ทำไมนะ…ผู้หญิงถึงปวดหัวไมเกรนเยอะกว่าผู้ชาย

posted: 1 year ago
3,695 views
ทำไมนะ…ผู้หญิงถึงปวดหัวไมเกรนเยอะกว่าผู้ชาย

comments

ความรู้สึกปวดหัวตุบๆ อยู่ข้างเดียวเป็นเวลานานๆ แล้วบางครั้งก็มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย และอาจจะรู้สึกไวต่อแสงและเสียงมากกว่าปกติหน่อยๆ ถ้าคุณกำลังประสบปัญหากับอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยค่ะว่า

คุณกำลัง “ปวดหัวไมเกรน” อย่างแน่นอน

คงไม่มีใครชอบเป็นไมเกรนแน่ๆ แต่รู้หรือเปล่าคะ ว่าเจ้าไมเกรนเนี่ย จะมีอาการรุนแรงในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละ วันนี้ไปหาคำตอบพร้อม กันกับ rabbit finance เลยค่ะ


ปวดหัวไมเกรน1

รู้หรือไม่? ผู้หญิงปวดหัวไมเกรน บ่อยกว่าผู้ชายถึง 4 เท่า!!

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะ มีงานวิจัยในต่างประเทศยืนยันว่า ผู้หญิงนั้น จะมีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อยกว่าผู้ชาย 3-4 เท่าเลยทีเดียว ในวัยเจริญพันธุ์

สาเหตุของการปวดไมเกรน

ถ้าถามถึงสาเหตุของโรคไมเกรนก็ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด บ้างก็ว่ามันมีสาเหตุจาก  ฮอร์โมน อารมณ์ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อม และ การใช้ยา จึงทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่า ทำไมผู้หญิงจึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะปวดหัวไมเกรนมากกว่าผู้ชาย

แต่ นิตยสาร Time ได้ทำการสันนิษฐานสาเหตุของโรคไมเกรนในผู้หญิง ออกมาเป็น 2 ข้อค่ะ ว่า ทำไมนะ ผู้หญิงถึงปวดหัวไมเกรนมากกว่าผู้ชาย


ปวดหัวไมเกรน2

สาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงปวดหัวไมเกรน มากกว่าผู้ชาย

1. ไมเกรนเชื่อมโยงกับ “การมีประจำเดือน”

สาวๆคนไหนที่เคยเป็นไมเกรนน่าจะทราบดีนะคะว่า ผู้หญิงมักจะมีอาการปวดหัวไมเกรน ช่วง 2 วันก่อนมีรอบเดือนค่ะ

โดยช่วงก่อน มีประจำเดือน นั้น ร่างกายของผู้หญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ คือ ระดับเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว (Estrogen Withdrawal) ซึ่งจุดนี้แหละค่ะที่เป็นตัวการสำคัญ ทำให้มันไปกระตุ้นอาการปวดศีรษะไมเกรนได้นั่นเอง

ลักษณะของอาการปวดหัวไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน

การปวดหัวไมเกรนช่วงนี้ จะเกิดขึ้น 2-3 วันก่อนที่ผู้หญิงจะมีรอบเดือน ซึ่งอาการปวดมักจะรุนแรงและยาวนานกว่าการปวดหัวไมเกรนปกติ พร้อมทั้งจะมีอาการแทรกซ้อนต่างๆร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และร่างกายไวต่อ แสง-เสียง-กลิ่น

โดยผู้หญิงที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว จะมีอาการปวดหัวไมเกรนมากกว่าและรุนแรงกว่าคนปกติค่ะ นอกจากนั้น เมื่อผู้หญิงเข้าสู่ ช่วงวัยทอง หรือช่วงหมดประจำเดือน (Premenopausal) ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งช่วงอายุ ที่พบอาการปวดหัวไมเกรนได้มากขึ้นด้วย

เนื่องจากในช่วงนั้น ระดับของฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและไม่ค่อยคงที่ ทำให้ผู้ป่วยอาจมีปัญหาเรื่อง ร้อนวูบวาบตอนกลางคืน ทำให้ นอนไม่ค่อยหลับ แล้วไปกระตุ้นการเกิดโรคไมเกรนได้ด้วย


ปวดหัวไมเกรน3

2. ผู้หญิงที่เป็นไมเกรน “เสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากขึ้น”

งานวิจัยจาก The BMJ พบว่า ผู้หญิงที่เป็นไมเกรน จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หัวใจวาย หรือ เส้นเลือดในสมองแตกได้มากขึ้น และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวมากกว่าคนปกติด้วย

โดยผู้หญิงที่เป็นโรคไมเกรนนั้น มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาหัวใจมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นไมเกรนถึง 50% จึงทำให้นักวิจัยหลายรายถกเถียงกัน ว่าเราควรจะนำ โรคไมเกรน ไปเป็นเครื่องมือบ่งชี้ถึง ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด ด้วย

ถึงแม้ว่าการวิจัยนั้น จะไม่ทราบว่าการปวดหัวไมเกรนเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจได้อย่างไร แต่ก็เป็นไปได้ที่มันจะเกี่ยวข้องกับ กรรมพันธุ์ หรือปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดของผู้ป่วยก็เป็นได้ค่ะ


ปวดหัวไมเกรน4

แล้วทำไมผู้ชายถึง ปวดหัวไมเกรน น้อยกว่า?

นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล แพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า ร้อยละ 30 ของคนไทยในปัจจุบัน ป่วยเป็นโรคไมเกรน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นโรคไมเกรนก่อนอายุ 30 ปี

ซึ่งสาเหตุหลัก ที่การปวดหัวไมเกรนในผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิง เพราะ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเพศชาย ไม่ได้มีความผันผวนเหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงนั่นเอง จึงทำให้ผู้ชายที่เป็นโรคไมเกรน จะแค่มีอาการปวดหัวบ่อยกว่าคนทั่วไปเพียงเท่านั้น

อาการปวดหัวไมเกรน บางครั้งมันก็จะเป็นแล้วหายไปได้เอง แต่ถ้าใครที่เป็นหนักๆเข้า มันอาจจะส่งผลร้ายต่อร่างกาย เช่น เป็นเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือด โรคสมองอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ได้

ดังนั้น เราจึงควรที่จะเรียนรู้วิธีป้องกันและรักษาอาการปวดหัวไมเกรนอย่างถูกวิธีไว้ด้วย


ปวดหัวไมเกรน5

ปวดหัวไมเกรน รักษาอย่างไรถึงจะดี

สำหรับสาวๆที่มีอาการปวดหัวไมเกรนนั้น สามารถแบ่งการรักษาได้เป็น 2 วิธีหลักๆ คือ

1. การรักษาช่วงที่มีอาการปวดแบบเฉียบพลัน

ให้ใช้การทานยารักษาไมเกรนทั่วไป เช่น ยาทริปแทน (triptans) หรือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้น ซึ่งถ้าอาการปวดรุนแรงมาก ก็ให้ใช้ยาในขนาดที่สูงกว่าปกติได้ หรืออาจจะต้องใช้ยาหลายชนิดทานควบคู่กัน เพื่อให้ได้ผลที่รวดเร็วมากขึ้น

2.การรักษาแบบป้องกัน

วิธีในการป้องกันไมเกรนที่ดีที่สุด คือ การรู้และเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรนและพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น โดยใช้ การจดบันทึกในแต่ละวัน ช่วยจำเมื่อเกิดอาการ วิธีนี้จะสามารถช่วยให้เราจำแนกตัวกระตุ้นที่อาจเป็นสาเหตุได้ และทำให้เราสามารถควบคุมการใช้ยารักษาได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

อาการปวดหัวไมเกรน อาจจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าเราพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่เป็นตัวกระตุ้นอาการได้ เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกับมันได้ค่ะ rabbit finance เป็นกำลังใจให้สาวๆทุกคนนะคะ สู้ๆ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon