน อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้สิ่งเสพติดด้วย เช่น บุหรี่ เหล้า กัญชา เป็นต้น


ภาวะหมดไฟในการทำงาน
ขอบคุณภาพจาก unitedkingdommattress.com

รักษา Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟในการทำงาน ด้วยตัวเอง

วิธีรักษาอาการ Burnout Syndrome ให้ได้ผลดีที่สุด ต้องเริ่มที่ตัวคุณเองค่ะ หากคุณเริ่มรู้สึกว่างานที่คุณทำอยู่ไม่มีความสุข หรือ ไม่กระตือรือร้นในการทำงานมากเท่าที่ควรแล้ว เราอยากลองให้คุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อให้คุณกลับมามีไฟในการทำงานอีกครั้ง

พฤติกรรมที่ควรเปลี่ยน เพื่อบำบัดอาการ Burnout Syndrome

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด
  • ลาพักผ่อนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อปรับสมดุลของร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ
  • ลาป่ว หากคุณมีอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย ก็หัดลาป่วยซะบ้าง อย่าทำงานหักโหมจนเกินไป
  • จัดระเบียบการใช้ชีวิต จัดลำดับความสำคัญของงาน และเวลาในการทำงาน
  • ผ่อนคลายความเครียดด้วยการทำกิจกรรมที่คุณชอบ
  • ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร และจำกัดเวลาการใช้โซเชียลมีเดีย
  • ปรับทัศนคติในการทำงาน ของคุณ ว่าความเครียดในการทำงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป
  • พัฒนาทักษะการปรับตัว การสื่อสาร การแก้ปัญหา และเพิ่มความยืดหยุ่นในทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือคนรอบข้างบ้าง
  • พยายามหลีกเลี่ยงการสนทนากับบุคคลที่มองโลกในแง่ร้าย

อย่างไรก็ตาม การรักษา หรือการวินิจฉัยโรคที่เรานำมาฝากข้างต้นนี้ เป็นเพียงเบื้องต้น และผิวเผินเท่านั้น เพราะฉะนั้น rabbit finance ขอแนะนำให้คุณไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ช่วยทำการวินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องจะดีกว่าค่ะ


avatar
by tira.Cha
∞ เป็นผู้หญิงรักแมวที่อินกับทุกเรื่อง ร้องไห้กับเพลงเศร้าทุกเพลง และยิ้มไปกับบทความที่น่ารักของทุกคน ∞
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon