สิ่งที่ต้องทำเมื่อรถยนต์ของคุณเกิดอุบัติเหตุ (เบื้องต้น)

posted: 2 years ago
สิ่งที่ต้องทำเมื่อรถยนต์ของคุณเกิดอุบัติเหตุ (เบื้องต้น)

comments

เรารู้กันอยู่แล้วว่าการขับขี่รถบนท้องถนนนั้นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากคงหนีไม่พ้น การเคารพกฎจราจร และการใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ค่ะ เพราะหาก เราปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดแล้ว ย่อมมีส่วนช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ได้อย่างแน่นอน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกการขับขี่ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ เพราะในบางครั้งถึงแม้ว่าเราจะระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดแล้วก็ย่อมหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุรถยนต์ไม่ได้อยู่ดี สิ่งหนึ่งที่เราจึงต้องเรียนรู้ไว้ก็คือการปฏิบัติตัวเมื่อเราต้องเจอกับอุบัติเหตุรถยนต์ นั่นเองค่ะ

 


 

สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์    

1.โทรแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้ทราบถึงอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดขึ้นทันที!

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ เพราะการที่เราโทรแจ้งให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดขึ้น บริษัทประกันภัยรถยนต์จะส่งพนักงานเคลมประกันมาดำเนินการด้านต่างๆแทนเรา

ไม่ว่าจะเป็นกรณีเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีในกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูก หรือ ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดหรือมีความรับผิดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเกิดขึ้น หากประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้ให้ความคุ้มครองในแง่ของการรับผิดหรือประกันตัวผู้กระทำผิดด้วย

การแจ้งให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบทันทีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์จะเป็นประโยชน์กับคุณในแง่ของเอกสาร และรูปคดี ด้วยนั่นเองค่ะ

การโทรแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ คุณควรแจ้งรายละเอียดของรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ ทะเบียนรถ เลขที่กรมธรรม์ประกันภัย และชื่อผู้ขับขี่พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ควรแจ้งสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน จุดที่คุณจอดรถอยู่ หรือถ้าไม่ทราบจริงๆว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนให้สังเกตจุดเด่นของสถานที่นั้นๆและแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เดินทางมาที่เกิดเหตุได้อย่างเร็วที่สุด และ หากมีการเคลื่อนย้ายรถในกรณีที่มีการกีดขวางการจราจร ก็ควรแจ้งบริษัทประกันให้ทราบอีกครั้ง

 


 

 

2.เก็บหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์

เรื่องของหลักฐานในที่เกิดเหตุถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลโดยตรงกับผลประโยชน์ของเราและคู่กรณีนั่นเองค่ะ เพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่เราตกลงกับคู่กรณีไม่ได้ เรื่องจะต้องถูกส่งไปศาล

ดังนั้นในส่วนของ พยานหลักฐาน เช่น เวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุ ใบเสร็จ เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ก็ควรจะมีการบันทึกไว้ค่ะ

ไม่ว่าหลักฐานนั้นจะมาในรูปแบบของรูปถ่ายที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือคลิปวิดีโอเหตุการณ์จากกล้องติดหน้ารถยนต์ล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีทั้งนั้น เพราะหากต้องมีการเปรียบเทียบปรับฝ่ายผิดที่โรงพักหรือในกรณีที่เรื่องถึงศาลนั้น ศาลจะให้น้ำหนักกับหลักฐานมากกว่าการพูดปากเปล่า นั่นเองค่ะ ซึ่งการเก็บหลักฐานนั้นก็จะสามารถแบ่งออกได้อีกหลายกรณีเช่น

  • กรณีที่คุณเป็นฝ่ายถูก

สิ่งที่คุณต้องทำคือ จดทะเบียนรถ ชื่อ ที่อยู่ของคู่กรณี เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ  ยี่ห้อรถยนต์ รุ่น สี รวมถึง ลักษณะการเกิดเหตุ จุดเกิดเหตุและจุดสังเกต เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับแจ้งอุบัติเหตุต่อบริษัทประกันภัยรถยนต์

  • กรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด

ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ สิ่งที่คุณควรทำคือให้ ชื่อ-ที่อยู่ของคุณแก่คู่กรณี ในกรณีที่คู่กรณีมีการร้องขอข้อมูลในส่วนนี้ หลังจากที่ตกลงกันได้ว่าคุณเป็นฝ่ายผิดแล้ว ควรแยกรถให้พ้นจากการกีดขวางการจราจร

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณ ไม่ควรเซ็นชื่อในเอกสารอะไรก็ตามที่คู่กรณีต้องการให้เซ็นจนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยรถยนต์จะไปถึงที่เกิดเหตุ

  • กรณีไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด

หากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ขึ้นและคุณไม่แน่ใจว่าใครเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีใครยอมรับผิดนั้น ห้ามเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเครื่องหมายการเกิดเหตุและเป็นผู้สั่งให้เคลื่อนย้ายรถ

  • กรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำคือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาให้เร็วที่สุด และระหว่างนั้น อย่าเพิ่งตกลงเรื่องของค่าเสียหายใดๆกับคู่กรณีจนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยรถยนต์จะไปถึง และในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดและมีความผิดทางอาญา ให้รอปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ก่อนจะดีที่สุดค่ะ

  • กรณีโดนชนแล้วหนี

สิ่งที่คุณต้องทำคือ แจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และหากคุณทราบทะเบียนรถของคู่กรณีหรือมีหลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถระบุคู่กรณีได้ก็ให้แจ้งให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบข้อมูลส่วนนี้ ด้วยค่ะ

และใน การแจ้งความกรณีโดนชนแล้วหนีนั้น แนะนำให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีไม่ใช่การแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน เว้นเสียแต่ว่าคุณไม่ทราบทะเบียนรถของคู่กรณีการแจ้งความนั้นจึงจะเป็นการแจ้งความเพื่อใช้เป็นหลักฐานนั่นเองค่ะ

  • คู่กรณีไม่มีบัตรประจำตัวหรือหลักฐานใดๆ

ในกรณีแบบนี้เราแนะนำให้ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ หาทางติดต่อเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยที่คุณใช้บริการอยู่ให้เร็วที่สุด ค่ะ และห้ามตกลงค่าเสียหายจนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันจะไปถึง เด็ดขาด

เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดได้ตลอดเวลาหากเราประมาท แน่นอนว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้เกิดจากสาเหตุรถยนต์ชนกันเท่านั้น การที่เรามีการใช้รถในสภาพที่ไม่พร้อม หรือ สถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่าง ก็ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน และหากคุณไม่อยากเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ ก็ต้องหาวิธีรับมือไว้ให้ดีนะคะ

 

ข้อมูลจาก : รู้ทุกเรื่องประกันภัย


สนใจทำประกันรถยนต์ ราคาประหยัด กดเลย!


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon