ไขข้อข้องใจ 5 โมเดลรถที่อ่านแล้วงง ตกลงคือรถอะไร

posted: 2 years ago
3,014 views
ไขข้อข้องใจ 5 โมเดลรถที่อ่านแล้วงง ตกลงคือรถอะไร

comments

ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพแบบไหน พนักงานออฟฟิศ วิศวกร อาชีพอิสระ หรือค้าขายออนไลน์ หากคุณมีเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากเป็นประจำ ให้เข้าใจอย่างตรงกันเลยว่าเราเป็นบุคคลที่มีรายได้ ซึ่งหน้าที่สำคัญของคนมีรายได้คือการเสียภาษีประจำปี ซึ่งถ้าคุณทำประกันชีวิตก็นำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน

และถ้าคุณมีรถยนต์ไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถสปอร์ต รถตู้ ฯลฯ นอกจาก ประกันภัยรถยนต์ แล้ว คุณควรให้ความสำคัญกับการต่อภาษีทะเบียนรถยนต์ประจำปีด้วย เพราะภาษีรถยนต์ ถือเป็นภาระที่เจ้าของรถยนต์ต้องรับผิดชอบ โดย พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จะกำหนดอัตราในการเก็บภาษีตามความจุกระบอกสูบ หากรถมีอายุเกิน 7 ปีต้องของใบตรวจอนุญาต (ตรอ.)​ ด้วย


โมเดลรถ

โมเดลของรถ และการต่อ ภาษีรถยนต์

ในประเทศไทยมีรถยนต์ทั้งเก่าและใหม่จำหน่ายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะ รถป้ายแดง  รถมือสอง เพื่อตอบสนองความต้องการต่อการใช้งานของคนผู้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน หรือใช้ขนส่งสินค้าเพื่อสร้างเม็ดเงินให้ตัวเอง เรียกได้ว่าใครคิดจะซื้อรถใหม่ก็น่าจะปวดหัวพอสมควร เพราะนอกจากยี่ห้อรถแล้ว ยังต้องใช้ประเภทรถในการตัดสินใจด้วย

ซึ่งค่ายรถยนต์ชั้นนำต่างๆ พากันคิดค้น พัฒนารถยนต์ให้รถมีความเอนกประสงค์มากขึ้น ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น เมื่อรถไม่ใช่แค่รถยนต์เฉยๆ แต่เป็นรถยนต์ประเภท SUV, MPV, Hatchback, Sedan ซึ่งประเภทรถยนต์เมื่อถูกผนวกเข้ากับภาษีรถยนต์แล้ว ก็มีส่วนในการคำนวณภาษีรถยนต์ เหมือนกัน เช่น

  1. รถยนต์ 4 ประตู เครื่อง 3000 ซีซี เสียภาษีเท่าไหร่ต่อปี
  2. รถยนต์ 2 ประตู เครื่อง 2500 ซีซี เสียภาษีเท่าไหร่ต่อปี
  3. รถเก๋ง เครื่อง 1800 ซีซี เสียภาษีเท่าไหร่ต่อปี
  4. รถสปอร์ต Hatchback เสียภาษีเท่าไหร่ต่อปี

ที่ประเภทของรถ มีส่วนเกี่ยวข้องในการจ่ายเงินภาษีรถยนต์ ก็เพราะว่า กรมขนส่งแบ่งรถออกเป็น 17 ประเภท เช่น  รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน, รถบรรทุกส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์​ ฯลฯ (สามารถดูรูปแบบของรถ และรถทั้ง 17 ประเภทได้ที่ www.attendcon.com)​


มาทำความรู้จักโมเดลของรถกันดีกว่า!

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การเสียภาษีรถยนต์​ นอกจากกำลังสูบที่เป็นตัววัดแล้ว โมเดลรถน่าจะมีส่วนในการคิดคำนวณอยู่บ้าง อีกทั้งรถบางประเภทก็เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่นำไปใช้ในครอบครัวได้ แต่ดันมีชื่อเรียกต่างกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สับสนว่า รถ SUV รถ MPV หรือ รถ Hatchback และรถ Sedan ต่างกันอย่างไร ไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

รถยนต์เอนกประสงค์ หรือที่เรียกกันว่า รถ SUV รถ PPV  รถ MPV นับว่าเป็นรถที่ให้อรรถประโยชน์ที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งขนาดตัวรถยนต์จะยาวคล้ายรถเก๋งกึ่งรถตู้ ภายในโปร่ง กว้างขวาง ปรับเปลี่ยนรูปแบบของเบาะตอนหลังให้นั่งได้หลายที่ แถมยังยกสูงเพื่อเหมาะแก่การนำไปขับสมบุกสมบัน

รถ SUV

  • รถยนต์เอนกประสงค์ประเภท SUV

รถ SUV ที่มีชื่อภาษาอังกฤษเต็มๆ ว่า “Sports Utility Vehicle” ถ้าแปลให้เข้าใจง่ายขึ้นจะมีความหมายว่า รถสปอร์ตสารพัดประโยชน์ที่มีสมรรถนะสูง สามารถบรรทุกสัมภาระในการเดินทางได้เยอะ แถมตัวรถยังยกสูงขึ้นเหมาะแก่การขับสมบุกสมบัน มีที่นั่ง 5 หรือ 7 อยู่ที่ความยาวของตัวรถ รวมไปถึงมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน เรียกได้ว่าเป็นรถครอบครัวยอดนิยม รถ SUV ในประเทศไทยได้แก่

  • Mazda CX-5
  • Nissan X-Traill

ภาษีรถยนต์
(cc) : www.autoblog.com
  • รถ PPV

รถ PPV เป็นรถเอนกประสงค์อีกชนิดหนึ่ง ถูกย่อมาจากคำว่า “Pick-up Passanger Vehicle” มีชื่อเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นโดยถูกเรียกตามนิยามของกรมสรรพสามิต เป็นรถที่ถูกพัฒนามาเป็นรถเอนกประสงค์โดยใช้พื้นฐานจารถกระบะพัฒนาให้เป็นรถโดยสาร

เหตุผลหลักก็เพื่อเป็นรถเอนกประสงค์ที่ลุยเส้นทางสมบุกสมบันไม่แพ้กระบะ ส่วนมากจะถูกออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง ถึงแม้จะถูกดัดแปลงมาจากกระบะ ก็ใช่ว่าช่วงล่างจะเหมือนกัน เพราะถูกเปลี่ยนช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลมากกว่า อย่างช่วงล่างของรถกระบะจะเป็นกระบะที่เป็นแหนบ เมื่อเป็น PPV จะใช้ช่วงล่างแบบคอยล์สปริง ถ้าพูดถึงประเทศไทย ก็เป็นรถจำพวก

  • Isuzu Mu-X ที่มีพื้นฐานเดิมมาจาก Isuzu D-Max
  • Mitsubishi Pajero Sport ที่มีพื้นฐานเดิมจาก Mitsubishi Triton

ภาษีรถยนต์
(cc) : www.car250.com
  • รถ MPV

รถ MPV หรือ  “Multi Purpose Vehicle”  รถเอนกประสงค์ที่มีที่นั่งตั้งแต่ 6 – 11 ที่นั่งขึ้นอยู่กับขนาดของตัวรถ ได้เปรียบกว่ารถ SUV และ PPV มีพื้นฐานคล้ายๆ รถตู้ คือ ลำตัวรถยาว ท้ายตัด ฝากระโปรงท้ายเป็นแบบตัดตรงเหมือนรถตู้ และด้านหน้ามีส่วนยื่นออกมาคล้ายรถตู้ แถมหลังคายังสูงโปร่ง และรถ MPV ยังถูกแบ่งเป็น Mini MPV, Compact MPV และ Large MPV เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ถ้าในประเทศไทย ก็เป็นรถจำพวก

  • Honda Mobilio
  • Hyundai H1

ภาษีรถยนต์​
(cc) : www.caranddriver.com
  • รถ  Sedan

รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง หรือรถสปอร์ตซีดาน สปอร์ตคูเป้ หรือในบ้านเราที่เรียกกันคุ้นหูว่า “รถเก๋ง”​ มีลักษณะเดียวกับรถยนต์นั่งทั่วไป ยกเว้นรูปทรงและสไตล์การดีไซน์รูปแบบสปอร์ต เสริมชุดแต่งรอบคัน ตัวถังมีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักรถยนต์​และทำให้รถมีอัตราเร่งสูง และวิ่งได้ในอัตราเร็วสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเกือบสองเท่า

ถ้าคุณชอบขนนู่นขนนี่ รถสปอร์ตซีดานไม่น่าจะเหมาะสมมากนัก เพราะเน้นความหรูหรา ตอบโจทย์ความสบายมากกว่า ซึ่งในประเทศไทยที่จะเห็นรถ Sedan คือ

  • Mazda MX-5
  • Nissan GT-R

 

ภาษีรถยนต์​
(cc) : www.motortrend.com
  • รถ Hatchback

รถยนต์แบบ Hatchback คือ รถยนต์ที่บรรทุกผู้โดยสารได้เทียบเท่ารถเก๋ง แต่มีช่วงท้ายใช้ประโยชน์ได้มากกว่ารถเก๋งซีดาน ซึ่งประตูท้ายอาจจะเป็นประตูที่ 3 หรือประตูที่ 5 เป็นแบบมีบานพันติดด้านบน ใช้เปิดฝากระโปรงท้ายรถขึ้นและปิดด้วยการลดลง เบาะที่นั่งตอนท้ายสามารถพับลงเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกของได้อีกด้วย

สำหรับการออกแบบ ในระยะหลังๆ จะให้แบบเป็นรถครอบครัว แม้ขนาดจะไม่ใหญ่มากแต่ก็ขนของได้มากกว่าที่คิด ต่างจากรถซีดานโดยสิ้นเชิง ซึ่งรถ Hatchback ในไทยได้แก่

  • Honda Civic Hatchback

นี่คือโมเดลรถที่ยกตัวอย่างให้ดูพอสังเขป (อย่างน้อยๆ ก็ช่วยคนที่กำลังสับสนอยู่ละเนอะ) ไม่ว่าคุณจะใช้รถประเภทใด รถมีกระบอกสูบแค่ไหน สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือการเสียภาษีรถยนต์ เพราะเป็นหน้าที่หลักของคนมีรถ

ส่วนรถคันไหนที่มีประกันสมัครใจ ต้องเสียเบี้ยประกันซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ใครที่มองหาวิธีที่จะช่วยลดหย่อนค่าเบี้ยประกันรถยยนต์ การติดกล้องหน้ารถก็ช่วยได้เยอะทีเดียวนะ


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon