อาจจะเป็นเธอหรือเปล่า? เศรษฐีอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมไอที

posted: 2 months ago
อาจจะเป็นเธอหรือเปล่า? เศรษฐีอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมไอที

comments

“ใครอยากเป็น เศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”

ได้ยินแบบนี้ไม่ว่าใครก็อยากเป็น เศรษฐี กันทั้งนั้น พูดถึง ‘เศรษฐี’ ทั้งทีเพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าใครคือ เศรษฐีอันดับ 1 ในวงการอุตสาหกรรมไอที ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก รู้คำตอบกันรึยังเอ่ย? ถ้ายังไม่ทราบ rabbit finance หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ งานนี้เศรษฐีอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมไอทีจะเป็นใคร ไปดูกันเลยดีกว่า!


สรุปแล้วใครคือเศรษฐีอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมไอที

rabbit finance เชื่อเหลือเกินค่ะว่า เวลาที่เรานึกถึงคนดังในวงการอุตสาหกรรมไอทีจะต้องนึกถึง 3 ทหารเสืออย่างแจ๊ค หม่า, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ บิล เกตส์ แต่รู้หรือไม่คะว่า ทั้ง 3 คนนี้แม้ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยค่อนข้างมาก

แต่ใช่ว่า 1 ใน 3 คนนี้จะเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ในวงการอุตสาหกรรมไอทีนะ สงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะว่าทั้ง 3 ท่านอยู่อันดับที่เท่าไหร่ วันนี้ rabbit finance จึงไม่รอช้า ขอเปิดเผยอันดับของนักธุรกิจทั้ง 3 ท่านให้เพื่อนๆ ได้ทราบไปพร้อมๆ กัน

เศรษฐี
ขอบคุณภาพจาก thairath.co.th
  • แจ๊ค หม่า

มีชื่อจริงว่า หม่า หยุน เป็นนักธุรกิจที่ก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง “อาลีบาบา” ขึ้น ที่สำคัญเขายังเป็นผู้ประกอบการจีนคนแรกที่ปรากฏบนหน้าปกของนิตยสารฟอร์บส์ ในเดือนมิถุนายน 2018 อีกด้วย ปัจจุบันเขากลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศจีน โดยนิตยสารฟอร์บส์ได้จัดอันดับให้เขาเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 20

แต่ถ้าจัดอันดับเฉพาะแค่ในวงการอุตสาหกรรมไอทีแล้วละก็ เราขอบอกเลยว่าแจ๊ค หม่า คือเศรษฐีอันดับที่ 9 ในธุรกิจอุตสาหกรรมไอทีค่ะ โดยเขามีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 39.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 120,150 ล้านบาท

เศรษฐี
ขอบคุณภาพจาก tinmoi.vn
  • มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากมาย ค่อนข้างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กนั้นเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของเด็กอัจฉริยะผู้ขยันขันแข็งอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ ทำให้เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลกประจำปี 2008

แม้ว่าเขาจะเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในปี 2008 แต่ใช่ว่าในปี 2018 เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ในวงการอุตสาหกรรมไอทีได้นะ เพราะจากการจัดอันดับนักธุรกิจที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 2018 ของนิตยสารฟอร์บส์เฉพาะแค่ในวงการอุตสาหกรรมไอที เขาคนนี้อยู่อันดับที่ 3 ค่ะ

โดยเขามีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 71.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 221,200 ล้านบาท

เศรษฐี
ขอบคุณภาพจาก orami.co.th
  • บิล เกตส์

สำหรับเขาคนนี้ เราเชื่อเหลือเกินค่ะว่า น้อยคนที่จะไม่รู้จัก บิลล์ เกตส์ หรือ วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม บุคคลซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้จบปริญญา แต่เขาก็ใช้ความสามารถที่ตนเองมีผลักดัน และตั้งใจจนประสบความสำเร็จในที่สุด ฟังดูแล้วบิล เกตส์ก็ดูจะเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 1 ในวงการอุตสาหกรรมไอทีใช่ไหมล่ะคะ ใครที่กำลังมีความคิดแบบนี้อยู่เราขอบอกเลยค่ะว่าคุณ… คิดผิด!

จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ นักธุรกิจอุตสาหกรรมไอทีที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 2018 อันดับ 1 ไม่ใช่บิล เกตส์ แต่อย่างใดค่ะ เพราะบิล เกตส์ ได้อันดับที่ 2 เท่านั้น  โดยเขามีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 90.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 280,500 ล้านบาท

เป็นไงล่ะคะ งงกันไปเลยสิ ส่วนอันดับ 1 ที่เพื่อนๆ สงสัยกันนั้น ตกเป็นของ “เจฟฟ์ เบซอส”  เจ้าพ่อเว็บอเมซอน แว่วๆ มาว่าทรัพย์สมบัติของเขานั้นสูงถึง 112.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 349,000 ล้านบาท เลยทีเดียว


เศรษฐี

เปิดแฟ้มคนดัง เจฟฟ์ เบซอส เศรษฐีอันดับ 1 ปี 2018

“ผมรู้ว่าถึงแม้ผมล้มเหลว ผมก็จะไม่เสียใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคงต้องเสียใจก็คือ การไม่ได้ลองลงมือทำ”

เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos)

สำหรับคำกล่าวนี้เป็นของเจฟฟ์ เบซอส นายใหญ่ของ Amazon.com เจ้าของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ แถมยังมีบริษัทอวกาศของตัวเอง โดยเขาคนนี้มีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 112.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 349,000 ล้านบาท หากถามว่าในอดีตชายคนนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร rabbit finance หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ในอดีต เจฟฟ์ เบซอส มีชื่อเดิมว่า เจฟฟรีย์ จอร์เกนเสน เด็กชายผู้เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ภายหลังจากที่มารดาแต่งงานใหม่ เขาก็เปลี่ยนไปใช้นามสกุลของพ่อเลี้ยงว่า เบซอส ชีวิตวัยเด็กของเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ใฝ่เรียนรู้คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก

โดยเฉพาะแนววิทยาศาสตร์ และสนใจเรื่องการประดิษฐ์ ทำให้บ้านที่เขาอยู่เต็มไปด้วยสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง หลังจากที่เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์เอกคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมการไฟฟ้า ด้วยผลการเรียนเยี่ยมยอด ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1986 เขาได้ทำงานด้านคอมพิวเตอร์กับบริษัทด้านการลงทุนและการธนาคารหลายแห่งในวอลล์สตรีท

จนเมื่อเขามีอายุครบ 30 ปี จึงได้ลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน และทำตามความฝันของตัวเอง โดยการตั้งบริษัทจากโรงรถของพ่อแม่ เพื่อขายหนังสือผ่านอินเทอร์เน็ต และนี่คือจุดเริ่มต้นของบริษัท Amazon

เจฟฟ์ เบซอส ไม่ได้หยุดแค่ขายหนังสือและขยับขยายสินค้าอื่นๆ ทางออนไลน์อเมซอนดอตคอมเท่านั้น เขาได้แตกไลน์ธุรกิจออกไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจซีดี, ดีวีดี, ของเล่น และอิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้ปี 2000 นิตยสารไทม์ เลือก เจฟฟ์ เบซอส เป็นบุคคลแห่งปี

แน่นอนว่าหนึ่งในการแตกไลน์ธุรกิจมากมายของเจฟฟ์นั้น รวมถึงการซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ เมื่อปี 2013 ด้วย โดยเจฟฟ์ได้ทุ่มเงินถึง 250 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อกิจการ “วอชิงตัน โพสต์” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐฯ

หากเป็นคนทั่วไปอย่างเราๆ คงมองว่าการกระทำเหล่านี้มันบ้าดีเดือดสิ้นดี แต่รู้ไหมคะว่า ด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ของเขาเนี่ยแหละค่ะที่ทำให้ Amazon ประสบความสำเร็จ และผลักดันให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ด้วยระยะเวลาเพียง 4 ปีเท่านั้น งานนี้ใครที่อยากก้าวหน้าในชีวิตอย่างคุณเจฟฟ์ เบซอส rabbit finance ว่าต้องทำตามคำกล่าวของเขาแล้วล่ะ


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon