(IAR) Industrial All Risks
ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน

คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด<br />ของทรัพย์สินที่จับต้องได้

คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด
ของทรัพย์สินที่จับต้องได้

  • การหยุดชะงักของธุรกิจหรือการสูญเสียผลกำไร
  • การสูญสลายหรือความเสียหาย
  • ความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ พายุและภัยอื่นๆ
ธุรกิจไม่หยุดชะงัก<br />ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

ธุรกิจไม่หยุดชะงัก
ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

  • ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการสร้างสำนักงานชั่วคราว
  • ค่าจ้างล่วงเวลาของพนักงาน
  • การจัดซื้ออุปกรณ์ทดแทนที่จำเป็น
คุ้มครองครอบคลุม ทุกค่าใช้จ่าย<br />จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

คุ้มครองครอบคลุม ทุกค่าใช้จ่าย
จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

  • คุ้มครองทุกประเภทธุรกิจ
  • ช่วยบริหารทุกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  • มั่นใจในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ประกันรถยนต์แบบกลุ่ม เพื่อการพาณิชย์ (Fleet)

คุ้มครองครบ<br />สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ทุกชนิด

คุ้มครองครบ
สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ทุกชนิด

ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง, รถกระบะ, รถตู้, รถบรรทุกขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่ และอีกหลายประเภทของรถเพื่อการพาณิชย์

ประหยัดกว่า หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

ประหยัดกว่า หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

คุ้มครองครอบคลุมกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ความรับผิดชอบชีวิตร่างกาย ทรัพย์สิน การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล เเละประกันตัวผู้ขับขี

ธุรกิจไม่หยุดชะงัก เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ธุรกิจไม่หยุดชะงัก เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน เจ้าหน้าที่คอยให้บริการดูแลช่วยเหลือ

บริการของเรา

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

Mario Peng (ประธานบริหารด้านการเงิน)

บริษัท โฮเทล ควิกลี่ แอพ จำกัด

 

ขอบคุณมาก! ที่ทำให้ผมสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการทั้งของบริษัทและของตัวผมเอง นอกจากบริษัทฯผมจะจ่ายเงินน้อยลงกว่าเดิม ภายใต้ความคุ้มครองที่ผมเคยทำประกันโดยตรงกับบริษัทประกันภัยในหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ 2 เหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากแนะนำคนอื่นๆ ให้มาใช้บริการผ่านทางแรบบิท

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 แบบนี้ เชื่อมั่นเหลือเกินว่าคงจะมีธุรกิจเกิดใหม่ขึ้นมากมายในสังคมไทย บางธุรกิจอาจะเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพที่เพิ่งเปิดตัว ทำการตลาด จนสินค้านั้นอยู่ในกระแส คนไทยในสังคมส่วนใหญ่รู้จัก ส่วนบางธุรกิจเองก็เป็นธุรกิจที่มีประวัติความเป็นมาอยู่คู่สังคมไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

 

ถึงแม้ว่าแต่ละธุรกิจจะมีประวัติความเป็นมา เวลาในการดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ ธุรกิจเหล่านี้มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจเหมือนกันนั่นเอง ทำให้แต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

          การบริการจัดการความต่อเนื่องของธุรกิจ

การบริหารจัดการความต่อเนื่อง คือ การเตรียมพร้อมเพื่อตอบรับกับปัญหาฉับพลัน วิกฤต หรือภัยที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถยังก้าวต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด เพราะยิ่งองค์กรหรือบริษัทเติบโตมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสพบเจอกับปัญหาหลากหลายปัจจัยมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ การเมือง วิกฤตทางธรรมชาติ หรือด้านอื่นๆ

 

ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจให้หยุดชะงักอย่างฉับพลันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรและบริษัทไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด ดังนั้นเป้าหมายของการบริหารจัดการความต่อเนื่องก็คือ การประเมินความเสี่ยง กำหนดกลยุทธ์ และทำความเข้าใจกับพนักงานในองค์กรทุกคน เพื่อทำให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการความต่อเนื่อง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์หรือวางแผนที่ทำให้องค์กรสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนไม่มีวิกฤติเกิดขึ้น แต่เป็นการวางแผนรองรับเพียงพอให้องค์กรสามารถยังยืนหรือเดินต่อไปข้างหน้าได้

 

กล่าวคือ การบริหารจัดการความต่อเนื่อง ไม่อาจป้องกันความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้ทั้งหมด เพียงแต่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ในขณะที่ก็พยายามรักษาและกู้คืนความเสียหายให้กลับมาทำงานได้อย่างคงเดิม โดยองค์ประกอบของ การบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

          ขั้นตอนการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

1. จัดตั้งการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

2. ทำความเข้าใจกับองค์กรของตนเอง

 

3. กำหนดกลยุทธ์

 

4. จัดทำแผนงานกลยุทธ์

 

5. ทดสอบ ทบทวน และพิจารณาแผน

 

6. ฝังแผนงานลงไปในวัฒนธรรมองค์กร

 

เพราะความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องประสบนั้นมีอยู่มากมาย  โดยขึ้นอยู่กับธุรกิจที่ประกอบการ ซึ่งความเสี่ยงบางอย่างนั้น คุณก็สามารถที่จะโอนไปให้บริษัทประกันภัย ช่วยคุ้มครอง บรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้   

 

โดยเจ้าของธุรกิจเป็นผู้เอาประกันภัยและจ่ายเบี้ยประกันภัยในจำนวนเงินที่ไม่มากนักให้กับบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้น  ธุรกิจก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหาย  เป็นค่าสินไหมทดแทน จากบริษัทประกันภัยได้ ดังนั้น  การทำธุรกิจสมัยใหม่ ต้องคิดถึงประกันภัย ทั้งนั้น  ถ้าธุรกิจของคุณไม่ทำประกันภัย คงไม่ได้แล้ว

 

          ข้อดีของการทำประกันภัยธุรกิจ

โดยข้อดีของการทำประกันธุรกิจนั้น คือการช่วยคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยในทรัพย์สินของธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ความรับผิดทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงประโยชน์ที่จะได้จากความคุ้มครองต่อพนักงานในธุรกิจนั้นๆ อีกด้วย


โดยปกติแล้ว การประภัยธุรกิจนั้น จะคุ้มครองตั้งแต่กลุ่มสตาร์ทอัพ , กลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัว , ธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลาง ไปจนถึงบริษัทที่มีพนักงานประจำไม่เกิน 100 คน

          ประกันภัยที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

เมื่อพูดถึง “ประกันภาคธุรกิจ” เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ ท่านคงจะคิดว่าประกันภาคธุรกิจนั้นคือชื่อของกรมธรรม์ แต่ความจริงแล้ว ประกันภัยภาคธุรกิจหมายถึงกรมธรรม์ประกันภัยที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจของท่านลื่นไหลไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมธรรม์ที่จะช่วยคุ้มครองธุรกิจของท่านในด้านต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย

 

การประกันภัยแบบกลุ่ม เป็นการรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยมีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง

 

โดยบริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยเพียงฉบับเดียวให้กับนายจ้าง เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยหลัก”

 

ส่วนลูกจ้างจะได้รับเอกสาร ที่เรียกว่า “ใบรับรองการเอาประกันภัย หรือบัตรประกันสุขภาพ”  ไว้เป็นหลักฐานในการเอาประกันภัย หรือใช้สิทธิรักษาพยาบาล โดยการเอาประกันภัยกลุ่มที่นายจ้างสามารถทำให้กับลูกจ้างได้นั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน

 

ประกันภัยที่คุ้มครองและปกป้องผู้ทำประกันภัยต่อความผิดด้านต่างๆ เช่น การฟ้องร้อง การถูกกล่าวหา หรือการกระทำผิดต่อพนักงาน เป็นต้น โดยปกติแล้ว ประกันภัยความรับผิด มักจะทำให้กับผู้มีตำแหน่งสูงๆ ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เช่น ผู้บริหาร กรรมการบริหาร หรือกระทั่งตัวบริษัทเอง

 

การทำประกันภัยความรับผิด จะเป็นการคุ้มครองค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านของการขึ้นและลงศาลต่างๆ เป็นต้น

 

ประกันภัยที่จะช่วยรองรับการคุ้มครองในกรณีที่เกิดความสูญเสียต่ออาคารทรัพย์สินที่ได้ทำประกันเอาไว้โดยสามารถประเมินเป็นวงเงินได้ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นธุรกิจสามารถที่จะการดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

 

ผู้ดำเนินธุรกิจทุกท่าน จึงควรมีการทำประกันสำหรับภาคธุรกิจไว้ เพื่อความคุ้มครองในด้านต่างๆ เช่น ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจ เป็นการทำประกันภัยเพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการจากอัคคีภัย

 

ประกันภัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีการเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้น ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ซึ่งอาจส่งผลทางตรงหรือทางอ้อมต่อบริษัทหรือองค์กรของคุณ เพราะในยุคสมัยปัจจุบันนั้น มีโอกาสเกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายได้บ่อยครั้ง ในหลากหลายแห่งทั่วโลก

 

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะพานำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาให้แล้ว ยังส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

 

ประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความเสียหายทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ทุกประเภท อาทิ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการประเภทต่างๆ โดยเฉพาะสถาบันการเงินซึ่งมีความเสี่ยงภัยในระดับสูง

 

โดยกรมธรรม์ประกันภัยประเภทนี้จะคุ้มครองทั้งในส่วนความรับผิดต่อผู้เอาประกันภัย (First Party) หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party) ซึ่งเกิดขึ้นกับข้อมูลของลูกค้าสูญหาย หรือถูกโจรกรรมไป


นี่เป็นเพียงข้อมูล การทำประกันภัยสำหรับธุรกิจ เบื้องต้นเท่านั้น เพราะในความจริงแล้วยังมีกรมธรรม์ประกันภัยอีกมากมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อบริษัทและธุรกิจต่างๆ

          ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจ ล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยง

เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นมีค่าใช้จ่าย มีราคาที่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงงาน, โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, Start Up ฯลฯ ก็จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากด้วยกันทั้งนั้น

 

ยิ่งถ้าหากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องใช้จำนวนเงินมหาศาลมากเข้าไปใหญ่ เพราะในการลงทุนแต่ละครั้งจะต้องหมดค่าใช้จ่ายไปกับที่ดินปลูกสร้าง เครื่องจักร อาคาร อุปกรณ์ประกอบการธุรกิจ รวมถึงของตกแต่งภายในสำนักงาน

 

ด้วยต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูง ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่าน ต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ทั้งกลยุทธ์ทางการขายและการรักษาสิ่งปลูกสร้างทางธุรกิจ เพราะหากสูญหาย หรือถูกทำลาย ผู้ประกอบการคงเสียหายไม่น้อย

 

          ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้ธุรกิจควรทำประกัน

 

             1. คุ้มครองทรัพย์สิน อาคารบริษัท

เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากวันดี คืนดี อยู่ฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือเกิดไฟไหม้ขึ้นมาจนทำให้อาคารและทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย

 

แน่นอนว่ามันต้องขาดทุนแน่ๆ ยิ่งถ้าหากว่าคุณบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งดำเนินธุรกิจไปได้ดีด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ การทำประกันภัยภาคธุรกิจเอาไว้ คือคำตอบที่ช่วยให้ความคุ้มครองค่าเสียหายเหล่านั้นได้

 

             2. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพนักงานขณะปฏิบัติงาน

นอกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและอาคารของบริษัทแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวพนักงานก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพราะพนักงานนั้นคือส่วนหนึ่งในการดำเนินงานธุรกิจ พวกเขาคือหัวเรี่ยว หัวแรงหลัก ที่ทำให้บริษัทของคุณก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่คุณต้องการ

 

หากเกิดอุบัติเหตุขณะทำงานขึ้นกับพนักงาน แล้วพวกเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือ เชื่อเหลือเกินว่าคุณก็คงจะต้องเสียเวลาหาพนักงานที่เหมาะกับบริษัทต่อไปเรื่อยๆ

 

             3. เหตุการณ์ก่อการร้าย

เพราะในยุคสมัยปัจจุบันนั้น มีโอกาสเกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายได้บ่อยครั้ง ในหลากหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาให้แล้ว

 

ยังส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย ประกันภัยภาคธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในกรณีการเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นได้

 

             4. ข้อมูของบริษัทถูกขโมย

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น การทำประกันภัยไซเบอร์คือคำตอบสุดท้ายที่ช่วยเหลือคุณเรื่องนั้นได้ เพราะเป็นประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความเสียหายทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ทุกประเภท อาทิ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการประเภทต่างๆ

 

             5. บริษัทถูกฟ้องร้อง ต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล

ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นบริษัท องค์กรที่มีขนาดใหญ่ หรือเป็นบริษัทที่กำลังเติบโตล้วนต้องมีโอกาสที่จะเผชิญการถูกฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล ยิ่งกับผู้มีตำแหน่งสูงๆ ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เช่น ผู้บริหาร กรรมการบริหาร หรือกระทั่งตัวบริษัทเอง

 

การทำประกันภัยความรับผิด จึงเป็นเรื่องที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านของการขึ้นและลงศาลต่างๆ

อย่างที่ได้บอกไปว่าการทำธุรกิจนั้นมีความเสี่ยง คุณจึงมีความจำเป็นที่จะหาผู้ช่วยมาแบกรับความเสี่ยงนั้นเพิ่ม โดยการทำประกันภัยภาคธุรกิจ ต้องบอกก่อนว่าต้องทำตามรูปแบบประเภทของการดำเนินธุรกิจของคุณ โดยบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ได้ออกแบบรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยเอาไว้มากมาย ดังนี้

 

          ประเภทของประกันภัยภาคธุรกิจ

 

คือ การประกันภัยที่จะช่วยรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ ร้านค้า สถานประกอบการ จากอัคคีภัย และภัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
 

คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์         
        

คือ การประกันความเสียหายแก่เรือและทรัพย์สินหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล และยังขยายของเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย  
 

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ประสบอุบัติเหตุได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย และหากผลของการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น   
 

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุ และผลของอุบัติเหตุนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บต้องได้รับการรักษาพยาบาล หรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้า และสายตา หรือเสียชีวิต แต่ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเกิดขึ้น ภายในระยะเวลาระหว่างการเดินทาง
 

คือ การรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยมีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง
 

  • ประกันภัยสำหรับเงิน

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อความสูญเสียของเงิน ไม่ว่าเงินนั้นจะอยู่ภายในอาคารที่ทำการของผู้เอาประกันภัย ในตู้นิรภัย หรืออยู่ใน ระหว่างการขนส่งจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง
 

  • ประกันภัยความซื่อสัตย์

คือ กรมธรรม์ประกันภัยที่ชดเชยคุณจากการสูญเสียทางการเงินโดยตรงอันเนื่องจากการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ของพนักงานของคุณ
 

  • ประกันภัยความผิดต่อบุคคลภายนอก

คือ การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะชดใช้ค่าเสียหาย ที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกสำหรับความบาดเจ็บทางร่างกาย เสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระยะเวลาประกันภัย
 

  • ประกันภัยงานก่อสร้าง

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมาระหว่างดำเนินงาน รับเหมาก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน เป็นต้น
 

  • ประกันภัยเครื่องจักร

คือ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย แก่ผู้เอาประกันภัยกรณีเกิดความสูญเสีย หรือ ความเสียหายต่อเครื่องจักรที่เอาประกันซึ่งอยู่ระหว่างทำงานหรือหยุดพัก หรือขณะยกเครื่อง รื้อเครื่อง เคลื่อนย้าย หรือติดตั้งใหม่ เพื่อทำความสะอาด ตรวจสอบ หรือติดตั้ง ณ สถานที่อื่นใด
 

  • ประกันภัยความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

คือ การให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความบาดเจ็บทางร่างกาย ตลอดจนกระทั่งการเสียชีวิตของบุคคลภายนอก
 

  • ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด

คือ การคุ้มครองทรัพย์สินที่เอาประกันภัยต่อความสูญเสีย และความเสียหายโดยตรงทางกายภาพจากสาเหตุภายนอกทุกกรณี เว้นแต่ที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นในกรมธรรม์

 

คงจะเห็นแล้วว่า ประกันภัยภาคธุรกิจ มีกรมธรรม์ที่หลากหลาย เพียงพอต่อความต้องการของธุรกิจแทบทุกประเภทเลยจริงๆ

          โบรกเกอร์ประกันภัยที่ได้รับความไว้วางใจ

rabbit finance โบรกเกอร์ประกันภัยอันดับต้นๆ ที่ได้จดทะเบียนเข้ามาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เป็น 1 ใน 50 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังเป็นแบรนด์การค้าที่ถูกก่อตั้งโดย บริษัท แรบบิทอินเตอร์เน็ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี และสื่อออนไลน์ ที่อยู่ในเครือบริษัทที่ให้บริการคมนาคมชั้นนำของกรุงเทพมหานครฯ อย่างบริษัท บีทีเอส จำกัด มหาชน อีกด้วย

 

rabbit finance เป็นช่องทางการเปรียบเทียบประกันภัยให้กับคุณ ซึ่งมีผู้ใช้บริการทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านคน ขั้นตอนในการเปรียบเทียบประกันภัยค่อนข้างสะดวก

 

          ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

คุณสามารถ เลือกประกันภัยที่ต้องการ จาก 30 บริษัทประกันชั้นนำ เราคัดสรรข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะประหยัดเงินได้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่กรอกข้อมูลที่จำเป็นลงในช่องที่เราเตรียมเอาไว้ให้บนเว็บไซต์

 

สำหรับลูกค้าท่านใดที่กังวลว่าการกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์จะทำให้ถูกละเมิดความส่วนตัว คนภายนอกสามารถเห็นข้อมูลส่วนตัวได้ ขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้น

 

          ความปลอดภัยของข้อมูล

เนื่องจากเราได้รับเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์จาก Comodo หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมด้านการรักษาความปลอดภัยชั้นนำ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญจะถูกเก็บรักษาเอาไว้ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

 

นอกจากนี้ rabbit finance ยังได้รับ ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ทำให้มั่นใจได้ว่า rabbit finance จะดำเนินงานอย่างโปร่งใส ซื่อตรง รวดเร็ว


เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เราขอย้ำอีกครั้งว่า rabbit finance ไม่ใช่ธนาคาร บริษัทประกันภัย หรือสถาบันทางการเงินแต่อย่างใด แต่เป็นช่องทางสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยเท่านั้น และบริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) ก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่จับมือกัน

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขการรับส่วนลดเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์