WHO ประกาศ โรคติดต่อ เฝ้าระวังปี 2018 !

posted: 1 year ago
WHO ประกาศ โรคติดต่อ เฝ้าระวังปี 2018 !

comments

“โรคติดต่อ” ฝันร้ายที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วสามารถลุกลามไปได้อย่างรวดเร็ว และมีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งคนและสัตว์ ทุกครั้งเมื่อเกิดโรคติดต่อขึ้น สิ่งที่สื่อและคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและจดจำได้เป็นอันดับแรกๆ ก็คือสถิติ จำนวน และตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อและการเสียชีวิต เพื่อความไม่ประมาท จะดีกว่าไหม? หากเราเตรียมพร้อม ป้องกันอันตรายจากโรค ติดต่อที่อาจเกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ


โรคติดต่อ

โรคติดต่อเฝ้าระวังปี 2018 เป็นแล้วเสี่ยงถึงตาย!

WHO หรือที่มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศถึงรายงานแม่แบบแห่งปี 2018 ซึ่งเป็นการคาดเดาความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดสำคัญๆ ในแต่ละปี จากการประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 องค์การอนามัยโลกได้ลิสต์รายชื่อโรคติดต่อ และโรคระบาดที่ควรเฝ้าระวังประจำปี 2018 นี้

โดยหนึ่งในรายชื่อโรคระบาดอันตรายเหล่านั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ใส่ โรคเอ็กซ์ ( โรคระบาดชนิดใหม่) เพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งโรคเอ็กซ์เป็นโรคที่ยังไม่มียารักษา และคาดว่าถ้าเกิดการแพร่ระบาดของโรคเอ็กซ์ขึ้นมา อาจคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกได้หลายล้านคนเลยทีเดียว

โรคระบาดและโรคติดต่อที่ควรระวังในปี 2018

จากรายงานของ WHO นั้น ได้แก่โรคดังต่อไปนี้

1. โรค CCHF (Crimean-Congo haemorrhagic fever)

เป็น โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ติดต่อได้จากการถูกเห็บในตระกูล Hyalomma และตระกูล Rhipicephlaus (Dog tick) กัด สัตว์ที่เป็นพาหะของโรคนี้ก็คือ แพะ แกะ โค นกอีมู และนกกระจอกเทศ เป็นต้น

โดยทวีปที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้แก่ อาฟริกา ยุโรป และเอเชีย ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดโรค อย่างไรก็ตาม โรคนี้ก็ยังเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวังอยู่ดี เนื่องจากประเทศไทยมีสัตว์ที่เป็นพาหะและสัตว์ที่เป็นโฮสต์ของโรคนี้อยู่

2. โรคอีโบลา (Ebola virus disease and Marburg virus disease)

เป็นโรคติดต่อที่เกิดจาก เชื้อไวรัสอีโบลา มีความรุนแรงค่อนข้างมากและอันตรายถึงชีวิต ต้นตอของโรคนั้นมาจากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งในร่างกายจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ลิงหรือค้างคาวผลไม้ เชื่อว่าค้างคาวผลไม้เป็นตัวพาหะและแพร่โรคโดยไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส

เมื่อได้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและอวัยวะที่สำคัญต่างๆ จะได้รับความเสียหาย นำไปสู่ภาวะเลือดออกที่รุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้ จนถึงปัจจุบันนี้โรคอีโบลายังไม่มีวัคซีนรักษาให้หายขาด มีเพียงการประคองอาการให้คงที่เท่านั้น


3. โรคไข้ลัสสา (Lassa fever)

เป็นโรคที่มีการติดเชื้อ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย โดยคนจะติดเชื้อได้จากการหายใจเอาละอองของเสียที่หนูขับถ่ายออกมา การกินอาหาร การใช้ภาชนะที่มีเชื้อ หรือติดเชื้อทางแผล/เยื่อเมือกบุผิว

โรคนี้มีอาการคล้ายกับ โรคพิษสุนัขบ้า หลังจากที่ติดเชื้อแล้ว ผู้ติดเชื้อประมาณร้อยละ 80 จะไม่แสดงอาการ แต่ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 20 จะมีอาการแทรกซ้อน

โรคติดต่อ

4. โรคซาร์ส และไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV and SARS)

เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย สามารถติดได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ ต้นตอของโรคเกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส ช่วงแรกผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการติดเชื้อที่ปอดและทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง หรือหายใจลำบาก ในรายที่มีอาการรุนแรงพบว่า ผู้ป่วยจะมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีลักษณะของกลุ่มอาการใน ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน อย่างรุนแรงได้ ปัจจุบันโรคนี้ไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะต่อเชื้อในการรักษา ทำได้เพียงให้การรักษาตามอาการและการรักษาแบบประคับประคอง

5. โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดราและไวรัสนิปาห์ (Nipah and henipaviral diseases)

ทั้งสองโรคเป็น ไวรัสที่ก่อโรคในสัตว์ และสามารถลุกลามมาสู่คนได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ โดยต้นตอที่ทำให้เกิดโรคนี้นั้นมาจากค้างคาวกินผลไม้ ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงการติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยกัน


6. โรคไข้ริฟวาลเลย์ (Rift Valley fever )

เป็น โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งโรคสามารถก่อให้เกิดโรคและอาจเกิดอาการรุนแรงทั้งในสัตว์และคน โดยการระบาดของโรคก่อให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากการตายและการแท้งในสัตว์ที่มีการติดเชื้อไวรัสริฟต์วาลเลย์

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อติดเชื้อจะมีอาการคอแข็ง แพ้แสง เบื่ออาหาร อาเจียน ในระยะแรกอาจจะทำให้วินิจฉัยผิดพลาดเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายเชื้อระหว่างคนสู่คน และยังไม่พบรายงานการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์

7. โรคไข้ซิกา (Zika)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกาที่อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (flavivirus) มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยยุงที่เป็นพาหะนำโรคไข้ซิกาเป็นชนิดเดียวกันกับยุงที่เป็นพาหะของ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya) และไข้เหลือง

เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อจะเริ่มมีไข้ มีผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้ซิกาโดยเฉพาะ ทำได้เพียงรักษาตามอาการไปก่อน ทั้งนี้ ห้ามรับประทานยาแอสไพรินหรือยากลุ่มลดการอักเสบ NSAIDs เด็ดขาด เนื่องจากยาบางชนิดเป็นอันตรายสำหรับโรคนี้           

8. โรคเอ็กซ์ (Disease X)

โรคลึกลับชนิดนี้เพิ่งถูกเพิ่มลงไปในรายชื่อของโรคติดต่อเฝ้าระวังจาก WHO ได้ไม่นาน แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าโรคเอ็กซ์เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกสันนิษฐานว่า มันอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ทางชีววิทยาโดยติดต่อจากสัตว์ไปยังมนุษย์ หรือไม่ก็อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์เอง

แม้จะยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางทีมวิจัยก็ได้เร่งหาวิธีป้องกันโรคระบาด และวิธีรักษาให้ได้ เพราะถ้าหากว่าโรคนี้เกิดระบาดขึ้นมาย่อมมียอดผู้เสียชีวิตนับล้านอย่างรวดเร็วแน่นอน

และนี่ก็คือ 8 โรคติดต่อเฝ้าระวังประจำปี 2018 ที่ rabbit finance คัดมาให้คุณผู้อ่านได้อัพเดทกันค่ะ เห็นแบบนี้แล้วก็อย่างเพิ่งตื่นตระหนกตกใจกันนะคะ เพราะนี่เป็นเพียงการประกาศเตือนให้เรารู้ตัวเอาไว้ก่อน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคเอ็กซ์ไว้แต่เนิ่นๆ ต่างหาก 


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon