4 สาเหตุที่ทำให้รถของคุณสตาร์ทไม่ติด

posted: 1 year ago
73,569 views
4 สาเหตุที่ทำให้รถของคุณสตาร์ทไม่ติด

comments

สิ่งที่ทำให้คนมีรถปวดหัวมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเวลาที่ รถคันโปรดของเรามีปัญหา และหนึ่งปัญหายอดฮิตที่หลายคนมักเจอะเจอกันอยู่บ่อยๆก็คือ อาการรถสตาร์ทไม่ติด และหากใครที่ยังไม่แน่ใจว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้รถของเราสตาร์ทไม่ติด วันนี้เรามีสาเหตุและวิธีรับมือในกรณีที่รถสตาร์ทไม่ติดมาบอกค่ะ

 


รถสตาร์ทไม่ติด

สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

 

สาเหตุที่ทำให้รถยนต์ของเราเกิดอาการงอแง หลายคนอาจจะคิดว่ามาจาก อาการแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการรถยนต์สตาร์ทไม่ติดนั้นมีสาเหตุและปัจจัยอื่นๆมากกว่านั้นค่ะ เช่น

1.แบตเตอรี่เสื่อม

หาก แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณมีการใช้งานมามากกว่า 2 ปี ก็เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อมคือสาเหตุหลักที่ทำให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติด เนื่องจากแบตเตอรี่ที่อายุการใช้งานมานานย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา เนื่องจากตัวแบตเตอรี่เก็บประจุไฟฟ้าได้ในระยะเวลาสั้นๆ และแบตหมดไวขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะพบได้ในกรณีที่

  • รถสตาร์ทติดยากหรือสตาร์ทไม่ติดในตอนเช้า

หลายคนอาจจะเจออาการรถสตาร์ทไม่ติดในตอนเช้า หรือบางครั้งสตาร์ทติดในตอนเช้า แต่เมื่อ จอดรถระหว่างวันกลับมีอาการสตาร์ทติดยาก เนื่องจากอาการเสื่อมของแบตเตอรี่มีหลายระดับไม่เท่ากัน ทำให้ในบางกรณีที่จอดรถทิ้งไว้เกิน 8 ชม. รถยนต์ก็มีอาการงอแงสตาร์ทไม่ติดหรือสตาร์ทติดยาก หรือในบางครั้งแค่จอดรถดับเครื่องไว้แค่ 2-3 ชม.ก็สตาร์ทรถไม่ติดเลยก็มีค่ะ

หากคุณพบเจออาการเหล่านี้ เราแนะนำให้คุณลองขอพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่น หากพ่วงแล้วรถของคุณสตาร์ทติดง่ายขึ้น หรือสตาร์ทติดในทันที เราแนะนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ได้เลยค่ะ แต่หากพ่วงแบตหรือเปลี่ยนแบตใหม่แล้วอาการรถสตาร์ทติดยากยังไม่หายไป เราแนะนำให้เช็คไดชาร์ทเพิ่มเติมค่ะ

2.ไดชาร์ทเสื่อม

หากคุณดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่แล้วแต่รถของคุณยังมีอาการสตาร์ทติดยาก หรือยังมีอาการสตาร์ทไม่ติดอยู่ก็ชัดเลยว่าไดชาร์ทของคุณอาจจะมีปัญหา หรือหมดอายุการใช้งานพอดี และการที่ไดชาร์ทเสื่อมก็ส่งผลให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติดได้เช่นกัน

วิธีเช็คไดชาร์ทเสื่อมก็ไม่ยากค่ะ เราแนะนำให้คุณลองสตาร์ทรถทิ้งไว้ซักครู่ จากนั้นให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหนึ่งข้าง หากรถของคุณมีอาการไฟตก รถกระตุก หรือรถดับ แสดงว่าไดชาร์ทรถยนต์ของคุณเสื่อมอย่างแน่นอนแล้วค่ะ

 3.มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา

หากรถยนต์ของคุณเกิดอาการดับสนิท สตาร์ทไม่ติดเลย แม้ว่าจะลองพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นหรือเปลี่ยนแบตแล้วอาการสตาร์ทไม่ติดก็ไม่หาย เราแนะนำให้คุณลองเช็คที่แผงหน้าปัดไฟดูก่อน หากหน้าปัดไฟติด แต่สตาร์ทรถไม่ได้หรือมีเสียงแชะๆ ก็อนุมานได้เลยว่า มอเตอร์รถยนต์ของคุณมีปัญหา

 

ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้มอเตอร์รถยนต์ของคุณมีปัญหา เช่น ฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทขาด, สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์อาจขาดหรือหลุดออกจากจุดต่อ, แปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์สตาร์ทหมด เป็นต้น

ซึ่งหากรถยนต์ของคุณเจออาการมอเตอร์มีปัญหาแล้วล่ะก็ เราแนะนำให้แจ้งอู่ซ่อมรถที่คุณใช้บริการเป็นประจำ หรือ แจ้งอู่ในเครือบริษัทประกันของคุณเพื่อนำรถเข้าเช็คอาการและหาสาเหตุอย่างละเอียดจะดีที่สุดค่ะ

4.ระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา

อาการรถสตาร์ทไม่ติดจากสาเหตุระบบไฟฟ้ามีปัญหาอาจจะเกิดได้ในกรณีที่มีการ จอดรถทิ้งไว้นานๆ จนหนูเข้ามากัดสายไฟขาด หรือ มีสาเหตุมาจากการที่คุณเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟหน้า ไฟในรถ หรือไฟในส่วนอื่นๆก็ส่งผลให้ระบบไฟฟ้ารถยนต์มีปัญหาได้ทั้งนั้นค่ะเนื่องจาก

การเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ทิ้งไว้เป็นการทำให้เกิดการกินประจุไฟฟ้าแบบไม่รู้ตัว และพฤติกรรมแบบนี้จะส่งผลเสียต่อรถยนต์ของคุณมากกว่าที่คิด

และหากคุณกำลังสงสัยว่าระบบไฟฟ้ารถยนต์ของคุณมีปัญหาหรือไม่ เราแนะนำให้คุณลองสตาร์ทรถและตรวจเช็คไฟที่หน้าปัดแผงวงจรดูก่อน หากสตาร์ทแล้วไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้นก็แสดงว่าระบบไฟฟ้ารถยนต์อาจจะมีปัญหา

หรือ หากอยากได้ความมั่นใจเพิ่มก็ให้ลองใช้วิธี สตาร์ทรถโดยพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่นดู (สำหรับรถเกียร์ออโต้) และ เข็นสตาร์ท (สำหรับรถเกียร์ธรรมดา) และหากรถยนต์ของคุณสตาร์ทติด ห้ามดับเครื่องแต่ให้ขับไปบนถนนหรือติดเครื่องไว้ซักพัก เพื่อให้แบตเตอรี่ได้รับการชาร์ทไฟ จนมีประจุไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการสตาร์ทรถครั้งต่อไปนั่นเองค่ะ

แต่ในกรณีที่ ระบบไฟฟ้ารถยนต์มีปัญหาจากการโดนหนูกัดสายไฟขาด คุณคงจัดการอะไรเองไม่ได้นอกจากแจ้งประกันและนำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาให้รถกลับมาใช้งานได้ตามเดิมเท่านั้นค่ะ

 


 

สนใจทำประกันรถยนต์ ราคาประหยัด กดเลย!

 


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon