คนวัยทำงาน มีหนี้สินติดตัวมากกว่าวัยอื่น จริงหรือ?

posted: 1 year ago
คนวัยทำงาน มีหนี้สินติดตัวมากกว่าวัยอื่น จริงหรือ?

comments

เรื่องราวของหนี้สินไม่เข้าใครออกใครค่ะ ถ้าเราใช้เงินจนเพลินมือ จ่ายแบบไม่ระวังตัวแล้ว ใครๆก็เป็นหนี้เป็นสินได้เหมือนกันแหละค่ะ แต่มันก็มีเหตุผลนะคะว่า ทำไมคนในวัยทำงาน โดยเฉพาะ คนที่มีอายุ 36-37 ปี ถึงมีแนวโน้มเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสียมากกว่าคนวัยอื่น มันจะเป็นเพราะอะไร ไปดูกันค่ะ


เป็นหนี้1

คนไทยวัยทำงาน เสี่ยงเป็นหนี้เสียมากขึ้น

เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปิดเผยผลสำรวจว่า

คนไทยมีหนี้สินต่อรายได้เพิ่มขึ้นถึง 6.6 เท่าจากปีก่อน และมีหนี้เฉลี่ยครัวเรือนละ 177,128 บาท

โดย นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยว่า กลุ่มคนที่มีหนี้สินมากที่สุด คือ กลุ่มคนวันทำงาน ที่มีอายุ 36-37 ปี โดยคิดเป็น 20% ของคนที่มีหนี้สินทั้งหมด

สาเหตุที่ทำให้คนวัยทำงานมีหนี้สินมากกว่าวัยอื่น

ถ้าจะถามถึงสาเหตุที่คนวัยทำงานมีหนี้สินมากกว่าวัยอื่น ก็เพราะ ช่วงวัยนี้เป็นเวลาของการสร้างครอบครัวและสร้างฐานะการเงินของตัวเองได้มั่นคงที่สุด จึงทำให้คนในวัยนี้มีหนี้จาก ค่าที่อยู่อาศัย ค่ายานพาหนะ ค่าบัตรเครดิต และค่าสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่าคนในวัยอื่นค่ะ


เป็นหนี้2

คนวัยทำงานส่วนใหญ่ มีบัตรเครดิต 4 ใบและหนี้สินเชื่อ 3 ก้อน!!!

เมื่อเราเข้าสู้ ช่วงอายุ 30 ปลายๆ แล้วเนี่ยภาระทางการเงินของเราก็เยอะขึ้นตามไปด้วยค่ะ ไหนจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าดูแลอุปการะคุณพ่อคุณแม่ และค่าดูแลครอบครัวของตนเองอีก ทำให้คนในวัยนี้จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดหนี้เสียเยอะตามไปด้วยนั่นเอง

  • คนวัย 30 มีบัตรเครดิตคนละ 4 ใบ!!!

จากข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พบว่า คนวัย 36-37 ปี มีบัตรเครดิตเฉลี่ยอยู่ที่ คนละ 4 ใบ ซึ่งสาเหตุน่าจะเป็นเพราะว่า คนในวัยนี้มีค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินก้อนเยอะ เช่น ค่ารถยนต์ ค่าซื้อบ้าน เป็นต้น ทำให้ การใช้บัตรเครดิต นั้น สะดวกและง่ายต่อการใช้จ่ายเงินก้อนมากกว่าเงินสดนั่นเอง

หากเราจะบอกว่านี่คือต้นเหตุของปัญหาหนี้สินก็ว่าได้ เพราะ เมื่อไรที่วงเงินบัตรเครดิตเต็ม คนส่วนใหญ่ก็จะแก้ปัญหาโดยการ ชำระค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำ เพื่อให้บัตรมันยังพอใช้ได้ไปก่อนหรือแย่กว่านั้น คือ ไปเปิดบัตรใหม่เพิ่มซะเลย การทำแบบนี้ ทำให้เกิดหนี้ค้างชำระจำนวนมาก ส่งผลให้คนต้องหันไปพึ่ง การกู้สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อมาปิดหนี้ค้างชำระทั้งหมดแทน

จากสถิติพบว่า ปัจจุบันมีคนวัยทำงานประมาณ 30 ล้านคน และมีบัญชีสินเชื่ออยู่ 97 ล้านบัญชี แสดงให้เห็นว่า คนวัยทำงานมีการขอสินเชื่ออย่างน้อยคนละ 3 บัญชี

ซึ่งการกู้สินเชื่อถึงแม้จะช่วยให้เรามีเงินหมุนได้บ้าง แต่มันไม่ได้ช่วย แก้ปัญหาหนี้สิน แบบถาวร และถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองในวันนี้ ปัญหาหนี้สินก็จะวนเป็นวัฏจักรอยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้นแน่นอน


เป็นหนี้3

ใครอยากปลดหนี้ 4 วิธีนี้ช่วยได้

คงไม่มีใครตั้งใจอยากเป็นหนี้อย่างแน่นอน แต่เมื่อมันเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็ต้องแก้ไขปัญหากันต่อไป ซึ่งวันนี้ rabbit finance มี 4 วิธีปลดหนี้ ดีๆมาฝากกันค่ะ

1. สำรวจหนี้สินทั้งหมดที่มี

ขั้นแรก ที่จะทำให้เราสามารถปลดหนี้ได้สำเร็จ คือ การตรวจสอบก่อนว่าเรามีหนี้สินอะไร เท่าไหร่บ้าง เราต้องเก็บรายละเอียดทุกอย่างเลยนะคะ ตั้งแต่

  • หนี้อะไร
  • หนี้เท่าไหร่
  • ใครเป็นเจ้าหนี้
  • มีค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยด้วยหรือไม่

เมื่อเรารู้สภาพการเงินของตัวเองแล้ว มันก็จะทำให้เราสามารถ จัดการบริหาร ได้ง่ายขึ้นค่ะ

2. หนี้ไหนดอกแพง ชิงจ่ายก่อนเลย

เมื่อรู้แล้วว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง ก็ถึงเวลาจัดลำดับความสำคัญว่า เราจะชำระหนี้ก้อนไหนก่อนหลังค่ะ

โดยหนี้ที่ควรรีบชิงจ่ายก่อนเลย คือ หนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงที่สุด หรือ ดอกเบี้ยแบบลอยตัว เช่น หนี้บัตรเครดิตค่ะ

ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถขอ รีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต หลายๆใบมาเป็นหนี้ก้อนเดียวได้ เพื่อที่เราจะได้ชำระเงินสะดวกมากขึ้นค่ะ และที่สำคัญเลย คือ เมื่อกำจัดหนี้ไหนไปแล้ว ก็พยายามอย่ากลับมาเป็นหนี้อีกนะคะ

3. ปรับปรุงการใช้เงินและลดค่าใช้จ่าย

เมื่อกำจัดบัตรเครดิตออกไป เราก็จะก่อหนี้เสียน้อยลงค่ะ โดยเราควรจะเปลี่ยนนิสัยการใช้เงิน มาพกเงินสดมากขึ้น หรือ ถ้าใช้บัตรเครดิตก็ให้เลือกใช้แบบรอบคอบ ใช้แต่พอดี และใช้กับของที่จำเป็นเท่านั้น

การทำบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน จะช่วยให้คุณรู้ว่าตัวเองมีค่าใช้จ่ายอะไรเท่าไหร่บ้าง และสามารถบริหารเงินในมือได้ดีขึ้น ไม่แน่อาจจะมีเงินออมติดตัวเล็กๆน้อยๆเพิ่มมาด้วยก็ได้นะคะ

4. เงินออมมาก่อน เงินผ่อนไว้ทีหลัง

เงินออม นอกจากจะมีประโยชน์ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินแล้ว ยังมีประโยชน์ในการเก็บไว้ใช้ยามเกษียณหรือเหลือเป็นมรดกให้ลูกหลานด้วยนะคะ และคุณสามารถออมเงินได้หลากหลายวิธีตามความถนัด ไม่ว่าจะเลือกออมเงิน 10%ของเงินเดือน การเก็บแบงค์ 50 บาท หรือ ลงทุนในกองทุนต่างๆ เป็นต้น

บางทีการออมเงินเพื่อซื้อของด้วยเงินสด ก็มีข้อดี คือ มันจะช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินผ่อนเพิ่ม รวมไปถึงช่วยฝึกความอดทน และการมีวินัยทางการเงินให้กับคุณได้ด้วยนะคะ

การวางแผนการเงินของตัวเอง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้นะคะ ไม่ต้องรอให้เราเป็นหนี้ก่อนก็ได้ ยิ่งคุณเริ่มเร็วเท่าไหร่ ก็สบายขึ้นเร็วเท่านั้นค่ะ rabbit finance เป็นกำลังใจให้คุณผู้อ่านทุกคนนะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon