ไทยหวั่นใจ ภาษีนำเข้าใหม่สหรัฐฯ กระทบเศรษฐกิจอย่างจัง

posted: 1 week ago
ไทยหวั่นใจ ภาษีนำเข้าใหม่สหรัฐฯ กระทบเศรษฐกิจอย่างจัง

comments

ประเทศไทย และอีกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมประชุมหารือกับ องค์กรการค้าโลก (WTO) เพื่อแสดงความกังวล หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศเตรียมเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหภาพยุโรป เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลายประเทศ แสดงความกังวล เกี่ยวกับ ภาษีนำเข้า เหล็ก-อะลูมิเนียม ของสหรัฐฯ

การประชุมหารือ กับองค์กรการค้าโลกในครั้งนี้ นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก ประกอบด้วย 40 ประเทศสมาชิก WTO, 28 ประเทศจากสหภาพยุโรป (EU) ร่วมถึงประเทศพันธมิตรคู่ขายรายใหญ่ของสหรัฐด้วย

โดยจุดประสงค์หลักของการประชุม คือ เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดยานยนต์และแนวโน้มเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศ หลังจากเมื่อวันที่ 29 มิถุยายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า จะ เริ่มเก็บภาษีนำเข้า เหล็กกล้าในอัตราร้อยละ 25 และภาษีนำเข้าอะลูมิเนียม ร้อยละ 10 ที่นำเข้ามาจากสหภาพยุโรป แคนาดา และ เม็กซิโก ซึ่งทำให้หลายประเทศ เกิดความหวั่นใจว่า มันอาจจะเป็นจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าโลกกลับมาอีกครั้งได้

ภาษีนำเข้า 1
(cc) www.autoshippers.co.uk

นับตั้งแต่เข้าสู่ปี พ.ศ. 2561 สหรัฐฯ ได้เดินหน้ากดดันและทำการกีดกันการค้ากับต่างประเทศมากขึ้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมาตรการในครั้งนี้เสมือนเป็นการเปิดฉากสงครามทางการค้ากับนานาประเทศเพื่อตอกย้ำว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการค้าในรูปแบบของทรัมป์ คือ “การค้าอย่างเสรี เป็นธรรม และต่างตอบแทน (Free, Fair and Reciprocal Trade)” และ “อเมริกาต้องมาก่อน (America First)”

ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้เคยเตือนสหรัฐฯ ถึงผลกระทบทางอ้อมต่อ อุตสาหกรรมยานยนต์ ของสหรัฐฯ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเริ่มทำการเก็บภาษีใหม่นี้ เนื่องจากมันจะมีผลต่อการนำเข้าอะไหล่และรถยนต์จากต่างประเทศ ทำให้สหรัฐอาจจะสูญเสียรายได้ตรงส่วนนี้ไปและส่งผลต่อความมั่นคงของชาติได้ในภายหลัง

ส่วนประเทศไทย จีน แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ตุรกี คอสตาริกา ฮ่องกง เวเนซุเอลา สิงคโปร์ บราซิล เกาหลีใต้ เม็กซิโก และกาตาร์ ก็ได้แสดงความกังวลเช่นกัน โดยทั้งหมดได้ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการเก็บภาษีในครั้งนี้ของสหรัฐฯ นั้น อาจจะไม่ได้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ WTO ที่มีอยู่นั่นเอง

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นและรัสเซีย ยังชี้ให้เห็นอีกว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ อาจจะสะท้อนกลับมาทำร้ายสหรัฐฯ ในภายหลัง และส่งผลให้ระบบการค้าพหุภาคีล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้

เนื่องจากข้อตกลงทวิภาคีและพหุภาคีต่างๆ อยู่บนฐานแนวคิด ที่ต้องการแสวงหาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสวัสดิการของสังคมโลกโดยรวม ด้วยการลดอำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศลงมาและลดอุปสรรคทางการค้าและลดกำแพงภาษีด้วย ซึ่งหากมีประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ปฏิบัติตามพันธสัญญา ย่อมจะส่งผลให้ข้อตกลงนี้สั่นคลอนได้

ตัวแทนจากประเทศรัสเซียยังกล่าวอีกว่า สหรัฐฯ ได้สูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะของคู่ค้าระหว่างประเทศไปแล้ว และในการประชุมกับองค์กรการค้าโลกครั้งก่อนๆ ได้เคยมีการหารือกันเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตราการณ์ต่างๆของสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์ ได้ออกมาเตือนว่า สงครามการค้าโลกครั้งล่าสุด ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกถดถอย เมื่อปี ค.ศ. 1930 นั้น ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง และนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ๆ อย่าง ราคาสินค้าที่สูงขึ้นหลายเท่าตัวและ อัตราการว่างงาน ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย แน่นอนว่าไทยย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปขั้นต้น เช่น ท่อเหล็ก แผ่นเหล็ก ลวดเหล็กแรงดึงสูง แผ่นอะลูมิเนียม เพราะ ไทยเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตยานยนต์สูงติดอันดับต้นๆ ของอาเซียน

ซึ่งทางด้านของ ทูตฯสหรัฐที่เข้าร่วมประชุมได้กล่าวว่า ข้อพิพาทดังกล่าว เป็นเรื่องที่ WTO จำเป็นจะต้องหารือกันต่อไปอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะนำมาเป็นวาระการประชุมของคณะกรรมการต่อไป


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon