ให้ตายเถอะ!!! ผ่อนบ้านไม่ไหว เอายังไงต่อไปดี?

posted: 1 year ago
ให้ตายเถอะ!!! ผ่อนบ้านไม่ไหว เอายังไงต่อไปดี?

comments

อยากมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งที ทำไมมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้คะ ถึงแม้จะเจอบ้านในฝันที่ถูกใจแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะผ่อนได้หมด ถึงจะ กู้สินเชื่อบ้าน มาช่วยแล้ว แต่ก็ยังมีภาระผ่อนบ้านเหลืออยู่อีกบานเลย แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถจ่ายค่าผ่อนบ้านได้อีกต่อไป เราต้องเสียบ้านแสนรักของเราไปเลย หรือเราจะสามารถแก้ไขอะไรได้บ้างมั้ยนะ?


ผ่อนบ้านไม่ไหว

9  ทางออก ช่วยแก้ปัญหา ผ่อนบ้านไม่ไหว

1.ขอผ่อนผันยอดชำระหนี้กับธนาคาร

เมื่อคุณต้องประสบปัญหาผ่อนค่าบ้านไม่ไหว สิ่งแรกที่คุณควรจะทำเลย คือ เข้าไปที่ธนาคารที่คุณขอกู้สินเชื่อมา เจรจาขอผ่อนผันหนี้ เพื่อปรับเงื่อนไขของสินเชื่อบ้านค่ะ

โดยคุณสามารถของดผ่อนค่างวดชั่วคราว หรือ ลดค่างวดต่อเดือนลงก็ได้ แล้วแต่ที่จะตกลงกับธนาคารค่ะ ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะช่วยต่อชีวิตให้คุณพ้นวิกฤตตรงหน้าไปได้ชั่วคราว จนกว่าคุณจะเริ่มตั้งตัวใหม่ได้อีกครั้ง

2.ขอขยายเวลาชำระค่างวด

สำหรับการผ่อนบ้านนั้น คุณสามารถขอขยายเวลาผ่อนไปได้ยาวสูงสุดถึง 30 ปี ซึ่งการยืดเวลาผ่อนให้นานขึ้น จะช่วยทำให้ค่างวดต่อเดือนลดน้อยลงได้ แต่อย่าลืมว่าการทำแบบนี้  เราเป็นหนี้นานขึ้น เพราะฉะนั้น ตัดสินใจดีๆ นะคะ

3.ขอกู้เงินเพิ่ม เพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

นอกจากเงินกู้ที่คุณจะต้องชำระให้หมดแล้ว ดอกเบี้ย ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนี้ที่คุณต้องจ่ายมีจำนวนมากขึ้นได้ค่ะ ดังนั้น ถ้าคุณไม่สามารถชำระดอกเบี้ยเงินกู้ที่ค้างอยู่ได้  คุณสามารถขอกู้เงินเพิ่มเพื่อนำมาชำระดอกเบี้ยได้ค่ะ

โดยเงื่อนไขโดยทั่วไป คือ ในระยะเวลา 3 เดือน ก่อนการขอกู้เพิ่ม ลูกหนี้จะต้องชำระเงินค่างวดอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อนำวงเงินที่ขอกู้เพิ่มรวมกับเงินต้นคงเหลือแล้ว เงินงวดใหม่ต้องมากกว่าแต่ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินงวดเดิม


ผ่อนบ้านไม่ไหว

4.ขอชำระแค่ดอกเบี้ยในเดือนนั้นเท่านั้น

ในบางเดือนที่คุณไม่สามารถจ่ายค่างวดแบบเต็มๆ ได้ คุณสามารถขอธนาคาร ชำระเงินแค่ส่วนดอกเบี้ยของเดือนนั้นๆ ได้ค่ะ

ปกติเงื่อนไขนี้ จะให้ได้เฉพาะคนที่มี ประวัติการชำระหนี้ ที่ผ่านมาสม่ำเสมอเท่านั้น โดยจะให้ได้สูงสุดแค่ 12 เดือน และสามารถขอได้ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ

5.ขอชำระหนี้ ต่ำกว่าค่างวดปกติ

ถ้ามันมาถึงขั้นที่จนมุมสุดๆ แล้ว คุณอาจจะต้องไปร้องขอธนาคารว่า ขอชำระหนี้น้อยกว่าค่างวดปกติได้หรือไม่  วิธีนี้คุณจะสามารถทำได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น และระยะเวลาที่ได้ก็จะไม่เกิน 2 ปีค่ะ โดยจำนวนเงินที่ธนาคารจะอนุมัติได้นั้น จะต่ำกว่าค่างวดปกติ แต่ต้องมากกว่าดอกเบี้ยประจำเดือนอย่างน้อย 500 บาทค่ะ

6.ขอลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ

การขอลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ จะใช้เมื่อคุณได้รับดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มจากอัตราปกติ โดยคุณสามารถแจ้งขอลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ชำระเงินได้ หากลูกหนี้ได้ชำระเงินตามเงื่อนไข คือ ชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดในวันเดียว (รวมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างทั้งหมดด้วย) หรือชำระหนี้ที่ค้างเป็นเงินก้อนครั้งเดียวเท่ากับ 3 งวด


ผ่อนบ้านไม่ไหว 3

7.ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินชั่วคราว

เมื่อการขอเจรจาประนอมหนี้กับธนาคาร ก็ยังไม่ช่วยให้สถานการณ์ทางการเงินของคุณดีขึ้น วิธีต่อไปที่คุณควรพิจารณา คือ การโอนบ้านให้ธนาคารชั่วคราว

เหมือนขายบ้านต่อให้ธนาคารชั่วคราว แล้วตัวเราเป็นผู้เช่าบ้านแทน ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีเงินพอแล้ว คุณก็สามารถไป ซื้อบ้าน กลับมาเป็นของตัวเองได้ค่ะ

ปกติสถาบันการเงินจะรับโอนหลักประกัน โดยหักกลบลบหนี้ในจำนวนไม่เกิน 90 % ของมูลค่าหลักประกัน หากมีหนี้ส่วนที่เกิน ลูกหนี้จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่โอนบ้านเลย ซึ่งการทำแบบนี้ จะทำให้ค่าผ่อนบ้านที่คุณต้องจ่าย มาอยู่ในรูปแบบของ ค่าเช่าบ้าน ทำให้จ่ายน้อยลงนั่นเอง และถ้าอยากจะซื้อบ้านคืน สถาบันการเงินจะขายคืนให้ โดยพิจารณาราคาจากยอดหนี้คงเหลือที่ใช้หักกลบลบหนี้กับหลักประกันค่ะ

8.ขอให้สถาบันการเงิน ชะลอการฟ้อง

ถ้าคุณผิดชำระหนี้สินเชื่อหลายๆ งวดเข้า โดยไม่เข้าไปเจรจาอะไรกับทางสถาบันการเงินเลย คุณอาจจะ โดนฟ้องกลับ ได้เลยนะคะ ซึ่งถ้าไปถึงขั้นนั้นแล้วจริงๆ ให้คุณรีบเข้าไปขอชะลอการฟ้องโดยด่วยเลยค่ะ

โดยเงื่อนไขที่จะสามารถขอชะลอการฟ้องได้ คือ ลูกหนี้จะต้องชำระเงินติดต่อกันให้ทันงวดภายใน 6 เดือน แล้วผ่อนชำระต่อตามสัญญาเดิม หรือขอชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือน โดยไม่ผิดนัดชำระงวดบ้านเป็นเวลาไม่เกิน 12 เดือน ซึ่งถ้าสามารถทำได้ ทางสถาบันการเงิน จะคำนวณเงินงวดใหม่ที่คุณต้องชำระต่อไป ซึ่งจะเป็นจำนวนที่น้อยลงได้ค่ะ

9.กู้เงินจากที่ทำงานของคุณแทน

วิธีนี้อาจจะใช้ได้กับเฉพาะแค่บางคน และใช้ได้เมื่อคุณมีหนี้เหลืออยู่ไม่เยอะมากเท่านั้น โดยที่ทำงานของบางคน จะมีสวัสดิการด้านการเงิน ที่สามารถให้คุณกู้ยืมได้ ซึ่งดอกเบี้ยจะน้อยกว่าธนาคารแน่นอนค่ะ

โดยคุณอาจจะเลือกขอกู้เงินจากที่ทำงานมา ปิดหนี้สินเชื่อบ้าน เพื่อจะจ่ายดอกเบี้ยที่ถูกกว่าก็ได้ค่ะ

ปัญหาด้านการเงิน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ โดยสิ่งที่คุณต้องจำไว้คือ คุณต้องรีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นมาอาจจะบานปลายจนเกิดเหตุได้นะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon