ตามดู ชีวิตเกษียณของคนณี่ปุ่น ว่าทำไมเขารวยกันจัง

posted: 1 year ago
ตามดู ชีวิตเกษียณของคนณี่ปุ่น ว่าทำไมเขารวยกันจัง

comments

คุณเคยนั่งคิดมั้ยคะว่า ถ้าเราเกษียณอายุแล้วเราจะทำอะไรอยู่?

บางคนอาจจะอยากใช้เวลากับครอบครัว อยู่กับลูกเล่นกับหลานหาความสุขใส่ตัว หรือบางคนอาจจะอยากปลีกวิเวกไปนั่งชิลๆอยู่ที่ริมทะเลเงียบๆสักแห่ง แต่เราลองย้อนดูความจริงกันนิดนึงดีมั้ยคะ

ชีวิตหลังเกษียณ ของคนไทยแบบเรา ไม่ได้สบายไปทุกคนหรอกค่ะ บางคนยังมีหนี้สินตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ที่ยังผ่อนไม่หมด หรือ บางคนก็แทบจะไม่มีเงินเก็บเหลือจากการทำงานและต้องใช้ชีวิตแบบยากลำบากกว่าสมัยก่อนซะอีก


ชีวิตหลังเกษียณ 1

ประเทศไทยกับการก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ”

ในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ประชากรผู้สูงอายุนั้นมีจำนวนมากกว่าเด็ก และในปี พ.ศ. 2568 จะนับเป็นปีแรกที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) แบบเต็มตัว

จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) เมื่อปี พ.ศ. 2558 ระบุบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีในประเทศไทย (คิดเป็นร้อยละ 34.3) มีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน คือ มีรายได้ต่ำกว่า 2,647 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 31,764 บาทต่อคนต่อปี และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

โดยรายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจาก บุตร ถึง 37% รองลงมา คือ จากการทำงาน 34%, เบี้ยเลี้ยงชีพราชการ 15% และเงินบำเหน็จบำนาญ 5% และตัวเลขดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ชีวิตของผู้สูงอายุในไทย ไม่ได้สบายอย่างที่เราวาดฝันไว้ และคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บพอที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้แบบสบายๆด้วยซ้ำ


ประเทศญี่ปุ่น กับ สังคมผู้สูงอายุตัวอย่าง

ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศรุ่นบุกเบิกของสังคมผู้สูงอายุ โดยได้นำหน้า เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537  โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงเรื่อยๆ บวกกับอายุขัยของคุนญี่ปุ่นที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นค่ะ

และด้วยความมากประสบการณ์นี้ ทำให้สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ถือว่าเข้าขั้น หรูหราเลยทีเดียว เพราะ ทั้งประเทศเขานั้นมีการปลูกฝัง การเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณ ตั้งแต่เนิ่นๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็ถูกปรับมาให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย ทำให้ชีวิตวัยเกษียณของคุณญี่ปุ่นนั้น ขึ้นชื่อว่า ร่ำรวยและสะดวกสบายมากกว่าชาติใดในโลกเลยค่ะ

แล้วปัจจัยอะไร ที่ส่งผลให้ชีวิตหลังเกษียณของคนญี่ปุ่นมีคุณภาพดีกว่าประเทศอื่น? มาหาคำตอบกันค่ะ


ชีวิตหลังเกษียณ 2

4 ปัจจัย ทำไมชีวิตหลังเกษียณของคนญี่ปุ่นถึงรวยกันจัง

1. รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความใส่ใจผู้สูงอายุ

รัฐบาลญี่ปุ่นนั้น มีเงินสมทบให้ประชาชนหลังเกษียณ ขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 100,000 เยน หรือ ราวๆ 30,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับ กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ของไทย ที่ให้เงินเพียง 600 บาทแล้ว ก็ถือเป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร

เงินจำนวนนี้ ถ้าต้องใช้ชีวิตในญี่ปุ่นจริงๆแล้ว ก็อาจจะไม่ได้นับว่าเยอะนัก แต่ถ้าคิดว่าเราสามารถเอามันเป็นเงินไปตั้งต้นในการลงทุนอะไรสักอย่าง หรือ เป็นเงินทุนในการ ซื้อประกัน แล้วละก็ นับว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

2. คนญี่ปุ่นหมกหมุ่นกับการทำงานหาเงิน

ทุกๆคนรู้ว่า คนญี่ปุ่นรักการทำงาน มากแค่ไหน และพวกเขาก็ไม่กลัวที่จะทุ่มเทจนสุดตัวเพื่อทำงานหาเงินเก็บไปใช้ในวัยเกษียณค่ะ จนบางคนติดงานมาก เกษียณแล้วยังไม่เลิกทำงานหารายได้เสริมก็มีนะคะ

พ่อแม่แดนปลาดิบ จะเลี้ยงลูกด้วยวิถีแบบยุโรป คือ เมื่อลูกหลานของพวกเขาเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ เท่ากับว่าพวกเขาควรเริ่มหาเงินด้วยตัวเองและเลิกพึ่งพาเงินค่าขนมสักที ทำให้คนญี่ปุ่นเรียนรู้ที่จะทำงานเก็บเงินตั้งแต่เด็กๆ

และเรียนรู้ การประหยัดอดออม เพื่อมีเงินไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินอีกด้วย ทำให้บางคนสามารถเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้ตั้งแต่ยังไม่ 60 ก็มีค่ะ ในขณะที่คนไทยอย่างเรา กว่าจะรู้ตัวว่าควรเก็บเงิน ก็ปาเข้าไปวัยใกล้เกษียณแล้ว ทำให้ยิ่งมีเวลาน้อยลงไปอีกที่จะออมเงินไว้ใช้ค่ะ


ชีวิตหลังเกษียณ 3

3. คนญี่ปุ่น รู้จักออมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ

คนญี่ปุ่นเขารู้ดีค่ะว่า ตัวเองควรรีบเตรียมตัวและเตรียมค่าใช้จ่ายไว้ใช้เมื่อตอนที่เกษียณอายุ ดังนั้น เขาจะรีบคำนวณไว้ก่อนเลยว่า ตัวเองต้องใช้เงินเท่าไหร่ตอนเกษียณ และเริ่มวางแผนการออมเงินตั้งแต่เป็นวัยรุ่นค่ะ

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะแบ่งส่วนเงินออมเป็น 4 ส่วน ได้แก่

โดยเมื่อพวกเขาคำนวณแล้วว่า ตัวเองอยากมีเงินเท่าไหร่ต่อเดือนตอนเกษียณอายุ ทั้งค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และ เงินออมให้ลูกหลาน คนญี่ปุ่นก็จะทำการซื้อ กรมธรรม์ประกันชีวิตหรือประกันบำนาญ เพื่อเพิ่มเติมเงินส่วนที่ยังไม่พอค่ะ

โดยคนญี่ปุ่นจะมี กรมธรรม์ประกัน ต่างๆคนละ 2-3 ฉบับเป็นอย่างน้อย โดยจะเริ่มซื้อตั้งแต่อายุยังน้อย และเมื่อแก่ตัวขึ้นก็จะค่อยๆเพิ่มทุนประกัน เพียงให้มีเงินก้อนไว้ใช้ยามเกษียณค่ะ

4.รู้จักใช้เงิน คือ นิสัยของคนญี่ปุ่น

นอกจากจะรู้จักออมเงินแล้ว คนญี่ปุ่นยังรู้จักการใช้เงินด้วย เพราะพวกเขาจะไม่ใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือยในชีวิตประจำวัน รวมถึงยังรู้จักการลงทุนเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณด้วย

ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้ ก็ทำให้พวกเขาร่ำรวยและมีชีวิตแบบสุขสบายในยามชราจริงๆ โดย เว็บไซต์ข่าวเศรษฐกิจบลูมเบิร์ก มีรายงานจาก บริษัททัวร์ และ เว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนในการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในวัยเกษียณ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชั้นดี ที่พร้อมซื้อการบริการในระดับเฟิร์สคลาสมากที่สุด

นอกจากนั้น คนญี่ปุ่นในวัยเกษียณ ยังนิยมที่จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำลง อย่างประเทศไทย มากขึ้น เพื่อที่เงินของพวกเขาจะได้มีค่ามากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองและหากคุณอยากใช้ชีวิตยามเกษียณแบบสุขสบายแบบชาวญี่ปุ่น เริ่มต้นง่ายๆโดยการวางแผนชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่จะได้นอนใช้เงินแบบสบายๆในวันข้างหน้านะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon